"กกต." โต้ข่าวลือล็อกเป้าฟัน 10 คนคดีฮั้ว สว. ระบุนัด 7 เสือเคาะมติชี้ชะตา 14 ก.ย. เป็นเอกสิทธิ์รายบุคคล ลุยสอบเอกสารหลุดมือฝ่ายค้าน-ไอลอว์ จ่อเคาะดำเนินคดีจันทร์นี้ นายกฯ ย้ำคดีฮั้ว สว.อยู่ที่ กกต. บอกไม่รู้จะตอบอย่างไรหลังฝ่ายค้านหนุนส่งศาลฟ้องทั้ง 229 คน “อัครเดช” ถามกลับ ปชน.โหวตหนุนอนุทินเป็นนายกฯ ครั้งแรกไม่เห็นเป็นปัญหา แพ้เลือกตั้งนำมาดิสเครดิตรัฐบาล "พริษฐ์" เปิด 3 ข้อค้นพบใหม่ 2 สว.มีสัญญาณโทรศัพท์โผล่ ก.พาณิชย์ก่อนวันเลือกระดับประเทศ 1 วัน-พยานในห้องทำงาน "นภินทร" โผล่ศูนย์ทำโพย “ศุภชัย” แจง “คณะ 26-คณะ 36” คนละหน้าที่ อย่ามั่วปนกัน ลั่นต้องดู “หลักฐาน” ไม่ใช่ตัดสินจากกระแส
เมื่อวันอาทิตย์ที่ 30 สิงหาคม นายณรงค์ รักร้อย กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวที่ กกต.เตรียมลงมติจะเอาผิดผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในคดีฮั้ว สว.เพียงแค่ 10 คน ว่าที่ประชุม กกต.ได้พิจารณาสำนวนเสร็จสิ้นไปเมื่อวันที่ 28 ส.ค.ที่ผ่านมา และ กกต.ทั้ง 7 คนจะนัดลงมติพร้อมกันในวันที่ 14 ก.ย. ซึ่งการเว้นระยะเวลาเนื่องจากมีบางประเด็นต้องสอบถามและหาข้อมูลเพิ่มเติม อีกทั้งการลงมติจะต้องมีเหตุผลประกอบอย่างรอบคอบ ยืนยันว่าในที่ประชุมไม่มีการพูดคุยล่วงหน้าว่าจะชี้มูลกี่คน เพราะเป็นเอกสิทธิ์ของ กกต.แต่ละท่านที่จะพิจารณาจากพยานหลักฐานในสำนวน
"แต่ละคนจะมีความเห็นการดำเนินคดีกับใครบ้าง อย่างไร และจะส่งให้ศาลวินิจฉัยหรือไม่ จากนั้นจะมีการนำมติดังกล่าวมาประมวลแล้วทำเป็นคำวินิจฉัย ก่อนที่จะดำเนินการตามที่ได้วินิจฉัยไว้ เช่น ส่งหรือไม่ส่งให้ศาลพิจารณาต่อ และต้องดำเนินคดีกับใครบ้าง ดังนั้นก็ต้องรอดูผลการลงมติจาก กกต.ในวันที่ 14 ก.ย.นี้"
เมื่อถามถึงกรณีเอกสารสำนวนหลุดไปยังกลุ่มไอลอว์และพรรคฝ่ายค้าน ซึ่งอาจเข้าข่ายผิด พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) หรือไม่ นายณรงค์กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวอยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างไร คาดว่าจะมีความคืบหน้าและทราบผลในวันจันทร์ที่จะถึงนี้
ส่วนกรณีที่ฝ่ายค้านเปิดหลักฐานข้อมูลการโทรศัพท์ระหว่างบุคคลในวันเลือก สว.ระดับประเทศเพื่อพาดพิง กกต. นายณรงค์ชี้แจงว่า หากหลักฐานดังกล่าวมีอยู่ในสำนวน กกต. ก็พร้อมนำมาพิจารณา แม้จะเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนที่ตนจะเข้ามารับตำแหน่ง กกต. แต่การทำงานขององค์กรต้องมีความต่อเนื่อง เป็นเรื่องของการทำหน้าที่ตามพยานหลักฐานที่มีอยู่ในสำนวนเท่านั้น
ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีเวทีผู้นำฝ่ายค้านสนับสนุนให้ กกต.ยื่นฟ้องผู้ถูกกล่าวหาคดีฮั้ว สว.ทั้ง 229 คน ซึ่งมีชื่อของนายกฯ รวมอยู่ด้วยว่า เรื่องนี้อยู่ที่ กกต. ตนจะทำอะไรได้ เมื่อถามย้ำว่ากังวลหรือไม่ เนื่องจากมีชื่อของนายกฯ รวมอยู่ด้วย นายอนุทินกล่าวว่า ไม่รู้จะตอบว่าอย่างไร และไม่ควรจะถามคำถามนี้ เนื่องจากไม่เกี่ยวกับเรื่องบริหารราชการแผ่นดิน
เมื่อถามว่า ก่อนที่ กกต.จะลงมติ ฝ่ายค้านและไอลอว์ต่างทยอยเปิดชื่อรัฐมนตรีที่อาจเกี่ยวข้องกับคดีฮั้ว สว. นายอนุทินย้อนถามผู้สื่อข่าวทันทีว่า ใช้คำว่าอาจจะ อย่าถามว่าอาจจะ มีก็มี ไม่มีก็ไม่มี
ผู้สื่อข่าวถามว่า ให้เป็นดุลยพินิจของ กกต.ใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ไม่ใช่ดุลยพินิจ แต่อำนาจการสอบสวนทั้งหมดเป็นของ กกต. แต่เราอย่าทำผิดกฎหมาย ทำตามกฎทุกอย่าง จะได้ไม่ต้องนั่งถามว่าใครผิดใครถูก หรือว่าใครจะทำอย่างไร
เมื่อถามถึงกรณีนายกฯ โพสต์เฟซบุ๊กว่า “เหล็กไม่ละลาย แต่ไอศกรีมละลาย” มีนัยทางการเมืองอะไรหรือไม่ นายกฯ หัวเราะก่อนจะบอกว่า “เพิ่งกินเมื่อกี้นี้” จากนั้นนายกฯ ได้ขึ้นรถเดินทางกลับทันที
นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สส.ราชบุรี พรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึงกรณีผู้สื่อข่าวสอบถามนายกฯ เกี่ยวกับประเด็นคดีฮั้ว สว. แต่นายกฯ ไม่ได้ตอบคำถามว่า เป็นสิ่งที่ถูกต้อง เพราะเรื่องดังกล่าวอยู่ในอำนาจหน้าที่ของ กกต. ไม่ใช่เรื่องที่ฝ่ายบริหารจะเข้าไปก้าวก่ายหรือแทรกแซงกระบวนการ ประเด็นดังกล่าวไม่สามารถมองเป็นอย่างอื่นได้ นอกจากเกมการเมือง เนื่องจากเรื่องคดีฮั้ว สว.เกิดขึ้นมานานแล้ว และเกิดขึ้นก่อนที่จะมีการโหวตนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกฯ ในครั้งแรก แต่ในช่วงเวลานั้นกลับไม่เห็นพรรคประชาชน (ปชน.) ออกมาหยิบยกประเด็นดังกล่าวขึ้นมาเป็นประเด็นทางการเมือง
“แต่เมื่อแพ้การเลือกตั้ง กลับนำเรื่องนี้มาเป็นประเด็นทางการเมือง ผมมองว่าเป็นเกมการเมืองที่ต้องการทำลายความน่าเชื่อถือของรัฐบาลในปัจจุบัน” นายอัครเดชกล่าว
นายอัครเดชกล่าวต่อว่า ขอฝากไปยังพรรค ปชน.ว่า คดีฮั้ว สว.เป็นหน้าที่ของ กกต. ส่วนการอภิปรายไม่ไว้วางใจควรเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการบริหารราชการแผ่นดินและการทำงานของรัฐบาล ไม่ใช่การนำเรื่องที่อยู่ในกระบวนการขององค์กรอิสระมาคาดคั้นนายกฯ ให้ต้องตอบ การที่นายกฯ จะเข้าไปตอบหรือแสดงความเห็นในเรื่องที่อยู่ในอำนาจของ กกต. อาจถูกมองได้ว่าเป็นการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม
ขณะที่ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน โพสต์ข้อความถึงกรณีนายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ภายหลังชี้แจงเกี่ยวกับข้อกล่าวหาเรื่องคดีการเลือก สว. โดยระบุว่า ตนได้ไปตรวจสอบต่อ และค้นพบ 3 ประเด็นใหม่ ที่เห็นว่าสังคมควรรับรู้เพื่อประกอบการพิจารณา ได้แก่ 1.พยานที่อยู่ในเหตุการณ์ที่ห้องทำงานของนายนภินทร สมัยที่เป็น รมช.พาณิชย์ ในวันที่ 24-25 มิ.ย.2567 นั้น มีหลายคนเป็นผู้ที่พัวพันกับข้อกล่าวหาเรื่องการโกง สว. หรือทีมงานที่ใกล้ชิดกับนายนภินทร
2 สว.โผล่ ก.พาณิชย์
นายพริษฐ์ระบุว่า นายวิถี สุพิทักษ์ ซึ่งเป็น สว.สำรอง และอยู่ในรายชื่อผู้ถูกกล่าว 229 คน มีหมายเลขผู้สมัครคือหมายเลข 91 ปรากฏอยู่ในหลายโพยใบสั่ง แม้นายวิถีไม่ได้รับเลือกเป็น สว. แต่ได้รับคะแนนในรอบไขว้หรือรอบสุดท้าย 18 คะแนน ซึ่งใกล้เคียงกับ สว.ที่ได้รับเลือกลำดับ 10 ของกลุ่มที่ได้ 21 คะแนน นายเมธัสสิทธิ์ ลัคนทินวงศ์ นายไชยวิทย์ บัวงาม และนายสำอาง แก้วประดับ เป็นคนในเครือข่ายสภาเกษตรกรที่ถูกโยงกับศูนย์ทำโพยเลือก สว. ที่โรงแรมแห่งหนึ่งใน จ.ปทุมธานี ยังมีอีก 2 คนที่ยอมรับว่าเดินทางไปที่โรงแรมดังกล่าวในวันเดียวกันคือนายวิถี ที่ให้เหตุผลว่าไปที่โรงแรมเพื่อพูดคุยแนะนำตัวกับผู้สมัครคนอื่น
"คำถามคือ เป็นเรื่องบังเอิญเกินไปหรือไม่ที่คนจากสภาเกษตรกรที่อยู่ในห้องทำงานนายนภินทรจะไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับการเลือก สว. แต่กลับไปปรากฏที่โรงแรมที่เป็นศูนย์ทำโพย ในวันเดียวกันกับที่มีการกล่าวหาว่ามีการทำโพย และมีทั้ง สว.สำรอง จากเหตุการณ์ห้องทำงานของนายนภินทรและวิทยากรหลักเรื่องการทำโพยอย่างนายสมเกียรติปรากฏอยู่ในที่เดียวกันด้วย"
นายพริษฐ์ระบุว่า ยังมีอีก 2 คนคือ นายวิฑูรย์ สุขพูล และนายจิระเดช ธาราศักดิ์ ซึ่งเคยเป็นทีมงานของนายนภินทร ที่กระทรวงพาณิชย์ในวันเกิดเหตุ พบว่าทั้ง 2 คนได้ไปทำงานในคณะกรรมการสำนักงานวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) พบว่านายวิฑูรย์ ตอนนี้ทำหน้าที่เป็นประธานกรรมการบริหาร สสว. เข้าสู่ตำแหน่งในวันที่ 27 พ.ย.2568 หลังจากที่นายนภินทรถูกตั้งเป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ที่กำกับดูแล สสว.เพียงแค่ 2 เดือน ขณะที่นายจิระเดช ตอนนี้ทำหน้าที่เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของคณะกรรมการ สสว.
นายพริษฐ์ระบุต่อว่า สำหรับประเด็นที่ 2 มี สว.จาก จ.ราชบุรี ที่นายนภินทรยอมรับว่ารู้จัก 2 คน โดยคนที่ 1 นายนภินทรบอกว่าเป็นเจ้าของโรงแรมที่บ้านโป่งที่เคยไปใช้บริการ น่าจะหมายถึง น.ส.ภาวนา ว่องอมรนิธิ สว. และคนที่ 2 นายนภินทรบอกว่าเป็นอดีต ผอ.พลังงาน ที่ทำหน้าที่ช่วยเหลือเกษตรกร ซึ่งทำงานสัมพันธ์กันอยู่ น่าจะหมายถึงนายสัมพันธ์ ชัยวิเศษจินดา สว. แม้ สว.ทั้ง 2 คนนี้จะมีชื่อปรากฏในโพยใบสั่งจำนวนมากที่พัวพันกับคดีโกง สว. เมื่อไปค้นหา พบว่าก่อนมาลงสมัคร สว. นายสัมพันธ์เคยมีบทบาทเป็นที่ปรึกษาตลาดศรีเมืองที่นายนภินทรเป็นผู้บริหาร และน่าจะร่วมงานกับตลาดกันมาเป็นระยะหนึ่ง
นายพริษฐ์ระบุว่า ประเด็นที่ 3 พบว่าผู้สมัคร สว.ที่มีข้อมูลสัญญาณโทรศัพท์ว่าอยู่กระทรวงพาณิชย์ช่วงบ่ายวันที่ 25 มิ.ย. ไม่ใช่แค่ผู้สมัคร สว.ทั่วไป แต่เป็น 2 คนที่ในที่สุดได้รับเลือกเป็น สว. และทั้ง 2 คนอยู่ในโพยใบสั่งจำนวนมาก รวมถึงอยู่ในรายชื่อผู้ถูกกล่าวหา 229 คน ได้แก่ 1.น.ส.ภาวนา ซึ่งนายนภินทรยอมรับว่ารู้จัก ค้นพบว่าอยู่ที่กระทรวงพาณิชย์ และ 2.นางวราภัสร์ ไพพรรณรัตน์ สว.จาก จ.เพชรบุรี จากการตรวจสอบข้อมูลสัญญาณโทรศัพท์ในช่วงเดือน มิ.ย.-ก.ย.2567 พบว่าทาง สว.ทั้ง 2 คน มีหลักฐานการปรากฏตัวที่กระทรวงพาณิชย์แค่ไม่กี่ครั้ง และแค่เฉพาะในช่วงเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม คือช่วงการเลือก สว. และการเตรียมปฏิบัติหน้าที่ แต่ไม่มีหลักฐานการปรากฏตัวในช่วง ส.ค.-ก.ย.
"ต้องถาม สว.ทั้ง 2 คนว่าไปทำอะไรที่กระทรวงพาณิชย์ในวันที่ 25 มิถุนายน 2567 หรือ 1 วันก่อนการเลือก สว.ระดับประเทศ และได้พบเจอกับกลุ่มคนไหนเกี่ยวกับการเลือก สว.หรือไม่" นายพริษฐ์กล่าว และว่า กกต. 7 คนจะลงมติอย่างไร รอดูกันในวันที่ 14 ก.ย.นี้
คณะ 26 ทำสำนวน 36 ชี้ขาด
นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ และประธานฝ่ายกฎหมายพรรคภูมิใจไทย โพสต์ข้อความอธิบายกระบวนการดำเนินการในคดีที่เรียกกันว่า “คดีฮั้ว สว.” โดยตั้งข้อสังเกตถึงการกล่าวถึง “คณะ 26” และ “คณะ 36” ว่า “คณะ 26” กับ “คณะ 36” คนละหน้าที่ อย่าเอามาปนกัน กระบวนการดังกล่าวอยู่ภายใต้ระเบียบ กกต.ว่าด้วยการสืบสวน การไต่สวน และการวินิจฉัยชี้ขาด พ.ศ.2561 ซึ่งแยกหน้าที่ของผู้ทำสำนวน ผู้กลั่นกรองสำนวน และผู้วินิจฉัยออกจากกัน “คณะ 26” ทำหน้าที่สืบสวนและไต่สวนคือ คณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนกลาง หน้าที่หลักคือสืบสวนและไต่สวนข้อเท็จจริง รวบรวมพยานบุคคล พยานเอกสาร และพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง แจ้งข้อกล่าวหาและเปิดโอกาสให้ผู้ถูกกล่าวหาชี้แจงหรือนำพยานหลักฐานมาหักล้างคือ เป็น “ผู้ทำสำนวน” เมื่อทำสำนวนเสร็จ หน้าที่ของคณะ 26 ในชั้นนี้ก็สิ้นสุดลง และต้องส่งสำนวนเข้าสู่สำนักงาน กกต. เพื่อดำเนินกระบวนการตามระเบียบต่อไป คณะ 26 ไม่มีอำนาจวินิจฉัยชี้ขาดสุดท้ายว่าผู้ใดผิดหรือไม่ผิด
คณะ 36 คือ คณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 คณะนี้ไม่ได้ถูกตั้งขึ้นมาเพื่อ “สอบสวนใหม่” แทนคณะ 26 แต่มีหน้าที่ในอีกชั้นหนึ่งของกระบวนการ คือ พิจารณาและกลั่นกรองสำนวนการไต่สวนที่ผ่านขั้นตอนของสำนักงาน กกต.มาแล้ว พิจารณาข้อเท็จจริง พยานหลักฐานและข้อกฎหมาย แล้วจัดทำความเห็นเพื่อเสนอ กกต.พิจารณาต่อไป พูดให้เห็นภาพชัดที่สุดคือ คณะ 26 = ทำสำนวน คณะ 36 = พิจารณากลั่นกรองสำนวนและทำความเห็น กกต. = ผู้พิจารณาชี้ขาดหรือมีคำสั่งตามอำนาจกฎหมาย นี่คือสามบทบาทที่ต้องแยกออกจากกัน กระบวนการจึงไม่ได้กระโดดจาก “26” ไป “36” ทันที
"ดังนั้น การพิจารณาคดีนี้จึงต้องเริ่มจากการเข้าใจบทบาทของแต่ละคณะให้ถูกต้องเสียก่อน คณะ 26 เป็นผู้ทำสำนวน คณะ 36 เป็นผู้กลั่นกรองสำนวน กกต.เป็นผู้ชี้ขาด และไม่ว่าจะอยู่ในขั้นตอนใด สิ่งที่ต้องยืนอยู่เหนือกระแสการเมืองเสมอคือ พยานหลักฐานต้องตรวจสอบที่มา กระบวนการต้องชอบด้วยกฎหมาย และผู้ถูกกล่าวหาต้องได้รับความเป็นธรรม เพราะคดีจะหนักเพียงใด ไม่ได้อยู่ที่ข่าวดังแค่ไหน แต่อยู่ที่ว่าพยานหลักฐานนั้นรับฟังได้เพียงใด และกระบวนการที่ได้มานั้นชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ และทุกคดีไม่ว่า สส.หรือ สว. ขั้นตอนการดำเนินการก็เป็นเช่นคดีนี้" นายศุภชัยระบุ
เมื่อเวลา 14.29 น. บริเวณหน้าสำนักงาน กกต. เครือข่ายประชาชนโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) ร่วมกับเครือข่ายสมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน นำโดยนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการไอลอว์ และ น.ส.ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล หรือ "มายด์" ได้จัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ "เล่นกีฬาหน้า กกต." โดยประกอบด้วยกีฬา 3 ชนิด ได้แก่ กิจกรรมตีลูกแบดชิงแชมป์, กิจกรรมโยนบอลสีน้ำเงินลงกล่อง และกิจกรรมสกายรันนิ่ง (Sky Running) วิ่งระยะทาง 2.29 กิโลเมตร มีเป้าหมายสำคัญเพื่อเรียกร้องให้ กกต.เร่งมีมติสั่งฟ้อง สว. และผู้ที่เกี่ยวข้องในคดีทุจริตและฮั้วเลือกตั้ง สว. จำนวน 229 ราย
กิจกรรมดังกล่าวได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง โดยมีนักการเมืองมาร่วมสนับสนุนอย่างคึกคัก อาทิ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรค ปชน., นายชยพล สท้อนดี สส.กทม. พรรค ปชน., น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกคณะก้าวหน้า พร้อมด้วยอดีตผู้สมัคร สว.และมวลชนผู้สนับสนุนจำนวนมาก
ต่อมาเวลา 15.30 น. กลุ่มผู้ชุมนุมและประชาชนทั้งหมดได้ร่วมกันจัดกิจกรรมแปรอักษรเป็นตัวเลข "229" เพื่อแสดงพลังเชิงสัญลักษณ์ในการเรียกร้องความยุติธรรม และย้ำเตือนถึงจำนวนผู้ถูกกล่าวหาในคดีฮั้วเลือกตั้ง สว. ก่อนที่จะยุติการชุมนุมและเดินทางกลับด้วยความเรียบร้อย.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘เอกนิติ’รับลูก ไทยพลัสเฟส3 หลังปชช.ปลื้ม
ดุสิตโพลเผยดัชนีการเมืองเดือน ส.ค.ต่ำเตี้ยเหลือแค่ 3.63 คะแนน 25 ตัวชี้วัดลดทุกด้าน ยกเว้นผลงานฝ่ายค้าน
ซ่อมเมืองอุดร สีน้ำเงินเหนียว ‘อธิการ’เข้าวิน
ไร้พลิก! เลือกตั้งซ่อม สส.อุดรธานี เขต 1 แทน “หรั่ง” สีน้ำเงินยังเหนียวแน่น “ลูกเขย” อดีต สส.นำม้วนเดียวจบ “อนุทิน” ลงพื้นที่ร่วมเชียร์
ระดมกึ๋นปลุกด้ามขวาน โปรเจกต์พรึ่บ!ชง‘ครม.’
รัฐบาลระดม 171 ตัวแทนภาครัฐ-เอกชน ชง ครม.สัญจร 1 ก.ย.
‘หนู’ชี้ไฟใต้ช่วงเปลี่ยนผ่าน!
ไฟใต้ยังระอุ! 5 โจรบุกห้างดังปัตตานี บึ้ม 3 จุด โชคดีระเบิด 15 กก.ไม่ทำงาน นายกฯ ชี้เหตุป่วนรัฐบังคับใช้กฎหมายเต็มที่
'สมชาย' ย้อนดูคะแนนผู้สมัครได้รับเลือก สว. กลุ่ม 1-20 ข้องใจมีผู้ได้เฉลี่ยสูง 50-60 คะแนนเกาะกลุ่ม
สมชาย แสวงการ อดีตสว. ย้อนตรวจสอบดูประกาศคะแนนของผู้ได้รับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา ที่ลงนามประกาศโดยนายแสวง บุญมี
นายกฯ เมิน 'ปชน.' ควง 'ไอลอว์' ปลุกคนบุก กกต. จี้คดีฮั้ว สว. บอกอย่าผิดกม.แล้วกัน
นายกรัฐมนตรี ไม่มีอะไรฝาก ‘ปชน.’ ควง ‘ไอลอว์’ ปลุกคนบุกจี้ กกต. คดีฮั้ว สว. บอก อย่าผิดกฎหมายก็แล้วกัน ยันให้ความสำคัญงานสภา หัวเราะ! เดี๋ยวใช้เงินกู้ 4 แสนล้านให้เรียบร้อย จะได้ไม่ต้องตั้งข้อสังเกต ลั่น โปร่งใสอยู่แล้ว กำชับ ครม. ตอบกระทู้ตลอด

