พรรคประชาชน หรือที่ถูกเรียกกันทั่วไปว่า “พรรคส้ม” ตั้งเป้าหมายทางการเมือง ไม่ใช่แค่การชนะเลือกตั้ง แต่คือการได้เสียงเกินครึ่งสภา มากกว่า 250 เสียง เพื่อจัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียวด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องพึ่งพาพรรคอื่น
แนวคิดนี้ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้น แต่ลากยาวมาตั้งแต่ยุคพรรคก้าวไกล ช่วงเวลาที่พรรคได้ สส. 151 เสียง และขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่งในการเลือกตั้งก่อนจะถูกยุบพรรค แล้วกลับมาในชื่อใหม่คือพรรคประชาชน
คำถามสำคัญจึงอยู่ตรงนี้ จาก 151 เสียงในวันนั้น พรรคส้มจะขยับไปสู่ระดับเสียงเกินครึ่งสภาได้อย่างไร ในบริบทการเมืองและสังคมที่เปลี่ยนไปมากจากช่วงเวลานั้น
คำอธิบายที่พรรคส้มใช้สื่อสารกับฐานเสียงของตน คือกระแสยังอยู่ คนรุ่นใหม่ยังสนับสนุน และประชาชนยังต้องการการเมืองในแบบที่พรรคเสนอ
แต่เมื่อมองจากสภาพจริง แม้แต่การรักษาฐานเดิมกว่า 140 เสียงในวันนี้ ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ไม่ต้องพูดถึงการขยับไปสู่ระดับเสียงข้างมากทั้งสภา
กระแสของพรรคส้มในปัจจุบัน ไม่ได้อยู่ในจุดเดียวกับช่วงพีค สังคมไม่ได้ตื่นเต้นกับวาทกรรมชุดเดิม และผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนมาก เริ่มแยกออกได้ชัดระหว่างคำพูดที่ฟังดูดี กับคำตอบที่ใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน
ความคาดหวังของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ขยับจากการมองหาพรรคที่พูดแทนความรู้สึก มาเป็นพรรคที่จัดการปัญหาได้จริง โดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจปากท้อง และเสถียรภาพของประเทศ
เมื่อผนวกกับการสื่อสารของพรรคส้ม ที่ยังให้น้ำหนักกับหลักการ อุดมคติ และโครงสร้างทางการเมืองเป็นหลัก ความเป็นไปได้ที่จำนวน สส. จะไม่ขยาย หรืออาจลดลงจากเดิมจึงไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมาย
ในช่วงที่เศรษฐกิจฝืดเคือง ค่าครองชีพสูง รายได้สวนทางกับชีวิตจริง ประชาชนไม่ได้ต้องการคำอธิบายที่สวยงาม แต่ต้องการคำตอบที่เห็นภาพ และจับต้องได้มากกว่า
อีกปัจจัยที่เริ่มส่งผลต่อการขยายฐานเสียง คือท่าทีของพรรคส้มต่อประเด็นความมั่นคง และบทบาทของกองทัพ
ไม่ว่าจะเป็นผู้สนับสนุน สมาชิกพรรค หรือแกนนำบางส่วน ภาพที่สังคมรับรู้ คือการมองกองทัพในฐานะฝั่งตรงข้าม
แทนที่จะสื่อสารถึงการปรับความสัมพันธ์ กลับถูกมองว่าเป็นการต้องการควบคุม หรือรื้อระบบเดิมทั้งหมด
สำหรับคนบางกลุ่ม นี่อาจถูกมองว่าเป็นความกล้า แต่สำหรับคนจำนวนมาก โดยเฉพาะในต่างจังหวัด มันคือความเสี่ยง
การเมืองไทยยังผูกอยู่กับประเด็นความมั่นคง ชายแดน กองทัพ และอธิปไตย พรรคที่สื่อสารเหมือนเปิดแนวปะทะกับกลไกเหล่านี้พร้อมกัน ย่อมขยายฐานเสียงได้ยาก
ไม่ใช่เพราะคนไทยเห็นตรงกันทั้งหมด แต่เพราะคนไทยจำนวนมาก ไม่ต้องการการเมือง ที่พร้อมชนกับทุกกลไกของรัฐในเวลาเดียวกัน
เมื่อผสมกับท่าทีของพรรคส้ม ที่พยายามขยายการสื่อสารไปยังกลุ่มที่คิดต่าง แต่ยังยืนอยู่บนกรอบและอุดมการณ์ของตนอย่างชัดเจน การขยายฐานเสียง จึงเกิดขึ้นได้ในระดับหนึ่ง แต่ยังไม่มากพอจะพาไปถึงเป้าหมายเสียงเกินครึ่งสภา
อีกปัจจัยหนึ่งที่เริ่มเห็นชัด คือความเหนื่อยล้าของสังคม ต่อการเมืองเชิงวาทกรรมของพรรคส้ม
กรอบคิดชุดเดิม คำอธิบายแบบเดิมและเรื่องเล่าที่ใช้ซ้ำมาหลายปี อาจเคยปลุกกระแสได้ แต่วันนี้คนจำนวนมากเริ่มตั้งคำถาม และแยกอุดมคติออกจากการบริหารประเทศจริง
บทบาททางความคิดของ “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” ยังคงเป็นศูนย์กลางของพรรค แม้จะไม่อยู่ในตำแหน่งทางการเมือง แต่ทิศทางและกรอบความคิดยังชัด
ปัญหาคือ แนวคิดชุดนี้อาจเพียงพอ สำหรับการรักษาฐานเดิม แต่ยังไม่มากพอ จะขยายไปสู่ระดับเสียงข้างมากทั้งสภา
การเมืองในระดับรัฐบาลพรรคเดียว ต้องชนะใจคนที่ไม่ได้คิดเหมือน และทำให้สังคมเชื่อได้ว่า พรรคจะบริหารประเทศอย่างไร ท่ามกลางความเห็นที่หลากหลาย
ในขณะที่พรรคการเมืองอื่น ยังคุยกันได้ ปรับตัวได้ และรวมกลุ่มกันได้ตามสถานการณ์ พรรคส้มกลับยืนอยู่ในจุดที่สูง แต่ค่อย ๆ เหลือพื้นที่ให้ตัวเองน้อยลง
เป้าหมายเสียงเกินครึ่งสภา จึงอาจทำหน้าที่เป็นเป้าหมายเชิงวาทกรรมมากกว่าเป้าหมายที่สอดคล้องกับสภาพจริงของการเมืองไทย
พรรคส้มอาจยังได้ สส. จำนวนไม่น้อยและอาจยังเป็นพรรคอันดับต้น แต่ในบริบทปัจจุบัน การจัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียว แทบจะเป็นไปไม่ได้
และหากยังไม่ปรับวิธีคิด ยังยืนอยู่กับการเมืองแบบตั้งกำแพง และสื่อสารด้วยท่าทีปะทะกับทุกฝ่าย เป้าหมายเสียงเกินครึ่งสภา ก็อาจทำหน้าที่ได้เพียงปลุกใจฐานเดิมมากกว่าจะกลายเป็นความจริงในสนามเลือกตั้ง.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'อนุทิน' ปัดดีลการเมือง หลังควง 'เศรษฐา' ดูมวยราชดำเนิน
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีไปดูมวยไทยที่เวทีราชดำเนินกับ นายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี จนถูกโยงว่ามีการพูดคุยทางการเมือง ว่า ไม่มี ก็เป็นการเปิดหูเปิดตา
🔴 LIVE ความจริงมีเพียงหนึ่งเดียว | ห้องข่าวไทยโพสต์
ห้องข่าวไทยโพสต์ : วันอังคารที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2569
🔴 LIVE ครบมุมข่าว กับ..นิธินาฏ ราชนิยม | สึนามิ..การเมือง ล็อกเป้า..ซัด ‘น้ำเงิน’!?
ครบมุมข่าว กับ..นิธินาฏ ราชนิยม : วันอังคารที่ 11 สิงหาคม พ.ศ.2569
'ดร.ธารินี' ยกโพสต์ 'วิมล' 8 ปีส้มออกจากกะลาหรือยัง
ดร.ธารินี วรินทรากุล นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความว่าอ่านข้อเขียนของ วิมล ไทรนิ่มนวล นักเขียนรางวัลซีไรต์ แล้วต้องบอกว่า ประโยคเ
'นักเขียนซีไรต์' ตอก 'ไหม' ที่ชนไม่ใช่กำแพง แต่เป็น 'กะลา'
วิมล ไทรนิ่มนวล นักเขียนรางวัลซีไรต์ โพสต์ข้อความว่า "ไม่ใช่กำแพง!" ผมไม่ได้ตั้งใจจะเกาะกระแสน้ำตาของคุณศิริกัญญาที่อาบ "กำแพง" หรอกครับ แม้จะชอบที่พวกส้มออกมาดิ้นด้วยการสวนกลับคุณอนุทินอย่างสุดกลั้น บางคนถึงกับออกอาการคลั่ง
'ไชยชนก' ยันรัฐบาลมีเสถียรภาพมั่นคง ไม่จำเป็นต้องดึง 'สส.กล้าธรรม' เข้ามาเพิ่ม
นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกระแสข่าวมี สส.พรรคกล้าธรรม (กธ.) 10 คน ในกลุ่มนางบุญยิ่ง นิติกาญจนา สส.ราชบุรี พรรค กธ. จะย้ายไปอยู่กับพรรคภูมิใจไทยในการเลือกตั้งครั้งหน้า และเพื่อเติมเสียงให้รัฐบาล ว่า รัฐบาลมีเสถียรภาพและมีความมั่นคงมากๆ ไม่ใช่แค่เพียงพรรคเรา แต่เรายังมีพรรคร่วมรัฐบาลเป็นพันธมิตร เพราะฉะนั้นในเรื่องเสถียรภาพตนคิดว่ามี ส่วนที่มีการถามเมื่อสักครู่ว่ามีการเติมเสียงนั้นตนไม่ได้ยิน

