
8 ก.พ.2569-สถาบันพระปกเกล้า เปิดเผยผลสำรวจ เรื่อง “เลือกตั้ง 69…ใครเหมาะสมเป็นนายกคนใหม่ (สำรวจครั้งที่ 3) ทิศทางการเลือกตั้งและการลงประชามติรัฐธรรมนูญ” โดย รองศาสตราจารย์ ดร.อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ KPI Poll มอบนโยบายสำคัญในการทำ KPI Poll ให้เป็นโพลเชิงวิชาการที่ออกแบบมาเพื่อสะท้อนความจริงทางการเมืองด้วยความ “เป็นกลาง เป็นจริง เป็นประโยชน์” มีมาตรฐานวิชาการและความแม่นยำไม่มุ่งเน้นให้เกิดการชี้นำการเมือง แต่จัดทำเพื่อ “ฟัง”การเมืองจากเสียงของประชาชน โดยให้ข้อมูลจาก KPI Poll เป็นฐานความรู้สำคัญสำหรับนักการเมือง พรรคการเมือง นักวิชาการ และสาธารณชน เพื่อทำหน้าที่เป็น “คลังสมองทางประชาธิปไตย” ของสังคมไทยอย่างแท้จริง
การแถลงผลการสำรวจ KPI Poll ครั้งที่ 7 ที่ศูนย์ฯ ได้ทำการสำรวจ ระหว่างวันที่ 30 ม.ค.-5 ก.พ. 2569 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายตามภูมิภาคทั่วประเทศ จำนวน 2,000 ตัวอย่าง (ภาพรวมและกรุงเทพมหานคร) และ จังหวัดละ 400 ตัวอย่าง ใน 4 จังหวัด โดยมีบทสรุปสำคัญจากผลสำรวจ ดังนี้
1. “ยังไม่มีคนเหมาะฯ” ลดต่อเนื่อง ศึกชิงธงนำตั้งรัฐบาลยังสูสี
•นายอนุทิน ชาญวีรกูล: 18.9% → 20.7% | นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ: 15.2% → 19.2% ขยับขึ้นเป็นอันดับสูงสุด
•ยังไม่มีบุคคลที่เหมาะสม: 17.7% (23.4% / 26.2%) ลดลงต่อเนื่อง
•ศ.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์: 12.1% → 15.1% | นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ: 8.8% → 12% | นายพีระพันธุ์ 1.3% → 3.4% ขยับขึ้น
•กลุ่มที่ขยับลง: พลเอกรังษี 2.8% → 2.3%, คุณหญิงสุดารัตน์ 3.2% → 2%, พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ 2.3% → 1.9%, ร.อ.ธรรมนัส 4.6% → 1.3%, บุคคลอื่น 5.3% → 4%
สะท้อนว่า ประชาชนเริ่มตัดสินใจเลือกจากตัวเลือกที่มีจริงมากขึ้น ทำให้การแข่งขันชิงธงนำตั้งรัฐบาลผันผวนสูง การแข่งขันหัวแถวสูสีและเปลี่ยนได้เร็ว ตามเหตุการณ์และความน่าเชื่อถือของแต่ละฝ่าย โดยเฉพาะช่วงโค้งสุดท้าย
2. ประชามติประเด็นเรื่อง รัฐธรรมนูญ ยังมีความเปราะบาง เห็นชอบยังเกินครึ่ง แต่ “คนไม่แน่ใจ/ไม่แสดงความเห็น” เพิ่มขึ้น
•เห็นชอบ 50.9% (เดิม 53.0) | ไม่เห็นชอบ 20.9% (เดิม 23.4) แนวโน้มลดลง
•ไม่มีความเห็น 28.2% (เดิม 23.6) เพิ่มขึ้นชัด
•ประชาชนเข้าใจว่า “รัฐธรรมนูญฉบับใหม่” คืออะไร (สำรวจโดย X Line Today) พบว่า ส่วนใหญ่เข้าใจว่า เป็นการยกร่างฉบับใหม่ (34.8 %) รองลงมา เข้าใจว่า เป็นการนำรัฐธรรมนูญฉบับเดิมมาแก้ไขบางมาตรา (28.4%) เข้าใจว่าแก้ไขบางมาตราหรือยกร่างใหม่ทั้งฉบับก็ได้ (28.4%) และ ยังไม่แน่ใจ (8.4%)
ภาพรวมสังคมยังเปิดรับหลักการ แต่ยังไม่มั่นใจรายละเอียด สัดส่วน “ไม่มีความเห็น” ที่เพิ่มขึ้น สะท้อนความไม่แน่ใจหรือความเข้าใจต่อการทำประชามติที่ยังไม่ชัดเจน คนจำนวนมากยังไม่มั่นใจผลลัพธ์ของการทำประชามติ อาจส่งผลต่อความชอบธรรมของการลงประชามติในอนาคตได้
3. แนวโน้มสภามี 3 พรรคใหญ่ แต่ ยังไม่มีพรรคเดียวครองเสียงข้างมากลำพัง จากการบูรณาการข้อมูลรอบด้าน โดยวิเคราะห์โครงสร้างคะแนนและฐานเสียงเดิมจากการเลือกตั้งครั้งก่อน ร่วมกับบริบททางการเมืองเฉพาะพื้นที่ที่เปลี่ยนแปลงไป และผลสำรวจโพล ในช่วงโค้งสุดท้าย สามารถคาดการณ์ความเป็นไปได้ของจำนวน สส. แต่ละพรรค ดังนี้
•ภูมิใจไทย 134–151 ที่นั่ง
•ประชาชน 128–143 ที่นั่ง
•เพื่อไทย 100–115 ที่นั่ง
•กล้าธรรม 28–38 ที่นั่ง | ประชาธิปัตย์ 21–26 ที่นั่ง | ประชาชาติ 9–11 ที่นั่ง
•พลังประชารัฐ 4–5 ที่นั่ง | ไทยสร้างไทย 3–4 ที่นั่ง | รวมไทยสร้างชาติ 3–4 ที่นั่ง
•เศรษฐกิจ 1-2 ที่นั่ง | เสรีรวมไทย 0-1 ที่นั่ง | พรรคอื่น ๆ 7–12 ที่นั่ง
สะท้อนทิศทางสภามีแนวโน้มหลายขั้ว โจทย์ “รัฐบาลผสม” ยังเด่น โจทย์ใหญ่หลังเลือกตั้ง คือ การรวมเสียงเสถียรภาพในการบริหารประเทศ โดยพรรคขนาดกลางจะเป็นตัวแปรสำคัญและมีอิทธิพลสูงในการกำหนดตัวผู้นำประเทศคนใหม่
นอกจากนี้ ในการสำรวจครั้งนี้ ได้มีการเก็บข้อมูลในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จำนวน 10 เขต ได้แก่ เขตเลือกตั้งที่ 1,2,4,7,10,15,19,20,23 และ 33 รวมทั้ง 4 จังหวัดใหญ่ ได้แก่ เชียงใหม่ ขอนแก่น ระยอง และ ภูเก็ตด้วย
บทสรุปจาก KPI Poll ครั้งที่ 07
ผลสำรวจครั้งนี้เป็นภาพแนวโน้มความรู้สึกและการตัดสินใจของประชาชนก่อนวันเลือกตั้งจริง สรุปได้ว่า การแข่งขันในกลุ่มผู้นำมีลักษณะสูสีและผันผวนสูง คะแนนของตัวเลือกอันดับต้น ๆ อยู่ในระยะใกล้กัน จึงสะท้อนว่า “สนามก่อนวันเลือกตั้ง” ยังเปิดช่องและมีโอกาสเปลี่ยนได้ตามเหตุการณ์ การสื่อสารนโยบาย และความเชื่อมั่นต่อความสามารถในการแก้ปัญหา ประชาชนจำนวนหนึ่งเริ่มเชื่อมโยงการตัดสินใจกับโจทย์หลังเลือกตั้งมากขึ้น คือไม่ได้มองเฉพาะตัวบุคคลหรือพรรคที่ชอบเท่านั้น แต่คิดถึง ความเป็นไปได้ในการจัดตั้งรัฐบาลและเสถียรภาพการบริหารประเทศ สำหรับการลงประชามติ แม้ภาพรวมก่อนวันลงคะแนนจริง ยังโน้มไปทางเห็นชอบ แต่ยังมีประชาชนจำนวนมากที่ยังไม่มั่นใจ/ยังไม่ตัดสินใจ คำว่า “รัฐธรรมนูญฉบับใหม่” คำเดียวกัน แต่มี “ความหมายในใจ” ต่างกัน ดังนั้น ผลการลงประชามติจะเป็นเครื่องสะท้อนการทำงานของ กกต. พรรคการเมือง และ ภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ถึงคุณภาพการให้ข้อมูลเพื่อการตัดสินใจ ซึ่งจะส่งผลต่อการกำหนดกติกาประเทศไทยหลังจากนี้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เพื่อไทยจัดทัพใหม่ทันควัน! สั่งแต่งตั้งคณะผู้บริหารพรรคชุดใหม่ 11 คน
พรรคเพื่อไทย ออกคำสั่งแต่งตั้งคณะผู้บริหารพรรค ชุดใหม่ 11 คน "จุลพันธ์" นั่งประธาน ขณะที่ "ภูมิธรรม-พรหมินทร์-สมศักดิ์" เป็นกรรมการ มอบอำนาจขับเคลื่อนงานบริหาร กำหนดยุทธศาสตร์ และกลั่นกรองเรื่องสำคัญของพรรค ดำรงตำแหน่ง 2 ปี
'ไอซ์ รักชนก' กับอาการ 'ส้มตกขอบ'…เสรีภาพสำหรับคนคิดเหมือนกัน!
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา “พรรคส้ม” ตั้งแต่ยุค “อนาคตใหม่” ต่อเนื่องมาถึง “ก้าวไกล” และปัจจุบันคือ “พรรคประชาชน” พยายามวางตัวเองในฐานะขบวนการการเมือง “ก้าวหน้า”
‘สมหมาย’ อัดฝ่ายค้านถอยหลังเข้าคลอง ขัดขวางกู้เงิน 4 แสนล้าน
นายสมหมาย ภาษี อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เขียนบทความที่มีชื่อว่า การถอยหลังเข้าคลองของพรรคการเมืองไทย โ
'สส.สุราษฎร์ฯ' โต้เดือด 'อิสราเอล' ยึดเกาะพะงันยันไม่ใช่เรื่องจริง
สส.สุราษฎร์ฯ โต้เดือด อิสราเอลยึดเกาะพะงัน ยันไม่จริง ชี้เป็นดรามาสร้างภาพครึกโครม ยอมรับมีนอมินีรับจ้างเปิดบริษัทแต่เนื้อร้ายตัดทิ้งหมด แจงยิวเยอะช่วงนี้เพราะกลับบ้านไม่ได้ จากเหตุสงครามกับอิหร่าน
ภูมิใจไทย พร้อมถอย! หากประชาชนในพื้นที่ไม่ต้องการ 'แลนด์บริดจ์'
เพจเฟซบุ๊ก พรรคภูมิใจไทย โพสต์ข้อความว่า เคลียร์ชัด! "แลนด์บริดจ์" ฉบับภูมิใจไทย สยบข่าวลือ บิดเบือนความจริง
อิสรภาพของ 'ทักษิณ ชินวัตร' วันที่อำนาจไม่คอยท่า ยุคสมัยไม่รอใคร!
11 พฤษภาคม 2569 คือวันที่ “ทักษิณ ชินวัตร” ได้รับการพักการลงโทษและก้าวออกจากเรือนจำ ภายใต้เงื่อนไขควบคุมเข้ม ทั้งการติดกำไล EM การรายงานตัวทุกเดือน และข้อจำกัดในการเดินทางออกนอกจังหวัด

