เฝ้าระวังหยุดยิง 72 ชั่วโมง ไทยพร้อมตอบโต้ป้องกันตัว

ผอ.ศูนย์แถลงข่าวร่วมฯ แจงเฝ้าระวัง ‘หยุดยิง’ 72 ชั่วโมง ชี้ตัวเลขที่เหมาะสม -ระดับมาตรฐานสากลใช้กันทั่วโลก ชี้บทเรียนฉีกข้อตกลง ไทยพร้อมตอบโต้ป้องกันตนเองตามกฎบัตรสหประชาชาติข้อ 51 ใช้สนามรบชี้ขาด ยันกองทัพไม่หยุดปีใหม่ เดินหน้าสู้ต่อในเวทีโลก

27 ธันวาคม 2568 - พลอากาศเอกประภาส สอนใจดี ผู้อำนวยการศูนย์แถลงข่าวสถานการณ์ ชายแดนไทย-กัมพูชา กล่าวถึงกลไกในการสื่อสารระหว่างสองฝ่ายว่า โดยทางศูนย์แถลงข่าวจะเป็นส่วนที่ประสานงาน ข้อมูลผ่านไปยังสถานทูตและผู้ช่วยทูตทหารในกรณีที่มีประเด็นที่ขยายผลความขัดแย้งจะได้มีการพบปะพูดคุยกันเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน ในส่วนของประเทศไทยเป็นประเทศประชาธิปไตยอาจมีมุมมองหลากหลายและเป็นความห่วงใยซึ่งเราเข้าใจแต่หากประเด็นใดที่ออกไปแล้วกระทบต่อสภาพแวดล้อมที่เรา สร้างอยู่ขณะนี้เราก็จะติดต่อไปเพื่อให้ข้อมูลข้อเท็จจริงให้มากที่สุดในฟัง

ทั้งนี้ ศูนย์แถลงข่าวฯจะนำคำแถลงใน joint statement คำตอบของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม 11 ประเด็น รวมถึงการรวบรวมคำถามจากพี่น้องประชาชน 20 ข้อว่าการดำเนินการมีอะไรบ้างจะแปลทั้งหมด 16 ภาษาส่งไปยังสถานทูตต่างๆทั่วโลกจะนำไปชี้แจงต่อนานาชาติในเวทีต่างๆ เข้า นอกจากนั้นเรายังได้มีการส่งข้อมูลไปยังคนไทยและนักศึกษาในต่างแดนเพื่อจะได้ใช้เป็นข้อมูลในการเขียนบทความต่างๆนำเสนอข้อเท็จจริงด้วย ทำให้ข้อมูลหลักฐานไปสู่นานาชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ

แม้ joint statement ออกมาแล้วแต่บทบาทของกองทัพไทยยังเป็นเหมือนเดิมคือถ้าไม่เป็นไปตามนี้ยังมีหน้าที่ป้องกันตนเองตามมาตรา 51 ของ UN Charter ซึ่งเราต้องดูต่อไปว่าใน 72 ชั่วโมงนี้จะเป็นอย่างไรโดยใช้มาตรการเดิมที่เรามีศักยภาพในการป้องกันตนเองอย่างต่อเนื่องเชื่อมั่นว่าถ้าเรามีความจริงใจต่อกัน ก็จะนำไปสู่เป้าหมายได้ อย่างไรก็ตามในระหว่างนี้ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นเราก็ยังมีกลไกของ AOTและhotline ระหว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และระหว่างนี้ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ก็จะพยายามพูดคุยพูด

พลอากาศเอกประภาส กล่าวต่อว่าหลัง 72 ชั่วโมง หากยังมี เหตุที่เกิดขึ้นกับไทยอีกก็เป็น ก็เป็นความชอบธรรมของไทย ที่เราจะปกป้องตนเอง ตามมาตรา 51 ทุกรูปแบบที่กระทบตราบใดที่พี่น้องประชาชนคนไทยและผลกระทบหรือได้รับความเสียหายเราก็จะดำเนินการ หลังจาก 72 ชั่วโมงต่อจากนี้ในเรื่องของคนไทยที่จะเดินทางกลับมาหรือ ความร่วมมือในการเก็บกู้วัตถุระเบิด ทั้งนี้ผลการลงนามหยุดยิงเป็นเวลา 72 ชั่วโมง เป็นตัวเลขที่เหมาะสม เพราะเป็นตัวเลขระดับมาตรฐานสากลที่ใช้กันทั่วโลก แต่ถ้าหากส่งคืนเชลยศึกแล้ว กัมพูชาละเมิดข้อตกลง กองทัพก็จะตอบโต้เหมือนเดิม เพื่อเป็นการป้องกันตัวเอง ดูแลความปลอดภัยของประชาชน

สำหรับประชาชนจากศูนย์อพยพที่ต้องการกลับบ้านนั้น ในช่วงหลังเที่ยงวันนี้ จะมีการประเมินเป็นพื้นที่ประกาศ ในแต่ละศูนย์พักพิงแจ้ง ประชาชนกลับไปได้ โดยชาวบ้านกว่า 400,000 คน ที่อพยพมาอยู่ศูนย์พักพิงชั่วคราว รัฐบาลและทุกภาคส่วน ยืนยันว่าจะดูแลอย่างเต็มที่ มีมาตรการเยียวยาตามข้อเท็จจริง ในขณะเดียวกันฝ่ายกัมพูชาก็ต้องผ่อนคลายมาตรการในการให้ประชาชนคนไทยเดินทางกลับประเทศด้วยโดยประสานงานผ่านช่องทางกระทรวงต่างประเทศต่อไป

พร้อมทั้งขอบคุณคนไทย ที่ส่งของจำเป็นบริจาคมาอย่างต่อเนื่อง แต่การจะกลับเข้าพื้นที่นั้นขึ้นอยู่กับการประเมินของทหารหน้างานในแต่ละพื้นที่ ตอนนี้ก็ทราบว่าหลายๆพื้นที่ต่างก็ทยอยกลับกันบ้างแล้ว และตนก็คาดหวังความจริงใจจากกัมพูชาเช่นเดียวกันว่าจะไม่ละเมิดข้อตกลงใดๆ อีก

สำหรับปัญหาความขัดแย้งระหว่างไทยกับกัมพูชานั้น เกิดขึ้นที่บริเวณแนวชายแดนเท่านั้น ส่วนจุดอื่นภายในประเทศยังอยู่ในเหตุการณ์ปกติ ดังนั้นขอให้ชาวต่างชาติที่จะเข้ามาท่องเที่ยวภายในประเทศไม่ต้องกังวล ขอแค่ไม่เข้าไปในพื้นที่เสี่ยงและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ก็พอ

เมื่อถามว่า การพูดคุยกับประเทศที่ไม่เคยรักษาสัญญา และข้อตกลวนกลับไปเหมือนเดิม มีความมั่นใจอย่างไรว่าข้อตกลงครั้งนี้จะไม่ถูกฉีกทิ้งอีกพลอากาศเอกประภาสกล่าวว่า จะเห็นได้ว่าในข้อตกลงนั้นเราพยามลดระดับแต่ถ้าถามว่าไม่มีความจริงใจแล้วยังฉีกอีกกองทัพไทยก็ต้องปฏิบัติการอย่างเข้มข้น อย่างไรก็ตามไม่ต้องกังวลเพราะเรามีกลไก ติดตามอยู่และบทเรียนในครั้งที่แล้วเขาอาจจะไม่จริงใจ แต่ครั้งนี้เราพร้อมและก็มีมาตรการ รองรับชัดเจน โดยเรามี กลไกรองรับด้วยการสื่อสารสองฝ่าย ก็จะพยามควบคุม และยังมีเวที ของสนามรบในส่วนของกองทัพไทยก็ยังปกป้องพี่น้องประชาชนอยู่ ถ้าไม่จริงใจรับรองได้ว่าทุกอย่างดำเนินการอย่างต่อเนื่องจริงจังแน่นอน

“จะนำข้อเท็จจริงทั้งหมดไปสื่อสารกับประชาคมโลกให้ทุกคนเห็นว่าประเทศไทย ตอบโต้ตามมาตรฐานสากล และเปิดทางที่จะใช้การเจรจาอย่างสันติภาพด้วยความจริงใจแล้ว ต้องการทำให้ทุกคนเห็นว่าเราพยายามต่อสู้กับคนที่ไม่ได้เคารพกติกา ถึงแม้ว่าอาจจะต้องใช้เวลา ใช้กระบวนการในเวทีนานาชาติแต่ขอให้มั่นใจว่าเราต่อสู้ด้วยความจริง กองทัพไม่มีหยุดปีใหม่ เตรียมพร้อมที่จะรับใช้ชาติตลอดเวลา”

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'สีหศักดิ์' มอง 'ฮุนเซน' เยือนจีนตามปกติ อย่าหวั่นไหวตามข่าวฝั่งกัมพูชา

นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรมว.การต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์กรณีที่นายฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา เดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนมีอะไรน่ากังวลหรือไม่ ว่า กัมพูชาไปเยือนตามปกติ เขามีความสัมพันธ์ของเขา

ไทยตอบรับ 'ประนอมภาคบังคับ' กับกัมพูชา ย้ำเป้าหมายยุติเขตแดนทางทะเล

กระทรวงการต่างประเทศเผย ไทยส่งหนังสือตอบรับเข้าร่วมกระบวนการประนอมภาคบังคับตาม UNCLOS กับกัมพูชาแล้ว ย้ำมุ่งหาข้อยุติการกำหนดเขตแดนทางทะเล

รบรอบสาม ไทย-เขมร มีแน่ ต้องไม่เลี้ยงไข้กัมพูชา

สถานการณ์"ไทยVSกัมพูชา"ยังคงต้องติดตามอย่างต่อเนื่อง โดยหลังจากไทยเข้าสู่กระบวนการประนอมภาคบังคับตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. 1982 (UNCLOS)

ชำแหละกัมพูชายับ! ซัดประชาธิปไตยล้มเหลว จับตา 5 ความฝัน 'ฮุน เซน'

อดีตนายทหารด้านความมั่นคงวิจารณ์กัมพูชาอย่างเผ็ดร้อน ชี้เป็นตัวอย่างของประเทศที่ประชาธิปไตยล้มเหลว ทั้งปัญหาสิทธิเสรีภาพ สื่อมวลชน และอาชญากรรมข้ามชาติ พร้อมวิเคราะห์ 5 เป้าหมายสำคัญของ “ฮุน เซน” ตั้งแต่เสริมกำลังชายแดน ฟื้นสัมพันธ์ทักษิณ ไปจนถึงความหวังเห็นพรรคประชาชนขึ้นเป็นรัฐบาลไทย ก่อนประเมินว่าหลายเรื่องอาจสวนทางกับความเป็นจริง

'นายกฯหนู' ดึงข้อศอก 'ฮุน มาเนต' ย้ำจุดยืนไทย เจรจาได้แต่ห้ามบังคับ

'อนุทิน' เผยดึงข้อศอก 'ฮุน มาเนต' คุยปมชายแดน ย้ำไม่ต้องการขัดแย้งกัน พร้อมเจรจาตามกรอบ แต่บังคับเมื่อไหร่หยุดทันที ลั่นไม่พูดเรื่องเปิดด่าน คำต้องห้ามเดี๋ยวคนไทยโกรธตาย