การเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 คือวันที่ประชาชนเป็นผู้ตัดสินว่า ใครจะได้อำนาจเข้าไปทำหน้าที่บริหารประเทศ ภาพ นโยบาย และท่าทีของแกนนำพรรคการเมืองตลอดช่วงที่ผ่านมา จึงถูกจับตามองอย่างละเอียด เพราะทั้งหมดเป็นส่วนหนึ่งของการขอความไว้วางใจจากสังคม
สำหรับคนไทย ภาพของการเคารพเพลงชาติไทยแทบไม่ต้องมีใครอธิบาย ผู้คนยืนตรง มือแนบลำตัว บางคนร้อง บางคนไม่ร้อง แต่ภาพรวมคล้ายกันจนกลายเป็นสิ่งที่คุ้นตา ใช้ร่วมกันมาในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่โรงเรียน งานพิธี ไปจนถึงกิจกรรมสาธารณะทั่วไป
ทุกครั้งที่เพลงชาติไทยดังขึ้นในที่สาธารณะ สายตาของผู้คนมักจะหันไปมองรอบตัวโดยไม่รู้ตัว เพราะช่วงเวลานั้นไม่ใช่แค่เสียงเพลง หากเป็นจังหวะที่ท่าทีของคนตรงหน้า ถูกนำไปเทียบกับภาพที่สังคมคุ้นเคย
โดยเฉพาะเมื่อบุคคลนั้นอยู่ในฐานะผู้ที่กำลังขอคะแนนเสียงจากประชาชน
ด้วยเหตุนี้ การแสดงออกต่อหน้าเพลงชาติไทยของนักการเมืองบางคนในช่วงหาเสียง จึงกลายเป็นเรื่องที่ถูกพูดถึง เพราะมันไม่ได้หยุดอยู่แค่ท่าทางเฉพาะตัว แต่ถูกโยงไปถึงแนวทางและวิธีคิดของพรรคการเมืองที่กำลังขออำนาจจากประชาชนทั้งประเทศ
ภาพและคลิปจากเวทีหาเสียงที่เผยแพร่ออกมา ทำให้เกิดการเปรียบเทียบทันที ระหว่างการยืนเคารพเพลงชาติไทยของตัวแทนพรรคการเมืองส่วนใหญ่ กับท่าทีของ “ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” หัวหน้าพรรคประชาชน หรือพรรคส้ม ที่ยืนนิ่ง มือไขว้หลัง ท่ามกลางผู้สมัครและแกนนำพรรคอื่นที่ยืนในลักษณะที่คนดูคุ้นตากันดี
ในอีกเหตุการณ์หนึ่ง ระหว่างการลงพื้นที่หาเสียง ภาพลักษณะใกล้เคียงกันก็ปรากฏขึ้น เมื่อเพลงชาติไทยดังขึ้น “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” ผู้นำทางจิตวิญญาณของพรรคส้ม หยุดอยู่กับที่ และแสดงท่าทีในแบบเดียวกัน
เหตุการณ์ทั้งสองเกิดต่างสถานที่ แต่เกิดในช่วงเดียวกัน คือช่วงที่พรรคกำลังเดินหน้าขอคะแนนเสียงจากประชาชน
ประเด็นที่สังคมพูดถึงจึงไม่ใช่เรื่องยืนหรือไม่ยืน เพราะทั้งสองกรณียืนอยู่แล้ว หากอยู่ที่ลักษณะการแสดงความเคารพ ซึ่งแตกต่างจากภาพที่ผู้คนคุ้นเคย และแตกต่างจากตัวแทนพรรคการเมืองอื่นในเวทีเดียวกัน
ความแตกต่างนี้เองที่ทำให้เกิดเสียงวิจารณ์ตามมา
เมื่อภาพลักษณะเช่นนี้ปรากฏซ้ำ คำถามจึงไม่ได้หยุดอยู่ที่ตัวบุคคล แต่สะท้อนฐานคิดทางการเมืองที่ดำรงอยู่มาตั้งแต่พรรคอนาคตใหม่ ผ่านพรรคก้าวไกล และมาถึงพรรคประชาชนในปัจจุบัน
แม้ชื่อพรรคจะเปลี่ยนไป แต่วิธีมองปัญหาและท่าทีต่อสิ่งที่มีอยู่ยังคงแบบเดิม พรรคส้มแสดงจุดยืนอย่างสม่ำเสมอ และท่าทีดังกล่าวสะท้อนไปถึงวิธีปฏิบัติ ความสัมพันธ์ และสิ่งที่สังคมไทยใช้ร่วมกันมา
ท่าทีที่ปรากฏต่อหน้าเพลงชาติไทย จึงไม่ถูกมองว่าเป็นเหตุการณ์เฉพาะหน้า หากถูกนำไปเชื่อมโยงกับแนวคิดเดียวกันที่พรรคเคยแสดงออกต่อสิ่งที่สังคมคุ้นเคยในหลายประเด็นมาก่อน
หนึ่งในนั้นคือการตั้งคำถามกับลำดับอาวุโส และการเรียกพี่ เรียกลุง เรียกป้า ซึ่งถูกอธิบายในกรอบของความเท่าเทียม ควรเรียกกันด้วยคำว่า “คุณ” เหมือนกันทั้งหมด
แนวคิดเช่นนี้ทำให้สิ่งที่สังคมคุ้นเคย ถูกนำขึ้นมาถามว่า ยังจำเป็นต้องยึดถือหรือไม่ และสะท้อนท่าทีทางการเมืองที่พรรคใช้มาอย่างต่อเนื่อง
แนวทางเดียวกันนี้ยังปรากฏผ่านกลุ่มบุคคลที่พรรคเปิดตัวในชื่อ “the professional” เพื่อเตรียมทำหน้าที่บริหารประเทศ หากได้รับความไว้วางใจจากประชาชน
โดยแนวคิดจากบางคนในกลุ่มนี้เคยแสดงความเห็นว่า การให้นักเรียนต้องยืนเคารพธงชาติหรือเพลงชาติในตอนเช้า เป็นภาพของการบังคับ และไม่ช่วยให้เด็กกล้าตั้งคำถาม
ในมุมมองลักษณะนี้ แนวคิดเรื่องชาติถูกอธิบายในลักษณะที่แตกต่างจากความเข้าใจของคนไทยจำนวนหนึ่ง
ความเป็นไทยถูกเสนอว่าไม่จำเป็นต้องมีรูปแบบเดียว และสัญลักษณ์ของรัฐสามารถแสดงออกได้หลากหลายกว่าที่สังคมคุ้นเคย
เมื่อนำแนวคิดเหล่านี้มาเทียบกับการแสดงออกของแกนนำพรรคต่อหน้าเพลงชาติไทยในช่วงหาเสียง ภาพทั้งหมดจึงเชื่อมต่อกัน ตั้งแต่วิธีคิด ไปจนถึงท่าทีบนเวที ในวันที่พรรคกำลังขออำนาจจากประชาชน
สำหรับคนไทยจำนวนมาก เพลงชาติไทยไม่ใช่แค่ทำนองที่เปิดขึ้นตามเวลา หากเป็นถ้อยคำที่กล่าวถึงการรวมเลือดเนื้อของผู้คน ความสามัคคี การอยู่ร่วมกัน และการปกป้องเอกราช
ความหมายของชาติในลักษณะนี้ จึงไม่ได้หยุดอยู่ที่บทเพลง แต่ถูกใช้เป็นกรอบร่วมในการมองประเทศ และเชื่อมโยงกับสิ่งที่สังคมไทยยึดถือมาเป็นเวลานาน ทั้งความเชื่อ หลักยึดทางใจ และสัญลักษณ์ร่วมของชาติ
เมื่อพรรคการเมืองหนึ่งแสดงท่าทีที่แตกต่างจากธรรมเนียมที่สังคมคุ้นเคย ต่อสัญลักษณ์ร่วมของชาติ คำถามจากสังคมจึงเกิดขึ้นตามมาว่า สถาบันหลักของชาติซึ่งประกอบด้วย ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ จะถูกให้ความสำคัญอย่างไรภายใต้แนวทางเช่นนี้
การเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 จึงเป็นวันที่ประชาชนต้องตัดสินใจว่า แนวทางและท่าทีที่เห็นอยู่ต่อหน้าต่อตานี้ หากได้รับอำนาจรัฐ จะพาประเทศไทยไปในทิศทางใด และเป็นทิศทางที่สังคมพร้อมรับหรือไม่.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'เท้ง' สวน 'แก้วตา' ปชน.ไม่มี IOส้ม บิดเบือนข้อมูล ลั่นไร้ปัญหาร่วมงาน 'กล้าธรรม' ฝ่ายค้าน
เท้ง ยันหลายอย่างที่ ‘ธิษะณา’ ออกมาพูดก็ไม่ใช่ข้อเท็จจริง อย่าง IO ส้ม พรรคประชาชนไม่เคยมีปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารแบบนั้น ทางพรรคมีทีมโซเซียลในการติดตามความเห็นในสื่อสังคมออนไลน์ ไม่ได้มีทีมเฉพาะกิจที่ตั้งขึ้นมาชี้นำข้อมูลข่าวสารหรือบิดเบือนสังคม
ขย้ำต่อ! ร้อง ปปง. สอบ 'สุริยะ' ปมซื้อเจ็ตหรูจาก 'เบน สมิธ'
'ศรีสุวรรณ' ร้อง ปปง. จี้สอบธุรกรรมการเงิน 'สุริยะ' ปมซื้อเครื่องบินเจ็ตหรูมูลค่า 862 ล้าน จาก 'เบน สมิธ'
ศาลนัดสืบพยาน 'กัลฟ์' ฟ้องหมิ่นประมาท 'ณัฐพงษ์' 100 ล้าน ต้นเดือนต.ค.69
ศาลนัดตรวจหลักฐานและสอบคำให้การจำเลยคดีดำอ.1035/2568ที่บริษัท กัลฟ์เจพี เอ็นเอส จำกัดเป็นโจทก์ฟ้องนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน
We Watch จี้ กกต.รับผิดชอบจัดเลือกตั้งผิดพลาด ชำแหละหลายจุดส่อไม่โปร่งใส ลั่นหากทำไม่ได้ลาออกไป
We Watch เรียกร้อง กกต. รับผิดชอบความผิดพลาดในการจัดการเลือกตั้ง 69 พร้อมขอให้ชี้แจงข้อเท็จจริงทุกข้อกล่าวหาทุกขั้นตอนอย่างโปร่งใส ชี้ หากเรียกความเชื่อมั่นจากประชาชนกลับมาไม่ได้ควรลาออก
ผิดถึงยุบพรรค! หมอตุลย์ชี้ช่อง Spectre C เข้าข่ายเป็นบริษัทสื่อของ ปชน.
นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ อาจารย์ประจำภาควิชาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยถึงประเด็นเรื่องบริษัท Spectre C ที่เกี่ยวพันกับพรรคประชาชนว่า
'เจี๊ยบ อมรัตน์' ฟาด 'อ้วน' ได้เวลาลงจากยอดมะพร้าว
นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล หรือเจี๊ยบ อดีตสส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ถึงกรณีนายภูมิธรรม เวชยชัย แกนนำพรรคเพื่อไทย ชี้แจงกรณีพรรคเพื่อไทยเข้าร่วมรัฐบาล

