เปิดจดหมาย เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรไทยฯ ประจานพฤติกรรมเขมรต่อประชาคมโลก

กต.เผยจดหมาย เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรไทยฯถึงประธานคณะมนตรีความมั่นคงฯ ระบุการละเมิดต่อเนื่องของกัมพูชา ทั้งทุ่นระเบิด PMN-2 ทำทหารไทยพิการรวม 7 นาย และการยิงใส่หน่วยไทยที่หนองหญ้าแก้ว ชี้เป็นการยั่วยุที่บ่อนเซาะความไว้วางใจ ไทยจึงหยุดเดินหน้าถ้อยแถลงฯ พร้อมขอประชาคมโลกกดดันกัมพูชาให้ยุติการกระทำทันที

17 พฤศจิกายน 2568 - กระทรวงการต่างประเทศ เผยแพร่ จดหมายจากของ นายเชิดชาย ใช้ไววิทย์ เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก ลงวันที่ 14 พฤศจิกายน 2568 ถึงเอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรเซียร์ร่าลีโอนประจำสหประชำชำติ ณ นครนิวยอร์ก ในฐานะประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ประจำเดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2568 โดยเนื้อหาระบุว่า ขอเรียนให้ท่านและสมาชิกคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติทราบโดยเร่งด่วนถึง พัฒนาการล่าสุดเกี่ยวกับการกระทำต่อเนื่องของกัมพูชาที่เป็นปฏิปักษ์และยั่วยุต่อประเทศไทย ดังนี้

1.เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2568 ไทยและกัมพูชาได้ลงนาม “ถ้อยแถลงผลการหารือระหว่าง นายกรัฐมนตรีราชอาณาจักรไทยและนายกรัฐมนตรีราชอาณาจักรกัมพูชา ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย” ผ่านการเป็นคนกลางในการประสานงานของนายกรัฐมนตรีมาเลเซียในฐานะประธานอาเซียน และประธานาธิบดี สหรัฐอเมริกา ซึ่งถือเป็นพัฒนาการและความมุ่งมั่นสำคัญในการยุติสถานการณ์ชายแดนไทย – กัมพูชาอย่างสันติ

2. นับตั้งแต่นั้น ไทยได้ดำเนินมาตรการที่จำเป็นทุกประการที่จะยึดมั่นต่อคำมั่นที่ให้ไว้ และขับเคลื่อน การดำเนินการตามถ้อยแถลงดังกล่าว ด้วยจิตวิญญาณแห่งการอยู่ร่วมกันฉันมิตรกับเพื่อนบ้าน ความเป็น น้ำหนึ่งใจเดียวกันของอาเซียน และการเคารพกฎหมายระหว่างประเทศ รวมถึงกฎบัตรสหประชาชาติ อย่างสัมบูรณ์

3. ในส่วนของความร่วมมือด้านการเก็บกู้ทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรมนั้นไทยและกัมพูชาได้จัดตั้งคณะทำงานประสาน งานร่วม (Joint Coordinating Task Force - JCTF) ด้านการเก็บกู้ทุ่นระเบิดเพื่อ มนุษยธรรม รวมถึงจัดทำมาตรฐานขั้นตอนการปฏิบัติ (Standard Operating Procedures - SOP) เพื่อกำหนดพื้นที่ที่มีลำดับความสำคัญตามแนวชายแดนที่จะเก็บกู้ทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรม รวมถึงประสานงาน ในการวางแผนและปฏิบัติการเก็บกู้ทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรม ซึ่งภายใต้กลไกดังกล่าว ทั้งสองฝ่ายได้เห็นชอบ พื้นที่เป้าหมายลำดับแรกในการเก็บกู้ทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรมในจังหวัดสระแก้วของไทยแล้ว

4.เป็นที่น่าเสียใจว่า เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2568 เวลา 9.30น. เพียงสองสัปดาห์หลัง การลงนามถ้อยแถลงฯ และท่ามกลางพัฒนาการเชิงบวกในความร่วมมือด้านการเก็บกู้ทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรม ทหารไทยจากกองร้อยทหารราบที่1161ซึ่งปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนตามเส้นทางที่ใช้ตามปกติในพื้นที่ห้วยตามาเรีย อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ได้เหยียบทุ่นระเบิด โดยจากการตรวจสอบพบว่าเป็นทุ่นระเบิด ประเภท PMN-2 ที่ถูกวางใหม่ ส่งผลให้ทหารไทยได้รับบาดเจ็บสาหัส 4นาย โดยหนึ่งนายต้องสูญเสียขาขวา ทั้งนี้ ขอย้ำว่า ตั้งแต่วันที่ 16 กรกฎาคม 2568 เป็นต้นมา ได้เกิดเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับทุ่นระเบิดในแผ่นดิน ไทยแล้ว 7 ครั้ง รวมถึงเหตุการณ์ข้างต้น ทำให้ทหารไทยรวม 7 นายพิการถาวร โดยแต่ละนายต้องสูญเสียขา
การใช้ทุ่นระเบิดของกัมพูชาอย่างต่อเนื่องถือเป็นการไตร่ตรองไว้ล่วงหน้าและผิดกฎหมาย ซึ่งถือเป็นการละเมิด อย่างร้ายแรงต่ออนุสัญญาห้ามทุ่นระเบิดสังหารบุคคล (Anti-Personnel Mine Ban Convention – APMBC) กฎบัตรสหประชาชาติ ข้อ 2(4) และอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของไทย

5.ภายหลังเหตุทุ่นระเบิดล่าสุด ไทยได้มีหนังสืออย่างเป็นทางการถึงเอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรญี่ปุ่น ประจำการประชุมว่าด้วยการลดอาวุธ ในฐานะประธานการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาฯ ครั้งที่ 22 เพื่อรายงาน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และแสดงความกังวลต่อการละเมิดอนุสัญญาฯ ของกัมพูชาอย่างต่อเนื่อง โดยได้แนบสำเนา หนังสือดังกล่าวมาพร้อมนี้ด้วย

6.ยิ่งไปกว่านั้น น่าเสียใจเป็นอย่างยิ่งว่า เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2568 เวลา 16.10 น. ทหารกัมพูชาจงใจเปิดยิงใส่ทหารไทยที่ประจำการในพื้นที่บ้านหนองหญ้าแก้ว อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว ซึ่งอยู่ในดินแดนของไทย โดยถือเป็นการละเมิดอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของไทยอย่างชัดเจน ทหารไทยจำเป็นต้องยิงเตือนกลับด้วยอาวุธเล็กเพื่อป้องกันตนเอง ตามหลักการความจำเป็นและได้สัดส่วน อย่างเคร่งครัด การยิงตอบโต้ระหว่างกันดำเนินถึงเวลา16.15น. โดยฝ่ายกัมพูชายิงรวม 30 นัด ก่อให้เกิด ความเสียหายต่อฝ่ายไทย และต่อมา เมื่อเวลา 17.55 น. มีเสียงปืนกลประมาณ 5 นัดจากฝั่งกัมพูชา แต่ฝ่ายไทยไม่ได้ยิงตอบโต้ การดำเนินการของไทยต่อการยั่วยุรอบนี้ของกัมพูชาเป็นการใช้สิทธิโดยชอบธรรม ในการป้องกันตนเองของไทย โดยสอดคล้องอย่างสัมบูรณ์กับกฎหมายระหว่างประเทศและกฎบัตรสหประชาชาติ

7. เป็นเรื่องที่น่าตำหนิอย่างยิ่งที่หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่และสื่อมวลชนกัมพูชาได้เผยแพร่ข้อมูลเท็จ โดยกล่าวหาว่า เหตุการณ์ดังกล่าวริเริ่มโดยฝ่ายไทย สิ่งนี้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า เหตุการณ์นี้เป็นการยั่วยุ ที่ไตร่ตรองไว้ล่วงหน้าโดยกัมพูชาอีกครั้ง ซึ่งดูเหมือนมีเจตนาเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจากความรับผิดชอบต่อ เหตุทุ่นระเบิดที่เกิดขึ้นล่าสุด ไทยขอปฏิเสธอย่างสิ้นเชิงต่อข้อกล่าวหาที่ไร้มูลความจริงอย่างต่อเนื่องของกัมพูชา ซึ่งมีเป้าหมายที่ชัดเจนในการบิดเบือนข้อเท็จจริงและเจตนาบ่อนทำลายความน่าเชื่อถือของประเทศไทย ในประชาคมระหว่างประเทศ

8.การกระทำอันเป็นปฏิปักษ์และการยั่วยุอย่างต่อเนื่องของกัมพูชาต่อไทยมีแต่จะเพิ่มความตึงเครียด และเป็นการละเมิดอย่างชัดแจ้งต่อพันธกรณีที่มีร่วมกันภายใต้ถ้อยแถลงฯ ซึ่งเป็นการขัดขวางความพยายาม ของทุกฝ่ายในการส่งเสริมการแก้ปัญหาสถานการณ์ที่กำลังดำเนินอยู่อย่างสันติ และเป็นการกัดกร่อน ความไว้วางใจและความเชื่อมั่นซึ่งกันและกัน ด้วยเหตุนี้ ไทยจึงถูกบีบให้ต้องระงับการดำเนินการตามถ้อยแถลงฯ เท่าที่เหมาะสม จนกว่าจะสามารถมั่นใจในความจริงใจและสุจริตใจของกัมพูชาได้

9. ในส่วนของไทย แม้จะมีการกระทำที่เป็นการรุกรานและเป็นปฏิปักษ์โดยเจตนาและต่อเนื่องจาก กัมพูชา แต่ไทยจะยังคงใช้ความอดกลั้นอย่างสูงสุดในการปกป้องอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดน และจะยังคง ยึดมั่นอย่างแน่วแน่ต่อการระงับข้อพิพาทโดยสันติวิธี ยิ่งไปกว่านั้น ไทยจะยังคงดำเนินการในส่วนที่เป็นองค์ประกอบสำคัญสองประการของถ้อยแถลงฯ ต่อไป คือ การเก็บกู้ทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรม ซึ่งจำเป็นต่อ การปกป้องพลเรือนผู้บริสุทธิ์ และการต่อสู้กับเครือข่ายหลอกลวงข้ามชาติ ซึ่งส่งผลกระทบไม่เพียงแต่ต่อพลเมือง ของไทยเท่านั้น แต่ยังรวมถึงผู้คนหลายล้านคนทั่วโลก

10.ในการนี้ ไทยร้องขอประชาคมระหว่างประเทศให้เรียกร้องต่อกัมพูชาให้รับผิดชอบอย่างเต็มที่ และยุติการกระทำอันเป็นปฏิปักษ์และการยั่วยุทั้งหมดที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อประชาชนชาวไทยและถือเป็น การละเมิดอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของประเทศไทยอย่างชัดเจน กัมพูชาจะต้องเคารพอย่างสูงสุด และดำเนินการตามพันธกรณีภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศและกฎบัตรสหประชาชาติโดยทันที โดยสุจริตใจ และจริงใจเพื่อแสวงหาเส้นทางสู่สันติภาพกับไทย

ในการนี้ กระผมขอความอนุเคราะห์ให้เวียนจดหมายฉบับนี้ รวมถึงเอกสารแนบแก่สมาชิกคณะมนตรีความมั่นคงฯทุกประเทศ ในฐานะเอกสารของคณะมนตรีความมั่นคงฯ เพื่อให้รับทราบข้อมูลข้างต้นโดยเร่งด่วน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ทัพฟ้า' แจงผู้ช่วยทูตทหาร 22 ประเทศ ทหารไทยระวังสูงสุด คำนึงมนุษยธรรม

'ทอ.' ชี้แจงผู้ช่วยทูตทหาร 22 ประเทศ ภารกิจทหารไทยในสถานการณ์ตึงเครียดชายแดนไทย - กัมพูชา ยันปฏิบัติระมัดระวังสูงสุด คำนึงถึงกฎหมายมนุษยธรรม

ทร.ส่ง EOD เก็บกระสุนปืนใหญ่ตกหมู่บ้านตราด ชาวบ้านยังกังวล หวั่นปะทะซ้ำ

กองทัพเรือสนธิกำลังตำรวจและ TMAC ลงพื้นที่ จ.ตราด เก็บกู้กระสุนปืนใหญ่ขนาด 122 มม. จากฝั่งกัมพูชา ตกในเขตชุมชนช่วงการป

อดีตบิ๊กข่าวกรอง แนะไม่ต้องคืนแผ่นดินให้เขมร เพราะเป็นแผ่นดินของเรา

นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และอดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ โพ

ทบ. เตือนกัมพูชาให้เคร่งครัดในข้อตกลงหยุดยิง หากมีอีกไทยจะโต้กลับ

  พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ระบุว่า เมื่อเวลา 07.40 น. ได้รับรายงานจากกองกำลังสุรนารี กองทัพภาคที่ 2 ได้ยินเสียงอาวุธไม่ทรา

‘อนุทิน’ เรียกฝ่ายความมั่นคงรายงาน หลังกระสุนกัมพูชาตกในไทย เผยเขมรอ้างอุบัติเหตุ

ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ได้เรียกหน่วยงานความมั่นคง ประกอบด้วย พล.อ.