เอาแล้ว! เนติบริกรฟันธงบัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ดไม่ลับต้องเลือกตั้งใหม่

'วิษณุ' ตีความปม 'บาร์โค้ด' ลงคะแนนไม่ลับ ถ้า กกต. เห็นว่าไม่ลับทางออกคือเลือกตั้งใหม่

19 ก.พ.2569 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 18 ก.พ.ที่ผ่านมา นายวิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกรัฐมนตรีได้บรรยายพิเศษที่สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ในหัวข้อ"ถอดรหัสภาวะผู้นำ-กรณีศึกษาอดีตนายกรัฐมนตรีไทย" ภายใต้หลักสูตรวิทยาการจัดการสำหรับนักบริหารระดับสูง หรือ วบส.รุ่น 14

ช่วงหนึ่ง นายวิษณุ เปิดโอกาสให้ผู้เรียนซักถาม ซึ่งมีประเด็นเกี่ยวกับการเลือกตั้งอาจเป็นโมฆะหรือไม่ จากกรณีการพิมพ์บาร์โค้ดลงบนบัตรเลือกตั้ง สามารถตรวจสอบย้อนกลับไปถึงตัวผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้ อาจส่งผลให้ผลการลงคะแนนไม่เป็นความลับขัดต่อรัฐธรรมนูญ โดยนายวิษณุ ตอบคำถามว่า การตีความกฎหมายเรื่องนี้แบ่งได้ 2แนวทางคือ 1. ผลการลงคะแนนเลือกตั้ง ไม่ลับ กกต.ทำผิดและขัดต่อรัฐธรรมนูญ เพราะบาร์โค้ดทำให้สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งออกเสียงอย่างไร ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 85 และ 2.ผลการลงคะแนนยังเป็นไปในทางลับ เพราะลับหรือไม่ลับ พิจารณาจากตอนกากบาทลงคะแนนในคูหา ไม่ได้ดูกันภายหลัง กรณีบาร์โค้ดไม่เหมือนปี 2549 ซึ่งตั้งหีบหันไปในทิศทางที่ทำให้บุคคลที่ผ่านไปมาเห็นผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งลงคะแนน นั่นหมายความว่า ครั้งนั้นได้สร้างบรรทัดฐาน โดยยึดเหตุการณ์ระหว่างกากบาทว่าต้องเป็นความลับ

“ส่วนตัวเห็นด้วยกับแนวทางที่ 1 ว่าไม่ได้ลับ เพราะมันสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ มันมีโอกาสรู้ใช่หรือไม่ ถ้าใช่ก็ไม่ใช่ความลับ คำว่าลับในรัฐธรรมนูญมาตรา 85 ระบุว่าการเลือกตั้งต้องทำโดยตรงและลับ มันไม่ได้หมายความว่าเป็นความลับตอนไหน แต่มันหมายความว่าต้องเป็นความลับตลอดเวลา ถ้าลับแบบหลังจากเลือกไปแล้ว อีก 2 เดือน มาเปิดดูกันได้ แล้วก็รู้กันว่าใครนั้น ถือว่าได้เลือกตั้งโดยลับไปแล้ว พูดแบบนั้น พูดไม่ได้ เพราะว่ามันถูกเปิดเผยออกมาแล้ว”

นายวิษณุ กล่าวว่า ถ้าคดีนี้ไปขึ้นศาลรัฐธรรมนูญ เขาจะพิสูจน์ด้วยการที่หยิบบัตรเลือกตั้งมา 1 ใบ ที่มีบาร์โค้ด และเอาบาร์โค้ดไปเทียบกับต้นขั้ว เอาต้นขั้วไปเทียบกับบัญชีรายชื่อ ชื่อออกมาแล้วว่า นาย ก. ก็แสดงว่าไม่ลับ แล้ว ซึ่งต้องขอย้ำว่าสิ่งที่ตดถือเป็นความเห็นส่วนตัว ซึ่งอาจจะผิดก็ได้

จากนั้นผู้เรียนถามว่า หากเป็นแบบนี้การเลือกตั้งครั้งนี้มีโอกาสจะเป็นโมฆะหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ตอบไม่ได้ ไม่กล้าจะคาดเดาด้วย คนที่ถามเมื่อสักครู่ว่าลับหรือไม่ลับ ก็ตอบไปแล้วว่าส่วนตัวเห็นว่ามันไม่ลับ หากการลงคะแนนไม่ลับแล้ว ก็อยู่ที่ กกต. ว่าจะสั่งอย่างไร หาก กกต. เห็นว่าไม่ลับก็ออกได้ทางเดียว คือสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ทั้งประเทศ จะเลือกเฉพาะบางเขตไม่ได้ เพราะบัตรเลือกตั้งมันเหมือนกันทั้งประเทศ ศาลรัฐธรรมนูญจะชี้ขาดอย่างไร ไม่กล้าฟันธง แต่จะมาบอกว่าเอาแค่ กกต. รับผิดไปก็แล้วกัน มันจะไม่เป็นแบบนั้น เพราะคดีเมื่อปี 2549 โดนหลายเด้ง ทั้งเลือกตั้งใหม่ทั้งประเทศ กกต. ต้องรับผิดแล้วก็ติดคุกกันไป

“ครั้งนี้ไม่แน่ใจว่าจะให้ กกต. ติดคุกหรือไม่ แต่ก็มีส่วนรับผิดชอบเพราะว่าบัตรเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ดผ่านความเห็นชอบจาก กกต. แล้ว เพราะฉะนั้นจะเอาคุณแสวง(นายแสวง บุญมี เลขาฯกกต.) ไปติดคุกคนเดียวไม่ได้ ก็คงต้องหาเพื่อนให้แกด้วยอยู่ดี”

 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

26ส.ค.ไต่สวนลับ บัตรเลือกตั้ง ปิดคดีกันยายน

คำร้องคดี บัตรเลือกตั้ง 8 ก.พ.2569 ที่ผู้ตรวจการแผ่นดินยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เพื่อให้วินิจฉัยว่าการปฏิบัติหน้าที่ของ กกต.ในการจัดการเลือกตั้งเมื่อ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ กรณีจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ด ซึ่งอาจใช้สืบค้นย้อนกลับไปถึงตัวผู้ลงคะแนนได้ และต่อมาศาลรัฐธรรมนูญมีมติเมื่อ 18 มี.ค. ด้วยเสียงข้างมาก 6 ต่อ 3 รับคำร้องไว้วินิจฉัย

'นิด้าโพล' ชี้คดีโกงสอบท้องถิ่น-อั้วสว. สั่นคลอนการอยู่รอดของรัฐบาล

ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจ เรื่อง “ปัญหามากมายจะรอดไหมเนี่ย”

ศาล รธน.สั่งศึกษาเพิ่ม ปม 'บาร์โค้ด-QR Code' บัตรเลือกตั้ง ก่อนนัดไต่สวน 26 ส.ค.

ศาลรัฐธรรมนูญเตรียมไต่สวนคดีบัตรเลือกตั้ง 26 ส.ค. ตามนัดเดิม หลังผู้ตรวจการแผ่นดินส่ง 22 คำร้อง ปมใช้บาร์โค้ดและ QR Code ถูกตั้งข้อสงสัยอาจสืบทราบตัวผู้ลงคะแ

เปิดศึกเลือกตั้งซ่อม 'นายก อบจ.ขอนแก่น' วัฒนาเบอร์ 1 พงษ์ศักดิ์เบอร์ 2

'วัฒนา' คว้าเบอร์ 1 'พงษ์ศักดิ์' เบอร์ 2 ชิง 'นายก อบจ.ขอนแก่น' นักการเมืองระดับชาติ-ท้องถิ่น แห่ให้กำลังใจคึกคัก ขณะที่ กกต. เข้มทุกข้อกฎหมาย พร้อมจัดการเลือกตั้ง 100%

ขรก. หนุนเออร์ลี่รีไทร์เริ่มที่อายุ 50 ปี

ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจเรื่อง “อยู่ราชการต่อ หรือ ลาก่อนดี” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 4-6 สิงหาคม 2569 จากประชาชนที่มีอายุ 18-59 ปี