อย่าอคติ! 'สิริพงศ์' ซัดนักวิชาการบอก 'อังคสกุลเกียรติ' รับงานรัฐเข้าข่ายทุจริต แจงญาติทำธุรกิจมาตั้งแต่ปี42

‘สิริพงศ์’ ซัด น่ารังเกียจ ! ปมนักวิชาการวิจารณ์ ตระกูลอังคสกุลเกียรติ รับงานรัฐบาลเข้าข่ายทุจริต แจง หจก.ไทยเจริญศรีสะเกษ ทำธุรกิจตั้งแต่ตัวเองอยู่ ป. 1 บอก เป็นญาติตัดขาดไม่ได้ เหน็บ บางคนนามสกุลเดียวกัน ยังเป็นฝ่ายค้านกับรัฐบาลได้ จ่อ ดำเนินคดีเอาผิด

9 มี.ค.2569-นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ สส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย และอดีตโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  ชี้แจงกรณี นักวิชาการออกมาระบุคนในตระกูลองคสกุลเกียรติรับงานรัฐบาลอาจเข้าข่ายทุจริตว่า นักการเมืองถือเป็นบุคคลสาธารณะที่สามารถตรวจสอบได้ และพร้อมให้ตรวจสอบ แต่การใช้ความคิดเห็นและการวิเคราะห์วิจารณ์ของนักวิชาการนั้นอยากให้ใช้หลักการด้วยความไม่มีอคติและไม่ใช้ใช้ข้อมูลแบบมีอคติ

นายสิริพงศ์กล่าวว่า ขอชี้แจง หจก.ไทยเจริญ ศรีสะเกษ เป็นห้างหุ้นส่วนที่เปิดทำธุรกิจมาตั้งแต่ปี 2524 ตอนนั้น ตนน่าจะอยู่เพียงชั้นป. 1  และ หจก.ดังกล่าวเป็นนักธุรกิจชั้น 1 มาเป็นเวลา 10 ปี การที่จะเป็นบริษัทรับเหมา ได้รับงานรัฐก็ไม่น่าใช่เรื่องแปลก

“เรื่องการเป็นญาติหรือนามสกุลเดียวกันตัดกันไม่ขาด ถือว่า เป็นผู้ใหญ่ที่ตนนับถือ และเจอกันช่วงที่มีงานเทศกาลสำคัญ แต่ครอบครัวทั้งสองครอบครัวก็ต่างแยกกันออกไปทำมาหากิน ซึ่งเมื่อตอนที่ผมจะเล่นการเมืองจะให้ไปบอกให้ญาติว่าหยุดทำอาชีพดังกล่าวก็ไม่ถูก ให้เขามาบอกผมว่าเขาเป็นนักธุรกิจร่ำรวยมาก ขอให้ผมเลิกเล่นการเมืองน่าจะง่ายกว่า”

นายสิริพงศ์ กล่าวว่า การมากล่าวหาว่าเป็นความผิดที่เป็นเครือญาติ ค่อนข้างที่จะไม่เป็นธรรมเพราะในทางการเมือง ก็มีจำนวนมากที่คนหนึ่งอยู่ฝ่ายค้านคนหนึ่งอยู่รัฐบาลก็มีให้เห็น หรือฝ่ายที่นักวิชาการคนดังกล่าวเชียร์อยู่ก็มีคนที่อยู่ในเครือญาติมีคดีอยู่เหมือนกัน ดังนั้นยืนยันว่า ในการกล่าวหามาไม่เป็นความจริงสักประการจึงขอเรียกร้องผู้ที่วิพากษ์วิจารณ์ในลักษณะนี้ใช้ข้อมูลอย่างไม่มีอคติ ดูข้อมูลให้ครบถ้วนเพราะการเป็นนักวิชาการจะนำเสนอความคิดเห็นเฉพาะจากการอ่านพาดหัวข่าวโดยไม่มีรายละเอียดเลยตนก็มองว่าไม่ถูกต้อง

ถามว่าจะมีการฟ้องร้องดำเนินคดีหรือไม่ นายสิริพงศ์กล่าวว่า ขอดูประเด็นก่อน เช่น เรื่องการกล่าวหาลอยๆเรื่องทุจริตก็ต้องส่งฝ่ายกฎหมายพิจารณาว่าจะมีการดำเนินการอย่างไร การตรวจสอบการเมืองเป็นสิ่งที่พึงกระทำ เป็นสิ่งที่ช่วยกระทำ แต่การกล่าวหาอย่างเลื่อนลอยหลายประการทำให้เกิดการเข้าใจผิดเป็นพฤติกรรมที่น่ารังเกียจ

เมื่อถามว่า มองเป็นกระบวนการทำลายล้างหรือไม่ นายสิริพงศ์ กล่าวว่า เป็นไปได้หลายส่วน แต่ในส่วนของตนตรงไหนที่ชี้แจงได้ก็ทำหน้าที่ชี้แจง แต่ตรงไหนที่บิดเบือนและทำให้เกิดความเสื่อมเสียก็ต้องดำเนินการ ส่วนจะเป็นกระบวนการทำลายล้างหรือไม่ คิดว่าเป็นเรื่องธรรมดา ที่เขาบอกว่าเวลาเราเล่นการเมืองแล้ว เราก็จะได้รู้อีกหลายเรื่องที่เราไม่เคยทำแต่ถูกกล่าวหา ว่าเป็นคนกระทำความผิด

ส่วนในช่วงที่มีการฟอร์มทีมตั้งรัฐบาล มีการใช้นักวิชาการออกมา โจมตีพรรคการเมืองคู่แข่งนั้น นายสิริพงศ์ กล่าวว่า คิดว่าวันนี้น่าจะชัดแล้ว ว่าพรรคใดบ้างที่ตั้งรัฐบาลและพรรคใดบ้างที่เป็นฝ่ายค้าน หลังจากนี้เมื่อประชาชนตัดสินใจแล้วมีเวลา 4 ปี ตามเงื่อนไข และตามกฎหมาย ขอเวลาให้รัฐบาลได้ทำงาน การที่เริ่มมาดิสเครดิตกัน ตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มทำงานเรียกได้ว่าการเมืองสร้างสรรค์ หรือการเมืองแบบใหม่ แต่เป็นการเมืองแบบยุคโบราณมาก ซึ่งคิดว่าคงไม่น่าจะใช่แนวทางของพรรคที่คิดว่าจะเป็นฝ่ายค้านในเวลานี้ในเวลานี้

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

จันทร์นี้ระทึก! 'เลือกตั้งโมฆะ' หรือไม่ 'ศาลรธน.' ต้องยึด 3 หลักตีความเคร่งครัด

จันทร์นี้มีระทึก 'เลือกตั้งโมฆะ' หรือไม่ 'อดีตผู้พิพากษา' ย้ำ 9 ตุลาการศาลรธน. ต้องตีความโดยเคร่งครัด อย่าตีความขยายรัฐธรรมนูญ ชี้เสี่ยงบัตรเลือกตั้งไม่เป็นความลับ

เอาแล้ว! นักวิชาการลงชื่อออกแถลงการณ์จี้กกต. ส่งคดีฮั้วสว.ไปศาลฎีกา

ดร.อาทิตย์-วิชา-อ.ยักษ์ นำทัพภาคประชาสังคม ลงชื่อออกแถลงการณ์จี้กกต.ส่งคดีบล็อกโหวตสว.ไปศาลฎีกา -ดำเนินคดีอาญาขบวนการฮั้วสภาสูง

'คมนาคม' ชง 2 โครงการใช้งบพรก.กู้เงิน เปลี่ยนรถสาธารณะเป็นอีวี 2.4 หมื่นล้าน ช่วยค่าน้ำมันกลุ่มขนส่ง 6 พันล้าน

“สิริพงศ์” เผยคมนาคม ชง 2 โครงการเปลี่ยนผ่านพลังงาน “DLT พร้อมซัปพอร์ต - เปลี่ยนรถน้ำมันเป็น EV" ใช้งบพ.ร.ก.เงินกู้วงเงิน 3 หมื่นล้านบาท

'วันวิชิต' ชี้มีขบวนการปลุกปั่นข่าว 2 ขยัก เสี้ยมเหตุรุนแรงนราธิวาส พุ่งเป้าดิสเครดิตทหาร

ดร.วันวิชิต ชี้มีการปลุกปั่นข่าวเสี้ยมกับก่อเหตุความรุนแรงในจังหวัดนราธิวาส มี 2 ขยัก ที่ขบวนการผู้ไม่หวังดี