รัฐบาลแถลงเคลียร์ทุกประเด็นแก้ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ย้ำนายกฯจุดยืนหนักแน่น เจรจาภาษีสหรัฐฯต้องแยกเรื่องการค้ากับความมั่นคงชายแดน มั่นใจเสร็จทันสิ้นปีนี้ กต.ลุยเชิงรุกใช้การทูตฟ้องประชาคมโลก เขมรละเมิดปฏิญญาสันติภาพ
17 พฤศจิกายน 2568 - เมื่อเวลา 14.00 น. ที่ตึกสันติไมตรี (หลังใน) ทำเนียบรัฐบาล นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แถลงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา และการเจรจาการค้าไทยกับต่างประเทศ โดยมี พล.ร.ต. สุรสันต์ คงสิริ โฆษกกระทรวงกลาโหม พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก นายนิกรเดช พลางกูร อธิบดีกรมสารนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และน.ส.โชติมา เอี่ยมสวัสดิกุล อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ร่วมแถลง
นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ตั้งแต่วันที่ 10 พ.ย. หลังเกิดเหตุทหารไทยเหยียบกับระเบิด ครั้งที่ 7 เราได้รับข้อมูลต่างๆ มากมาย ซึ่งล้วนเป็นข้อมูลจากหน่วยงานรัฐที่ครบถ้วน แต่อาจจะมาในช่วงเวลาที่แตกต่างกัน จึงทำให้เกิดการสับสน แต่ขอยืนยันว่านายกรัฐมนตรีมีความมุ่งมั่นตั้งใจอย่างหนักแน่นที่จะแก้ไขปัญหาชายแดน และบรรลุข้อตกลงการค้าระหว่างไทยและต่างประเทศให้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี และรัฐบาลให้ความมั่นใจว่ารัฐบาลชุดนี้ ในการทำงานร่วมกันระหว่างกระทรวงกลาโหมกับกระทรวงการต่างประเทศเราไม่มีย่อหย่อนต่อสถานการณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา
ส่วนข้อกังวลเรื่องสถานการณ์ทางการค้า นายกฯมุ่งหมายที่จะสื่อสารกับนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาคือ การขอให้แยกประเด็นทวิภาคีที่เกี่ยวข้องกับเรื่องความมั่นคงไทย-กัมพูชา ออกจากประเด็นผลประโยชน์ทางพาณิชย์ระหว่างไทยกับสหรัฐฯ ซึ่งเมื่อวันที่ 16 พ.ย.ที่ผ่านมา เรามีข่าวสารที่เป็นผลบวกในแนวทางของนายกฯกับสหรัฐฯ ผ่านนายอันวาร์ อิบราฮิม นายกฯมาเลเซีย ในฐานะประธานอาเซียน ยืนยันสหรัฐฯจะแยกประเด็นนี้ออกจากกัน
ด้าน พล.ร.ต.สุรสันต์ แถลงถึงกรณีทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิด ว่า ตั้งแต่วันที่ 16 ก.ค. จนถึงเหตุการณ์ล่าสุดเมื่อวันที่ 10 พ.ย. รวมทั้งสิ้น 7 ครั้ง มีทหารไทยได้รับบาดเจ็บ 20 ราย ทุพพลภาพขาขาด 7 ราย อีก 13 ราย ได้รับบาดเจ็บจากแรงกระแทก โดยทั้ง 7 ครั้ง เกิดขึ้นในดินแดนของประเทศไทย และเหตุการณ์ล่าสุดเมื่อวันที่ 10 พ.ย.เกิดขึ้นในเส้นทางลาดตระเวนที่ทหารไทยใช้เป็นประจำบริเวณห้วยตามาเลียใกล้กับภูมะเขือ ลักษณะวางเป็นกลุ่มก้อน 4 จุด ใกล้เคียงกัน เพื่อมุ่งเป้าถึงชีวิต เป็นพฤติกรรมเดียวที่กัมพูชาใช้มาโดยตลอด ทุ่นระเบิดที่เหลือมีลักษณะใหม่ ตัวอักษรคมชัดเจน วางในดินที่ยังไม่มีหญ้าปกคลุม ย้ำชัดว่าเป็นการวางทุ่นระเบิดใหม่ ทั้งนี้ วันที่ 30 เม.ย.68 ไทยได้ส่งรายงานไปยังคณะกรรมการอนุสัญญาออตตาวา ว่าไทยไม่มีการเก็บสะสมสังหารบุคคลตั้งแต่เดือน ส.ค.62 รวมทั้งไม่มีการเก็บไว้เพื่อการศึกษา เป็นเครื่องยืนยันชัดเจนว่าเราไม่มีทุ่นระเบิดในครอบครอง
พล.ร.ต.สุรสันต์ กล่าวว่า จากการเก็บกู้ทุ่นระเบิดบริเวณชายแดนที่เป็นแนวสู้รบในอดีต ซึ่งในช่วงที่ผ่านมา มีถึง 16 ครั้งที่ทางกัมพูชาเข้ามาขัดขวาง และจากการสำรวจพื้นที่หลังการปะทะ ตรวจพบเพิ่มเติมว่ามีพื้นที่ที่ทางกัมพูชาเก็บทุ่นระเบิดสังหารไว้ด้วย ประกอบกับทุ่นระเบิดล่าสุดเป็นชนิด PMN-2 ไม่มีในสมัยสงครามในอดีต จึงสรุปได้ว่าเป็นทุ่นระเบิดใหม่ และเป็นกัมพูชาเป็นผู้วาง
นอกจากนี้ หลังจากสำรวจพื้นที่ภายหลังการปะทะกับกัมพูชา เราได้พบโทรศัพท์ซึ่งมีหลักฐานเป็นภาพวิดีโอทหารฝ่ายกัมพูชามีการเก็บกู้ทุ่นระเบิด และพบภาพการวางทุ่นระเบิดสังหารบุคคลชนิด 72B จากนายทหารคนเดียวกัน จึงตั้งข้อสังเกตได้ว่าการเก็บกู้ทุ่นระเบิดดังกล่าวเพื่อนำไปวางระเบิดใหม่ หลักฐานที่กล่าวมาจึงชัดเจนว่ากัมพูชาเป็นผู้ละเมิดปฏิญญาสันติภาพไทย-กัมพูชาที่เขียนไว้ชัดเจนว่าไม่ให้ทั้งสองฝ่ายยั่วยุหรือเข้าไปในพื้นที่อธิปไตยของอีกฝ่าย
พล.ร.ต.สุรสันต์ กล่าวว่า การดำเนินการของไทยหลังจากนี้ เมื่อฝ่ายกัมพูชาเป็นผู้ละเมิดปฏิญญา เราจะระงับการดำเนินการตามปฏิญญา เช่น การถอนอาวุธหนักออกจากพื้นที่ โดยไม่สนว่ากัมพูชาจะดำเนินการหรือไม่ แต่การเก็บกู้ทุ่นระเบิดในดินแดนไทยจะดำเนินการต่อไป โดยขณะนี้วางพื้นที่เป้าหมายไว้ 64 พื้นที่ แต่จะเร่งดำเนินการใน 13 พื้นที่ก่อน ประกอบด้วย พื้นที่ในการเก็บกู้ทุ่นระเบิดของกองกำลังบูรพา 3 พื้นที่ คือ บ้านหนองจาน บ้านหนองหญ้าแก้ว และบ้านเนินสมบูรณ์ จ.สระแก้ว, พื้นที่ของกองกำลังสุรนารี 6 พื้นที่ ประกอบด้วย ช่องบก ช่องอานม้า อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี หมู่บ้านสายโท 10 ใต้ อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ช่องกราง ช่องเหว ปราสาทตาควาย อ.พนมดงรักษ์ จ.สุรินทร์, พื้นที่ของกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด 4 พื้นที่ ได้แก่ หมู่บ้านตะกาง หมู่บ้านคลองเมือง หมู่บ้านชำราก อ.เมือง และหมู่บ้านโขดทราย อ.คลองใหญ่ จ.ตราด
อย่างไรก็ตาม ใน 13 พื้นที่ข้างต้น จะมี 5 พื้นที่ที่เป็นพื้นที่นำร่อง ประกอบด้วย บ้านหนองจาน บ้านหนองหญ้าแก้ว บ้านชำราก ช่องเหว และสายโท 10 เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุอันตรายกับประชาชนไทยที่เข้าไปเก็บของป่า ทั้งนี้ การปล่อยเชลยศึกจะเป็นการดำเนินการขั้นสุดท้ายเมื่อเห็นว่ากัมพูชาสิ้นสุดการเป็นปรปักษ์กับไทย เราจึงจะพิจารณาในเรื่องดังกล่าว
พล.ต.วินธัย กล่าวถึงจุดยืนของฝ่ายทหารต่อกระแสที่ขอให้ยกเลิกบันทึกความเข้าใจระหว่าง ไทย - กัมพูชา (MOU 43-44) ว่า ในฐานะผู้ปฏิบัติ MOU 43 นั้น อยู่ที่ผู้ปฏิบัติหรือคู่สัญญามากกว่า ซึ่งปัญหาไม่ได้เกิดขึ้นจากลายลักษณ์อักษรหรือข้อพันธะในสัญญาโดยตรง แต่เป็นเพราะผู้ที่ยึดถือสัญญาเป็นผู้ที่ไม่ยึดถือ หรือไม่ปฏิบัติ และละเมิดบ่อย ไม่ทำตามข้อตกลงที่เราจะต้องแก้ไขด้วยการประท้วง ซึ่งเราก็ต้องทำตรงนั้นได้เต็มที่อยู่แล้ว
เมื่อผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า สำหรับกองทัพ MOU 43-44 ยังจำเป็นหรือไม่ พล.ต.วินธัย ระบุว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณา ยังไม่สามารถให้รายละเอียดโดยตรงได้ แต่เราก็ต้องรวบรวมรายละเอียดข้อมูลหลายส่วน ซึ่งเราพูดได้ตรงนี้คือ การปฎิบัติว่า ปัญหาที่เราพบคือความไม่ตรงไปตรงมาของกัมพูชา
พล.ต.วินธัย ยังได้นำหลักฐานที่ทหารไทยเก็บได้ ซึ่งเป็นโทรศัพท์มือถือจำนวน 2 เครื่อง ที่บันทึกคลิปทหารกัมพูชากำลังเก็บระเบิดเก่าเพื่อไปวางยังจุดใหม่ และการสอนวางระเบิด มาให้ผู้สื่อข่าวดู พร้อมระบุว่า โทรศัพท์ทั้ง 2 เครื่องลงทะเบียนที่กัมพูชา หากโทรเข้าไปเช็กจะเป็นชาวกัมพูชารับสาย ทั้งนี้ โทรศัพท์ดังกล่าวเก็บได้บริเวณภูมะเขือตอนเกิดเหตุชุลมุน โดยเราพบโทรศัพท์จำนวนหนึ่ง โดยหลักฐานเหล่านี้จะเป็นเครื่องยืนยันและเป็นข้อพิสูจน์ที่ชัดเจนของฝ่ายไทย
ขณะ พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ กล่าวถึงการปราบปรามสแกมเมอร์ว่า อย่างที่ทราบว่าเป็นวาระแห่งชาติ ซึ่งพล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ยกลำดับเป็นภารกิจสำคัญ ตำรวจทุกนายในประเทศต้องนำไปปฏิบัติ ขณะมาตรการต่างประเทศตั้งแต่ 14 พ.ย.ที่ผ่านมา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มอบหมายให้พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เดินทางไปที่ประเทศจีนประชุมร่วมกับ 6 ประเทศ ประกอบด้วย จีน ไทย เมียนมาร์ ลาว กัมพูชา และเวียดนาม ร่วมหารือสถานการณ์การหลอกลวงข้ามชาติ และโทรคมนาคมออนไลน์ที่สร้างความเสียหายส่งผลต่อเศรษฐกิจและความมั่นคงทางสังคมของประชาชนอย่างร้ายแรง โดยการประชุมได้มีการบรรลุฉันทามติและข้อตกลงร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม จนเป็นข้อริเริ่มว่าด้วยการปราบปราม และจัดการอาชญากรรมฉ้อโกงทางโทรคมนาคม จนได้ข้อตกลงหลายด้าน ขอยืนยันจะดำเนินการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีอย่างเข้มข้น เพื่อป้องกันไม่ให้คนไทยตกเป็นเหยื่อ และดำเนินการเชิงรุกทั้งในและต่างประเทศ ร่วมมือกับรัฐบาลและเหล่าทัพปกป้องอธิปไตยของประเทศในทุกมิติ
ด้าน นายนิกรเดช แถลงว่า จากเหตุการณ์ที่ผ่านมากระทรวงการต่างประเทศ ได้ดำเนินการทันทีในทุกระดับ และไม่มีช่องว่าง โดยกระทรวงการต่างประเทศได้ประท้วงในกรอบอนุสัญญาออตตาวา ไปยังประเทศที่ญี่ปุ่น ในฐานะประธานภาคีประชุมอนุสัญญาออตตาวา และทำหนังสือถึงเลขาธิการองค์การสหประชาชาติ (UNSG) แจ้งเรื่องการวางทุ่นระเบิดใหม่และการยั่วยุที่บ้านหนองหญ้าแก้ว โดยไทยจะยกประเด็นการละเมิดอนุสัญญาออตตาวาของกัมพูชาในการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญา ครั้งที่ 22 วันที่ 1-5 ธ.ค.นี้ ที่นครเจนีวา และเรายังทำหนังสือประท้วงไปยังคณะมนตรีความมั่นคงแห่งศาสตร์ประชาชาติ (UNSC) เกี่ยวกับการลุกล้ำอธิปไตยไทย พร้อมให้เวียนหนังสือดังกล่าวให้รัฐสมาชิก UNSC ทราบด้วย
นายนิกรเดช กล่าวว่า นอกจากนี้จะมีการชี้แจงต่อประชาคมโลกในทุกโอกาส โดยที่นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.การต่างประเทศ มีกำหนดเข้าร่วมประชุมรัฐมนตรีอินโด-แปซิฟิก (IPMF) ครั้งที่ 4 และจะพบกับผู้สื่อข่าวต่างประเทศประจำประเทศไทย โดยในวันที่ 25 พ.ย.นี้ รมว.การต่างประเทศ จะร่วมเวทีเสวนากับสมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศด้วย นอกจากนี้ประเทศไทยจะเดินหน้า ประเด็นที่ไทยให้ความสำคัญการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน และการประชุมเอเปก คือเรื่องการปราบปรามสแกมเมอร์ โดยประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพในการจัดการประชุมระหว่างประเทศว่าด้วยการต่อต้านอาชญากรรมหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ต ระดับรัฐมนตรี ในช่วงเดือนธ.ค.นี้ ขอยืนยันเราดำเนินการทูตเชิงรุกในทุกเวที
ขณะที่ น.ส.โชติมา กล่าวถึงการเจรจาการค้าไทยกับต่างประเทศว่า อย่างที่ทราบว่าเราได้พูดคุยกับสหรัฐอเมริกาเกี่ยวกับการเจรจาภาษีต่างตอบแทน และการค้ามาโดยตลอด ซึ่งในช่วงที่รัฐบาลนี้เข้ามาก็ยังให้ความสําคัญกับเรื่องนี้ มีการพูดคุยกันอย่างต่อเนื่อง และจากข้อมูลล่าสุด ทั้งข้อความของและนายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย และนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา เรามีความมั่นใจว่าสหรัฐฯน่าจะยังมีเป้าหมายเดียวกับเรา ที่ยังยึดมั่นในเดตไลน์เดิมในการเจรจารายละเอียดของข้อตกลงที่เกี่ยวข้องกับการเจรจาการค้าต่างตอบแทนให้เสร็จในสิ้นปีนี้
น.ส.โชติมา กล่าวว่า ทางกระทรวงพาณิชย์ เราย้ำกับผู้แทนการค้าสหรัฐฯ(ยูเอสทีอาร์)มาโดยตลอด ซึ่งนางศุภจี สุธรรมพันธ์ รมว.พาณิชย์ ที่มีการเจอกับผู้แทนการค้าสหรัฐฯในช่วงประชุมเอเปค มีการพูดถึงตลอดเวลาว่าเรื่องการค้าและความมั่นคงจะต้องแยกกันอย่างชัดเจน ในรายละเอียดสําหรับตัวข้อตกลงในประเทศเรามีการทํางาน ทําการบ้านอย่างจริงจัง และหารือกับสหรัฐฯอย่างเข้มข้น มีการตั้งคณะทํางานด้านยุทธศาสตร์ ที่มีเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลังเป็นหัวหน้าคณะทํางานที่จะดูแลเรื่องนี้ และเรายังมุ่งมั่นทํางานในส่วนของเราเพื่อเตรียมพร้อมสําหรับการเจรจากับ สหรัฐอย่างต่อเนื่อง และยืนยันเป้าหมายเดิม
น.ส.โชติมา กล่าวต่อว่า สําหรับในประเทศเราเองเราได้เตรียม ความพร้อมของผู้ประกอบการในการเสริมสร้างขีดความสามารถ สินค้า ศักยภาพ และบริการด้านอื่น ๆ รวมถึงการหาตลาดใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการพูดคุยระดับประเทศคู่เจรจาที่เรามีอยู่ และการขยายตลาดใหม่ จะต้องมีการทําการตกลงการค้าเสรีฉบับใหม่เพิ่มขึ้น ซึ่งสองสิ่งนี้เราคิดว่าเป็นการเตรียมพร้อมผู้ประกอบการที่ต่อสู้ในช่วงที่ภาวะการแข่งขันค่อนข้างสูง และมีปัจจัยหลายๆ อย่างที่จะเป็นผลกระทบต่อการค้าการลงทุนในระหว่างประเทศในช่วงนี้
"ขอยืนยันว่ายังคงมีความมุ่งมั่นในเป้าหมายเดิม จะทํางานอย่างเต็มที่ จะมีการหารือทุกภาคส่วน อย่างที่เคยทํามาแล้ว และจะทําต่อไป ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้ประกอบการทั้งหลาย วัตถุประสงค์ในการเจรจา ผลประโยชน์ ผลกระทบอะไรต่างๆ จะนํามาพิจารณาอย่างครบถ้วนและรอบด้าน" น.ส.โชติมา กล่าว
เมื่อถามว่า ก่อนหน้านี้มีข่าวว่าสหรัฐส่งจดหมายมาว่าจะหยุดเจรจาการค้า ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร น.ส.โชติมา กล่าวว่า จากข้อความที่เรารับ ในวันเดียวกันก็ได้มีการพูดคุยระหว่างผู้นําทั้งสองประเทศ ขณะนี้ประเทศเราจะยึดสิ่งที่ผู้นําทั้งสองฝ่ายได้พูดคุยกัน และจะยืนยันกลับไปยังยูเอสทีอาร์ว่าเราจะเดินหน้าพร้อมเจรจากับยูเอสทีอาร์ ซึ่งในส่วนของการเจรจาหลังจากเราตกลงเรื่องกรอบกันแล้ว ขณะนี้ อยู่ในช่วงการหารือรายละเอียดของข้อตกลงการค้า ซึ่งเราต้องมีการทํางานภายในประเทศ ของทั้งสองฝ่าย โดยฝ่ายไทย มีคณะทํางานอยู่และจะมีการประชุมในเร็ว ๆ นี้ เพื่อทํางานให้พร้อม และจะมีการกําหนดวันต่อไป ซึ่งอาจจะต้องมีการสื่อสารกลับไปยังสหรัฐฯว่าเรามีความพร้อม ยืนยันในระหว่างนี้เรายังไม่มีการหยุดการทํางาน
เมื่อถามว่า การเจรจาการค้าครั้งต่อไปจะมีเรื่องเขตแดนเข้ามาต่อรองหรือไม่ น.ส.โชติมา กล่าวว่า ที่ผ่านมายังไม่มีการนํารายละเอียดด้านความมั่นคงมาเกี่ยวข้องกับกรอบของการเจรจาด้วย อันนี้อาจจะเป็นปัจจัยที่อยู่ภายนอกของการเจรจา
จากนั้น อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า การเจรจายังคงดำเนินการต่อไป แม้ยูเอสทีอาร์ จะแจ้งระงับการเจรจาการค้าและภาษีกับไทยชั่วคราว แต่เราจะไม่รอให้การเจรจาเนิ่นนานไปถึงช่วงปลายปี เราได้ยืนยันกลับไปว่า ทั้งเรื่องความมั่นคงและการเจรจาภาษีไม่เกี่ยวข้องกัน ส่วนอัตราภาษีสินค้าไทยนำเข้าสหรัฐฯยังคงอยู่ที่ 19 เปอร์เซ็นต์ และเป้าหมายในสิ้นปีจะแล้วเสร็จทุกอย่าง
เมื่อถามว่า หากการเจรจาไม่สิ้นสุดภายในสิ้นปีนี้ จะมีแผนรองรับหรือไม่ อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า เรื่องนั้นเป็นปัจจัยที่ไม่สามารถควบคุมได้ แต่คิดว่าเราจะต้องทำงานกันต่อไป หากเป็นการเจรจาปกติ พร้อมยืนยันว่าไม่ขาดช่วง
เมื่อถามว่า ไทยจะขอลดอัตราภาษีนำเข้าให้ต่ำกว่า 19% หรือไม่ อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า ในฐานะนักเจรจาเราก็ต้องต่อรองเรื่อยๆ อยู่ตลอด พร้อมกับยืนยันว่าท่าทียูเอสทีอาร์ต่อฝ่ายไทยก็ยังคงเหมือน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
กต. เผยภาพคนไทยกลุ่มแรกอพยพออกจากอิหร่าน
เพจกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยภาพคนไทยอพยพชุดแรกจากอิหร่านเดินทางถึงตุรกี เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 7 มีนาคม 2569 เวลา 18.40 น. ตามเวลาท้องถิ่นตุรกี
เตรียมอพยพใหญ่! ขนคนไทยผ่านตุรกี
กรมการกงสุลร่วมหารือและเตรียมความพร้อมอพยพคนไทยจากอิหร่านผ่านตุรกีในวันที่ 8-9 มี.ค.นี้ "ตรีนุช" พร้อมอำนวยความสะดวกหากต้องการกลับไทย
ศบก. แถลงสถานการณ์ตะวันออกกลางรุนแรงขึ้น เข้าข่ายเป็นวิกฤตด้านมนุษยธรรม
ศบก. แถลงสถานการณ์ตะวันออกกลางรุนแรงขึ้น เข้าข่ายเป็นวิกฤตการณ์ด้านมนุษยธรรม เผยกลุ่มคนไทยออกจากอิหร่านเมื่อเช้าแล้ว 62 คนใกล้ถึงตุรกี ยอดช่วยคนไทยติดค้างในตะวันออกกลางรวม 215 คน กำชับอำนวยความสะดวกคมนาคมทุกช่องทาง
กรมการกงสุลฯ พร้อมอพยพคนไทยจากอิหร่าน
กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ เผยความคืบหน้าในการอพยพคนไทยออกจากประเท
'วีระ' ร้องจเรตำรวจ สอบจนท.รัฐเก็บส่วยชายแดนสระแก้ว ของหนีภาษี แรงงานเถื่อน สแกมเมอร์
นายวีระ สมความคิด ประธานเครือข่ายประชาชนต่อต้านคอร์รัปชัน (คปต.) พร้อมด้วย นายอาจหาญ คุณสุนทรกิจ เลขาธิการ คปต. เดินทางเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ(รองจตช.) เพื่อขอให้ตรวจสอบขบวนการเรียกรับส่วยและการทุจริต บริเวณชายแดน
'สีหศักดิ์' โต้ข่าว สหรัฐฯขอใช้สนามบินอู่ตะเภาเป็นฐานทัพทหารรบอิหร่าน
"สีหศักดิ์" ปัดข่าวสหรัฐฯขอใช้สนามบินอู่ตะเภา ย้ำจุดยืนไทยยึดสันติภาพ ความปลอดภัยคนไทย เผยคุยทูตอิหร่านแล้ว เตรียมความพร้อมอพยพคนไทย

