อ่านให้จบ! เพจ 'ม.ล.ปานวาด ศุขสวัสดิ์' อธิบาย ‘เขมรอยู่ใต้สยามหลายร้อยปี’

16 ธ.ค.2568- เพจ ม.ล.ปานวาด ศุขสวัสดิ์ โพสต์ข้อความ ถึงประเทศกัมพูชาว่า  “อยู่ใต้สยามหลายร้อยปี” ประเด็นข้อเท็จจริงที่เราต้องมีไว้เป็นองค์ความรู้

ช่วงนี้กรณีพิพาทระหว่างไทย–กัมพูชาถือว่ารุนแรงทั้งในปัญหาเขตชายแดนและในโลกออนไลน์

ใจจริงก็ไม่อยากจะเขียนอะไรที่เป็นการจุดประเด็นให้อารมณ์ประทุทั้งสองฝั่งนะคะ แต่จากกระแสที่เกิด จึงอยากให้ทุกคนมองประวัติศาสตร์และถกเถียงกันอย่างเป็นกลาง เพราะประวัติศาสตร์เป็นบทเรียนให้เราไปข้างหน้าอย่างเต็มภาคภูมิ

ทำไมคำว่า “อยู่ใต้สยามหลายร้อยปี” ถึงต้องอธิบายให้ถูก

คำกล่าวนี้ ไม่ผิดในเชิงเวลา แต่ถ้าใช้โดยไม่อธิบายถึงเชิงโครงสร้างอำนาจ จะทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน

ในทางประวัติศาสตร์ ไม่ได้ใช้คำว่า “อาณานิคม” (colonization) แต่เป็นความสัมพันธ์แบบรัฐบรรณาการ ภายใต้อิทธิพลและความเป็นใหญ่ทางการเมืองของสยาม (suzerainty)

แล้วมันต่างกันยังไง?

ขออธิบายแบบนี้ค่ะ

ในอดีต ภูมิภาคนี้ ไม่ได้มีพรมแดนตายตัวแบบรัฐชาติสมัยใหม่ แต่ใช้ระบบที่นักวิชาการเรียกว่า Mandala ซึ่งมีลักษณะสำคัญคือ

– อำนาจซ้อนทับกันได้

– เมืองเล็กเมืองใหญ่ขึ้นกับศูนย์กลางหลายแห่งพร้อมกัน

– ความสัมพันธ์ผ่านบรรณาการ การอุปถัมภ์ และการคุ้มครอง

ในกรณีที่เราพูดถึงกันมาก คือเรื่องของ

พระบาทสมเด็จพระหริรักษ์รามาธิบดี (องค์ด้วง)

ซึ่งพระองค์เคยพำนักในกรุงเทพฯ และต่อมาได้รับการสนับสนุนจากสยามให้ขึ้นครองราชย์ในปี พ.ศ. 2391 (ค.ศ. 1848) และการที่สยามสนับสนุนให้พระองค์ท่านขึ้นครองราชย์นั้นก็เป็นส่วนหนึ่งของการแข่งขันอิทธิพลกับเวียดนาม ไม่ใช่เพียงแค่ “การอุปถัมภ์” อย่างเดียว

สะท้อนบทบาทของสยามในฐานะศูนย์กลางอำนาจของภูมิภาค ซึ่งดำรงอยู่ผ่านการเจรจา ความสัมพันธ์เชิงอุปถัมภ์ และการถ่วงดุลอำนาจ มากกว่าการครอบงำแบบจักรวรรดินิยม

เหตุการณ์นี้ถูกบันทึกไว้ในงานของนักประวัติศาสตร์สากล เช่น

– David P. Chandler A History of Cambodia

– D.G.E. Hall A History of Southeast Asia

– George Coedès The Indianized States of Southeast Asia

งานเหล่านี้ ไม่ใช่งานโฆษณาชวนเชื่อของไทย แต่เป็นมาตรฐานทางวิชาการที่นานาชาติยอมรับ

ดังนั้น การที่กัมพูชาอยู่ใต้อิทธิพลสยามในขณะนั้น ไม่ได้แปลว่าสยาม “ยึดครอง” แบบเจ้าอาณานิคม แต่สะท้อนความเป็น มหาอำนาจภูมิภาคของสยามในยุคนั้น แม้ว่าในช่วงศตวรรษที่ 19 นั้น สยามเองก็ตกอยู่ภายใต้แรงกดดันจากอำนาจอาณานิคมตะวันตก

ในอดีต อาณาจักรเขมรสมัยอังกอร์ (ศตวรรษที่ 9-15) เคยเป็นมหาอำนาจแห่งภูมิภาค มีอาณาเขตกว้างใหญ่ครอบคลุมพื้นที่ในกัมพูชา ไทย ลาว และเวียดนามปัจจุบัน แต่หลังจากนั้นอาณาจักรเขมรอ่อนแอลง และในช่วงศตวรรษที่ 17-19 ดินแดนที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรเขมรตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของทั้งสยามและเวียดนามสลับกันไป จนกระทั่งฝรั่งเศสเข้ามาสถาปนาอาณานิคมในปี พ.ศ. 2406 (ค.ศ. 1863) กัมพูชาในฐานะรัฐชาติสมัยใหม่จึงได้ถือกำเนิดขึ้น

ประวัติศาสตร์ไทย–กัมพูชา ซับซ้อนและยาวนาน สยามมีอิทธิพลต่อกัมพูชาจริง และนานหลายศตวรรษ การพูดว่า “เขมรอยู่ใต้ไทย 400 ปี” ด้วยการเหยียดว่าเป็นทาส อาจเป็นการพูดโดยไม่ครบถ้วนในเชิงประวัติศาสตร์ และไม่ได้ทำให้ประเทศไทยยิ่งใหญ่ขึ้น

แต่การอธิบายว่า “สยามเคยเป็นศูนย์กลางอำนาจทางการเมืองของภูมิภาคนี้มายาวนาน” คือการยืนยันบทบาทของไทยอย่างสง่างาม

การใช้คำให้ถูก ไม่ใช่การลดคุณค่าประเทศไทย แต่เป็นการแสดงความรู้และวุฒิภาวะของคนไทย

ดิฉันเขียนโพสต์นี้ในฐานะคนไทยที่รักประเทศ และเชื่อว่าความรู้ คือพลังที่แข็งแรงกว่าคำด่าทอ

เพราะฉะนั้นอยากให้อ่านให้จบ แล้วทำความเข้าใจว่าสิ่งที่ดิฉันต้องการจะสื่อคืออะไร

หากจะถกเถียงกัน ขอให้ถกด้วยข้อมูล ไม่ใช่ความเกลียดชัง ข้อเท็จจริงและภูมิปัญญาเป็นอาวุธที่สำคัญที่ทำให้ไทยรอดพ้นจากการรุกล้ำในยุคการล่าอาณานิคม และนำมาสู่เสถียรภาพของประเทศมาจนถึงปัจจุบัน

การกล่าวถึงอิทธิพลในอดีต ไม่ได้มีเจตนาลดทอนศักดิ์ศรีของชาติใด แต่เป็นการทำความเข้าใจโครงสร้างอำนาจของภูมิภาคในบริบทของยุคนั้นค่ะ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ไม่ต้องตื่น! ศูนย์ข่าวสารไทย-กัมพูชาแจงยิบเหตุสหรัฐส่งเรือรบเยือนฐานทัพเรียม

ผอ.ศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ ไทย-กัมพูชา ไขข้อสงสัย สหรัฐส่งเรือรบเยือน 'ฐานทัพเรือเรียม' ชี้สัญญาณถ่วงดุลอำนาจ ไม่ใช่ตั้งฐาน–ไม่เปลี่ยนขั้วพันธมิตร

บุกทลายรังสแกมเมอร์ 'ช่องจอม- โอร์เสม็ด' เจอหลักฐานอื้อ

บุกรังสแกมเมอร์ 'ช่องจอม- โอร์เสม็ด' พบหลักฐานอื้อ เรียกสอบเอกชนปล่อยสัญญาณเนตข้ามไปปอยเปต 'ทบ.' ยกระดับคุมเข้มชายแดน ลุยกวาดล้าง