
‘อนุทิน’ ปราศรัยริมโขงขายเหมาแพ็คเกจขอชาวหนองคายเลือกภูมิใจไทยยกจังหวัด ยอมรับครั้งก่อนขมขื่น แต่ไม่เคยลืมขอโอกาสเข้าไปทำงานพัฒนาเศรษฐกิจ – คุณภาพชีวิต โต้ใช้ประเด็นชายแดนหาเสียง ลั่น ลุยจบภายใน 2 เดือน เพราะไม่มีผลประโยชน์ – ไม่เกรงกลัวผู้นำเขมร พร้อมให้คำมั่นไม่มีปะทะซ้ำ ขู่ถ้ามีอีกเจอบทเรียนหนักกว่าเดิมแน่
25 ม.ค.2569-ที่ลานนาคาเบิกฟ้า ริมแม่น้ำโขงเทศบาลเมืองโพนพิสัย อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย(ภท.)และแคนดิเดตนายกฯพรรคภท. ขึ้นเวทีปราศรัยช่วย พล.ต.ท.ไพศาล ลือสมบูรณ์ ผู้สมัคร สส.เขต 1 , นางจิดาภา สุนทรธนากุล ผู้สมัคร สส.เขต 2 และนายศักดิ์ดา จันทรสุวรรณ ผู้สมัคร สส.เขต 3 หาเสียง
นายอนุทิน กล่าวว่า ตนไม่รู้จะกราบขอบพระคุณอย่างไร พี่น้องประชาชนมาวันนี้ และ การเลือกตั้งครั้งที่แล้วตนก็มีโอกาสมา แต่ สส.ภูมิใจไทย เขตนี้สอบตก พร้อมถามชาวหนองคายเป็นภาษาอีสานว่า “วันนี้จะตั๋วมั้ย” โดยประชาชนตอบว่า ”บ่ตั๋ว“ นายอนุทินจึงกล่าวต่อว่า ที่ผ่านมา ”บ่ๆ บ่เป็นหยังดอก“
นายอนุทิน กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้แทนที่จะขอคนเดียวหรือสองคนมันไม่ทันแล้ว เพราะต้องไปทำงานให้คนหนองคาย มีเศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตที่ดี ดังนั้น ขอสามคนเลยได้หรือไม่ และต้องกาเบอร์ 37 เพื่อเลือกอนุทินด้วย ทั้งนี้ การเลือกตั้งครั้งที่แล้ว นางจิดาภาขมขื่นตนก็ขมขื่น เที่ยวนี้ขออย่าให้พวกตนต้องไปร้องว่า เอาความขมขื่นไปทิ้งแม่โขง ให้มันไหลลงๆทะเล เพราะตอนนี้ปิดด่านแล้วความขมขื่นมันไหลลงทะเลไม่ได้มันติดเขมร ความขมขื่นมันเลยติดอยู่ตรงนี้ ดังนั้น จะต้องไม่มีความขมขื่นอีกต่อไป และตนจะไม่ขอร้องเพลงนี้เป็นครั้งที่สอง
หัวหน้าพรรค ภท.กล่าวว่า การเลือกตั้งใน จ.หนองคาย ครั้งนี้พรรคภูมิใจไทยขอเสนอเป็นแพ็กเกจ ทั้งนางจิดาภา พล.ต.ท.ไพศาล และนายศักดิ์ดา หนองคายถ้าไม่เจริญยุคนี้จะเจริญยุคไหน วันนี้ตนไม่เหมือน 4-5 ปีที่แล้ว ที่มาเจอพ่อแม่พี่น้องตรงนี้ เพราะตอนนั้นเวลาจะรับปากใครว่าจะเป็นนายกฯยังดูห่างเกินไป ขอเป็นนายกก่อนฯแล้วก็มาพบกับพ่อแม่พี่น้องเพื่อเป็นนายกฯต่อไป วันนี้ตนไม่ได้มาขายฝัน แต่ได้ทำให้ความจริงเกิดขึ้นแล้ว จึงมาบอกกับพ่อแม่พี่น้องทุกคน และยืนยันว่า ตนไม่ได้ลืมหนองคาย แม้ว่าครั้งที่ผ่านมา จะไม่ได้ให้โอกาสพรรคภูมิใจไทย ตนก็ไม่ลืมจังหวัดหนองคาย ถามว่าวันนี้มีกี่ขัวแล้ว ที่หนองคายมีทั้งขัวรถบรรทุก และขัวรถไฟ ตอนนั้นตนคุมคมนาคม เขาบอกต้องรอ 7-8 ปี ถึงจะมีขัวรถไฟ แต่ตนบอกว่าไม่ได้ต้องเกิดขึ้นสมัยที่พรรคภูมิใจไทย คุมคมนาคม
”ผมไม่ได้รู้สึกน้อยอกน้อยใจใดๆทั้งสิ้น คนเป็นนายกฯ เป็นรัฐมนตรี จะมาน้อยอกน้อยใจเรื่องส่วนตัวไม่ได้ อะไรก็ตามที่ทำแล้วมีความเจริญงอกงามเป็นประโยชน์ต่อประชาชน ผมไม่สนใจว่าชาวหนองคายจะเลือกสส.พรรคไหน ถ้าผมมีหน้าที่บริหารบ้านเมืองจะเอามาทำประโยชน์ให้กับพี่น้องชาวหนองคาย เพราะเท่ากับทำประโยชน์ให้กับประเทศไทยเหมือนกัน ถ้าผมไม่สามารถทำความเจริญก้าวหน้าให้กับพี่น้องชาวหนองคายตามที่ต้องการได้ ขอโทษเถอะว่าตรงนี้กี่ตีนแล้ว ผมจะมาได้อีกหรือไม่ วันนี้เดินเข้ามาได้จับมือ แต่ถ้าทำไม่ได้ มาวันหน้าโดนตีนผมไม่เอา“
นายอนุทิน กล่าวว่า วันนี้มาแล้วพูดเสียงดัง เพราะวันนี้ได้เป็นนายกฯแล้ว แค่ 2 เดือนกว่าทำให้พี่น้องประชาชนได้เยอะแล้ว รับรองว่าถ้าได้เป็นอีก 4 ปี จะทำจนประชาชนร้องว่าพอแล้วๆ รวยไม่ไหวแล้ว ขอให้เชื่อว่าตนทำได้ และขอให้เชื่อมั่นว่าเมื่อ 3 คนนี้เข้าไปเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนชาวหนองคาย จะไม่มีอะไรที่จะมาหยุดยั้งความตั้งใจที่จะทำงานให้กับชาวหนองคาย ซึ่งถือว่าเป็นผู้มีพระคุณต่อตน และให้ความมั่นใจให้ตนไปบริหารประเทศ ขอให้มั่นใจว่าตนจะทุ่มเททุกสิ่งเพื่อหนองคาย
ส่วนปัญหากับเขมรจะไม่มีการประจันหน้ากันอีกต่อไป เราควบคุมพื้นที่ที่เป็นของเราไว้หมด ขอให้เอาความเกลียดชังเอาความโกรธจากอกไป เหมือนที่พระท่านว่า “กัมมุนา วัตตติโลโก“ กุ๊กๆ พร้อมกล่าวต่อว่า ตนไปหลายที่ยังมีคนบอกให้จัดการเขมรเลย ลุยเขมรเลย ตนอยากบอกว่าเราลุยเรียบร้อยแล้ว ได้อธิปไตยคืนมาเรียบร้อยแล้ว ขอให้ทุกคนเอาส่วนที่ยังโกรธแค้นยังเจ็บใจออกไป แล้วไปทำงานไปทำในสิ่งที่ตัวเองอยากจะทำ ไม่ต้องกังวลมันจะไม่มีเหตุอะไรเกิดขึ้นเพราะเราได้แสดงให้ทั้งโลก และคู่กรณีของเราเห็นแล้ว
นายอนุทิน กล่าวว่า ตนเป็นนายกฯจะพูดมากไม่ได้ เพราะต้องรักษาเกียรติภูมิของประเทศไทย พูดคำแรงๆไม่ได้ เพราะถือว่าเป็นตัวแทนของประเทศไทย แต่ยืนยันว่า ประเทศไทยมีเกียรติภูมิแน่นอน เพราะได้แสดงให้เห็นแล้วว่าเรามีกำลังทหารเข้มแข็งแค่ไหน เราเอาสิ่งที่สูญเสียมาได้หมดทั้งที่รอมาเป็น 10 ปี เอาคืนไม่ได้แต่ใช้เวลาแค่ 2 เดือน เอาคืนกลับได้หมด เพราะไม่มีประโยชน์ร่วม ไม่ต้องเกรงใจใคร ตนกลัวประชาชนคนไทยมากกว่าผู้นำเขมร จึงต้องทำทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์ของคนไทยไม่มีทางอื่นแน่นอน
“คนที่บอกว่าเอาเรื่องนี้มาหาเสียง ผมไม่ได้เอามาหาเสียง แต่ทำแล้วถึงมาพูด ทำเรียบร้อยพูดคุยกับกองทัพ และดำเนินการเรียบร้อยถึงมาบอกกับพี่น้องคนไทย แล้วไม่ต้องห่วงไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น หากมีอีกรับรองว่าจะเจอบทเรียนที่หนักกว่านี้ พร้อม ย้ำว่าไม่มีการเปิดด่านแน่นอน” นายอนุทิน กล่าว พร้อมกล่าวทิ้งท้ายว่า พูดในสิ่งที่เฮ็ด เฮ็ดในสิ่งที่เชื่อ พร้อมยกนโยบายของพรรคภูมิใจไทย ว่า “อนุทินมาตรงนี้ เว้าแล้วเฮ็ดแน่นอน บ่ต้องห่วง”
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
อสม. บนสมรภูมิเลือกตั้ง จากด่านหน้าสาธารณสุขสู่ข้อครหากลไกซื้อเสียง?
ข้อกล่าวหาว่าอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน หรือ “อสม.” อาจถูกใช้เป็นกลไกซื้อเสียงในสนามเลือกตั้ง กลายเป็นประเด็นที่สังคมหันมาพูดถึงมากขึ้น
'อนุทิน' เบ่งกล้ามโชว์บอกเตรียมคุยทูตแดนจิงโจ้หารือซื้อพลังงาน
'นายกฯ' โชว์เบ่งกล้ามทำแข็งแรง หลังสื่อถามหายป่วยหรือยัง ยังไม่ยอมเปิดปากคุยการเมือง หลังโหวตประธานสภา-นายกฯ หรือไม่ ขณะที่บ่ายนี้เตรียมคุยเอกอัครราชทูตออสเตรเลีย หารือซื้อพลังงาน
มหกรรมมวยไทยนานาชาติ 'น้ำยืนไฟต์'หน้าเทศบาลอ.น้ำยืน ลดความตึงเครียดชายแดน
"น้ำยืนไฟต์ เดือดแน่!" ส.ส.กังฟู" วสวรรธน์ พวงพรศรี หัวหน้าพรรคไทรวมพลัง , นายสมศักดิ์ บุญประชุม ส.ส.เขต 10 จ.อุบลราชธานี พรรคไทรวมพลัง , นายสมชัย ริทัศน์โส ปลัดอาวุโส ผู้แทนนายอาทิตย์ บุษบา นายอำเภอน้ำยืน , "เสี่ยโก้" นายก่อเกียรติ พาณิชยารมณ์ และนายสรวีร์ ฤทธิชัย ร่วมแถลงข่าวมหกกรรมมวยไทยนานาชาติ "งานประเพณีบวงสรวงสักการะศาลเจ้าพ่อหลักเมือง สืบสานวัฒนธรรม 4 ชนเผ่าชาวอำเภอน้ำยืน ประจำปี 2569 "น้ำยืนไฟต์" 19 มี.ค.69 ที่เวทีมวยชั่วคราวลานหน้าเทศบาลอำเภอน้ำยืน จ.อุบลราชธานี
เลือดใหม่สีน้ำเงินแบ่งเค้กลงตัว 'เอกนัฏ' นั่งพลังงาน 'วราวุธ' คุมอุตฯ 'สุชาติ' ดูแล ทส. ตามเดิม
ช่วงโค้งสุดท้าย การจัดตั้งคณะรัฐมนตรี อนุทิน 2 ก่อนมีรัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภา ในวันที่ 14 มีนาคม จากนั้น เป็นขั้นตอนการเลือกประธานรัฐสภา ในวันที่ 15 มีนาคม และโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีช่วงวันที่ 18-19 มีนาคม ก่อนจะมีการจัดตั้งคณะรัฐมนตรี
พรรคชนะเลือกตั้งกลายเป็นเผด็จการ! อนุสรณ์ส่วนต่อขยายของธนาธร
เป็นภาพที่น่าสนใจ เมื่อนักวิชาการระดับด็อกเตอร์ถอดเสื้อคลุมในห้องเรียน แล้วสวมเสื้อสีส้มลงสนามการเมืองเต็มตัว จนได้รับเลือกตั้งเป็น สส.กทม. พรรคประชาชน ในการเลือกตั้งครั้งล่าสุด
'รบ.อนุทิน2' ลุยรวมกระทรวงท่องเที่ยว-วธ. ลดค่าไฟ 3 บาท ใช้ไม่เกิน 200 ยูนิต
'ภท.' เล็งรวมกระทรวงท่องเที่ยวเข้ากับวัฒนธรรม แยก ก.กีฬา เพื่อให้ทำงานชัดเจน เร่งสางปัญหาปากท้อง ลดค่าครองชีพ ใช้ไฟต่ำกว่า 200 ยูนิต จ่ายหน่วยละ 3 บาท คลอดใน 3 เดือน ส่วนแก้รธน. ไม่รีบ

