ไทยเปิดชายแดนรับคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน (AOT-TH ) ลงพื้นที่ศรีสะเกษ ติดตามตรวจสอบข้อเท็จจริงผลกระทบทุ่นระเบิด พื้นที่ปราสาทพระวิหาร และชุมชนชายแดนไทย–กัมพูชา ย้ำโปร่งใส-ยึดหลักมนุษยธรรม คุ้มครองประชาชน
26 มิถุนายน 2569 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ (25 มิ.ย.) กองทัพบกโดยกองทัพภาคที่สองได้นำ คณะผู้สังเกตการณ์อาเซียนประจำประเทศไทย (ASEAN Observer Team – Thailand: AOT-TH) ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา เพื่อรับทราบข้อเท็จจริงและสังเกตการณ์ผลกระทบที่เกิดขึ้นในพื้นที่ โดยคณะประกอบด้วยผู้แทนฝ่ายไทยและผู้แทนจากประเทศสมาชิกอาเซียน รวม 13 นาย ประกอบด้วยผู้แทนจากสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ สาธารณรัฐอินโดนีเซีย และมาเลเซีย
การลงพื้นที่ครั้งนี้ครอบคลุมหลายจุดสำคัญ เริ่มจากพื้นที่ภูมะเขือ อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ เพื่อรับทราบข้อมูลเกี่ยวกับกรณีการใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคลและผลกระทบที่เกิดขึ้นในพื้นที่ จากนั้นเดินทางไปยังบริเวณผามออีแดง เพื่อติดตามสถานการณ์ในพื้นที่ใกล้โบราณสถานปราสาทเขาพระวิหาร ตลอดจนสำรวจความเสียหายที่ส่งผลกระทบต่อแหล่งท่องเที่ยว
นอกจากนี้ คณะผู้สังเกตการณ์ยังได้ลงพื้นที่บ้านภูมิซรอล ตำบลเสาธงชัย เพื่อรับฟังข้อมูลเกี่ยวกับผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อชุมชนจากการใช้อาวุธวิถีโค้งและจรวด ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายต่อชีวิต ทรัพย์สิน และความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่
ตลอดการปฏิบัติภารกิจ คณะผู้สังเกตการณ์ได้แสดงความสนใจต่อข้อมูลข้อเท็จจริงที่ได้รับจากพื้นที่ พร้อมแสดงความห่วงใยต่อประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ และรับทราบความพยายามของหน่วยงานฝ่ายไทยในการดูแลความปลอดภัยของประชาชน รวมถึงการดำเนินการภายใต้หลักมนุษยธรรมและกรอบกฎหมายระหว่างประเทศ
การเปิดพื้นที่ให้คณะผู้สังเกตการณ์จากนานาชาติเข้าติดตามสถานการณ์ในครั้งนี้ ทำให้เห็นถึงความโปร่งใส ความร่วมมือ และความมุ่งมั่นของฝ่ายไทยในการนำเสนอข้อเท็จจริงต่อประชาคมระหว่างประเทศ ควบคู่กับการให้ความสำคัญสูงสุดต่อการคุ้มครองประชาชนและการรักษาความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนอย่างต่อเนื่อง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
รมว.กลาโหม เผยโอนงบประมาณ เป็นงบกลาง สำรองทุกภารกิจชายแดนไทย-กัมพูชา
พลโทอดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมสภากลาโหม ว่า ในวันนี้ได้เข้าร่วมประชุมรัฐสภา เรื่องการโอนงบประมาณ ซึ่งเป็นไปตามที่รัฐบาล มีความต้องการในการใช้จ่ายงบประมาณ ซึ่งมีบางส่วนที่มีความจําเป็นที่ต้องโอนงบประมาณบางส่วนที่เบิกจ่ายให้ทัน ขึ้นอยู่กับแต่ส่วนราชการ มาใช้เป็นงบกลางของรัฐบาล
กองทัพบก กำชับกำลังพล 'อดทนอดกลั้น' ทหารเขมรยั่วยุหวังขยายผลทำลายไทยในเวทีสากล
พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยถึงความคืบหน้าสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา และแนวทางการดำเนินงานของกองทัพบก เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชนต่อจุดยืนอันมั่นคงของฝ่ายไทย โดยกองทัพบกขอยืนยันเจตนารมณ์อันแน่วแน่ในการยึดถือข้อตกลงตามถ้อยแถลงร่วมจากการ
รบรอบสาม ไทย-เขมร มีแน่ ต้องไม่เลี้ยงไข้กัมพูชา
สถานการณ์"ไทยVSกัมพูชา"ยังคงต้องติดตามอย่างต่อเนื่อง โดยหลังจากไทยเข้าสู่กระบวนการประนอมภาคบังคับตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. 1982 (UNCLOS)
แม่ทัพภาค 2 มอบเหรียญ 'ยุทธบดินทร์-ศตวรรษ' เชิดชูทหารกล้าพิทักษ์อธิปไตย
พล.ท.วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 เดินทางลงพื้นที่บริเวณปราสาทตาควาย อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ เพื่อมอบวัตถุมงคลรุ่น “ยุทธบดินทร์-ศตวรรษ” จำนวน 20,000 เหรียญ (ชุดแรก) แก่กำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดน เพื่อสร้างขวัญกำลังใจและความเป็นสิริมงคลแก่ผู้ปฏิบัติภารกิจปกป้องอธิปไตยของชาติ
เพจดังขุดตำนาน 'จารชนขายชาติ' ไทยเสียพระวิหาร ระวังประวัติศาสตร์อาจซ้ำรอย ปมเจรจาเขตแดนทางทะเล
เพจเฟซบุ๊ก Thai Burma railway ทางรถไฟสายมรณะ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า จารชนคนขายชาติในคดีพิพาทเขาพระวิหารปี 2505 กับสถานการณ์ปี2569 ที่เรากำลังจะสู้คดีทางทะเลกับเขมรในเวทีโลก มันจะมีจารชนและคนขายชาติแบบเหตุการณ์นั้นอีกหรือไม่? บางคนคงคิดว่าข้าราชการไทยที่กินขี้เขมรมันมีอยู่แค่ในทฤษฎีสมคบคิด แต่ผิดแล้วครับ เรื่อง
นักวิชาการกฎหมายระหว่างประเทศ เปิดข้อเท็จจริง-มุมมอง เกม UNCLOS ศึกเขตแดนทางทะเลไทย-กัมพูชา
ผศ. ดร.ธนภัทร ชาตินักรบ ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิชาการ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ให้ข้อมูลผ่านเพจเฟซบุ๊ก "Take A Walk, Talk International Law ท่องโลกกว้างด้วยกฎหมายระหว่างประเทศ" ระบุว่า คณะรัฐมนตรีตั้งหัวหน้าและรองหัวหน้าคณะเจรจาและผู้ประนอมฝ่ายไทย เพื่อเข้าร่วมกระบวนการประนอมภาคบังคับภายใต้ UNCLOS เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2569 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติที่น่าสนใจเกี่ยวกับการตั้งหัวหน้าและรองหัวหน้าคณะเจรจาฝ่ายไทย รวมถึงผู้ประนอมฝ่ายไทย 2 ท่าน เพื่อเข้าร่วมกระบวนการประนอมภาคบังคับภายใต้ UNCLOS ซึ่งกัมพูชาได้ยื่นไว้ตั้งแต่เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2569 โดยมีรายละเอียดโดยสรุปดังนี้

