อินไซด์ห้องลับ สว.ซักหนัก 2 แคนดิเดต กกต.ใหม่

เปิดอินไซด์ห้องลับ สว.ซักหนัก 'มณฑล' 4 ชั่วโมง 2 ปมใหญ่ เค้นให้เคลียร์ ป้องกันมีปัญหาจริยธรรม ก่อนโหวตกกต.พรุ่งนี้ สะพัดปีกสีน้ำเงิน 130 เสียง รอสัญญาณพิเศษ เช้าพฤหัสฯ

25 ก.พ.2569 - ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า ในวันพฤหัสบดีที่ 26 ก.พ. จะมีการประชุมวุฒิสภา สมัยวิสามัญ เป็นกรณีพิเศษ โดยมีวาระสำคัญคือการประชุมลับเพื่อโหวตให้ความเห็นชอบหรือไม่ให้ความเห็นชอบบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งกรรมการการเลือกตั้ง จำนวน 2 คนที่ผ่านการคัดเลือกจากคณะกรรมการสรรหาฯ ซึ่งประกอบด้วยนายจิรุตม์ วิศาลจิตร อดีตอธิบดีกรมการขนส่งทางบกและประธานบอร์ดการรถไฟแห่งประเทศไทย ที่เพิ่งเกษียณอายุราชการเมื่อกันยายน 2568 ที่ผ่านมาที่จะมาแทนนายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ และอีกคนคือนายมณฑล สุดประเสริฐ อดีตอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง-อดีตอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย-อดีตบอร์ดการรถไฟฯที่จะมาแทนนายฐิติเชฏฐ์ นุชนาฏ โดยนายเลิศวิโรจน์และนายฐิติเชฎฐ์ ครบวาระการเป็น กกต.ตั้งแต่เมื่อ 4 ธ.ค.2568 แต่ขณะนี้อยู่รักษาการจนกว่าจะมี กกต.ใหม่มาปฏิบัติหน้าที่แทน

มีรายงานว่า ในการตรวจสอบประวัติฯ ทางลับและเปิดเผย ของนายจิรุตม์ และนายมณฑล โดยคณะกรรมาธิการสามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมฯ วุฒิสภาที่มีนายกมล รอดคล้าย เป็นประธานคณะกรรมาธิการสามัญฯ พบว่าช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา คณะกรรมาธิการฯ ได้เรียกทั้งสองคนมาให้ข้อมูล-ข้อเท็จจริงในประเด็นต่างๆ ตลอดจนเพื่อซักถามประเด็นที่มีบุคคลภายนอกส่งหนังสือร้องเรียนประวัติทั้งสองคนมายังกรรมาธิการฯ

ปรากฏว่า ในส่วนของนายมณฑล ทางคณะกรรมาธิการสอบประวัติฯ ได้ใช้เวลาในการสัมภาษณ์และซักถามข้อสงสัยต่างๆ เป็นเวลาเกือบ4 ชั่วโมง โดย สว.ที่เป็นกรรมาธิการสอบประวัติฯ ได้ซักถามนายมณฑลหลายเรื่อง แต่เรื่องที่มีการซักถามกันมาก จะมีสองเรื่องที่ กมธ.ฯ เห็นว่าต้องถามให้เคลียร์ เพื่อไม่ให้มีปัญหาร้องเรียนเรื่องมาตรฐานจริยธรรมตามมาหากเข้าไปทำหน้าที่เป็น กกต.

เรื่องแรกคือกรณีที่ กมธ.สอบประวัติฯ ได้ข้อมูลมาจากสำนักงาน ป.ป.ช.ว่า ก่อนหน้านี้ ทางคณะกรรมการป.ป.ช.ได้มีมติชี้มูลความผิดและตั้งอนุกรรมการไต่สวน อดีตประธานบอร์ดการรถไฟฯ และบอร์ดการรถไฟฯ ในยุคหนึ่งที่ทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ กรณีอนุญาตให้โครงการที่อยู่อาศัยที่เป็นโครงการคอนโดมิเนียมราคาแพงแห่งหนึ่งใจกลางกรุงเทพฯ เข้าใช้ประโยชน์ในที่ดินของการรถไฟฯ เป็นทางเข้า-ออกไปสู่ที่สาธารณะโดยมิชอบ ซึ่งล่าสุด คณะอนุกรรมการไต่สวนของ ป.ป.ช. เรียกอดีตประธานบอร์ดการรถไฟฯ ไปชี้แจงแล้วเมื่อกลางเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา

รายงานข่าวจากวุฒิสภาระบุว่า ทางกมธ.สอบประวัติฯ ได้สอบถามนายมณฑล ที่เป็นอดีตบอร์ดการรถไฟฯ ถึงความเกี่ยวข้องในเรื่องนี้ ส่วนอีกเรื่องหนึ่งที่ กมธ.สอบประวัติฯ มีการซักถามก็คือ มีบัตรสนเท่ห์ส่งเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการเลือกประธานรุ่นหลักสูตรบางหลักสูตร ที่นายมณฑลเคยไปร่วมอบรม ซึ่งเดิมที กรรมาธิการก็ไม่ต้องการจะเอาเรื่องนี้มาเป็นประเด็นซักถาม เพราะเห็นว่าเป็นการร้องแบบบัตรสนเท่ห์ แต่ สว.ที่เป็น กมธ.บางส่วนเห็นว่าเพื่อให้เรื่องนี้เคลียร์ และเปิดโอกาสให้นายมณฑลได้ชี้แจง เพื่อว่าหากเข้าไปเป็น กกต.จะได้สง่างาม ไม่ได้มีประเด็นอะไรที่ทำให้ถูกวิพากษ์วิจารณ์ตามมาภายหลังได้ เพราะเชื่อว่าในการประชุมลับก่อนการโหวต อาจจะมี สว.บางคนซักถาม ทางกรรมาธิการจึงได้มีการซักถามกับนายมณฑล ซึ่งนายมณฑล ก็ได้นำผู้เกี่ยวข้องที่อยู่ในหลักสูตรดังกล่าวและอยู่ในเหตุการณ์ เข้าไปชี้แจงกับกรรมาธิการสอบประวัติฯด้วย โดยคนที่มาชี้แจงก็ได้ยืนยันกับกรรมาธิการฯว่า ข้อร้องเรียนดังกล่าวไม่เป็นความจริง ซึ่งกรรมาธิการฯ หลายคน ก็ไม่ได้มีอะไรติดใจ เพราะเห็นว่านายมณฑลชี้แจงได้ อย่างไรก็ตามม หากในการประชุมลับ ถ้ามี สว.คนไหนซักถาม กรรมาธิการก็จะชี้แจงตามข้อมูลที่ได้มา

“ส่วนกรณีเรื่อง ป.ป.ช.ทำการไต่สวนอดีตบอร์ดการรถไฟฯ ซึ่งนายมณฑล เคยเป็นอดีตบอร์ดการรถไฟฯ อยู่ด้วย เขาก็ชี้แจงว่า ที่ ป.ป.ช.ไต่สวน ก็เป็นการไต่สวนในลักษณะที่เมื่อจะไต่สวนบอร์ดรัฐวิสาหกิจในเรื่องใด ก็จะต้องสอบบอร์ดชุดนั้นทั้งหมด แต่รายละเอียดต่างๆ บอร์ดแต่ละคน จะมีขอบเขตความรับผิดชอบของตัวเองอยู่ แต่สุดท้ายตอน ป.ป.ช.สรุปสำนวน ก็จะฟ้องดำเนินคดีเอาผิดเฉพาะคนที่เกี่ยวข้องจริงๆ เท่านั้น ไม่ใช่เอาผิดบอร์ดทั้งหมด ซึ่งเท่าที่ฟัง กรรมาธิการบางคนก็มองว่า นายมณฑล ก็ชี้แจงรับฟังได้ ว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ อย่างไรก็ตาม หากจะมีสว.คนใดอภิปรายซักถามว่าเรื่องนี้จะทำให้มีปัญหาหรือไม่ ทางกรรมาธิการก็จะนำข้อมูลจากสำนักงาน ป.ป.ช.และคำชี้แจงของนายมณฑล เสนอต่อที่ประชุมลับ เพื่อให้สว.พิจารณาว่าจะโหวตเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ ส่วนการสอบประวัติฯ นายจิรุตม์ อดีตอธิบดีกรมการขนส่งทางบก พบว่าแทบไม่มีปัญหาหรือข้อร้องเรียนใดๆ ”แหล่งข่าวจากวุฒิสภา ที่เป็นกรรมาธิการสอบประวัติฯ ให้ข้อมูล

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในช่วงสัปดาห์นี้คือ วันที่ 23-25 ก.พ. ทางสมาชิกวุฒิสภา จำนวนมากได้เดินทางไปร่วมงานสัมมนาของ สว.ที่พัทยา จังหวัดชลบุรี แต่ สว.หลายคน ก็เดินทางไปแค่ 1-2 วัน ก็เดินทางกลับ แต่บางคนก็อยู่จนถึงวันสุดท้าย อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีสัญญาณทางการเมืองว่า สว.สีน้ำเงิน ที่เป็นส ว.กลุ่มใหญ่คุมเสียงข้างมากในวุฒิสภาร่วม 130-140 เสียง จะโหวตให้ความเห็นชอบ นายจิรุตม์และนายมณฑล เข้าไปเป็นกกต.ใหม่ทั้งสองชื่อเลยหรือไม่ แต่ก็มีกระแสข่าวว่า แนวโน้มหากไม่มีอะไรพลิกผัน สัญญาณไม่เปลี่ยน ก็ทำให้ สว.อาจจะโหวตให้ทั้งสองคนเข้าไปเป็น กกต.ตามที่มีข่าวก่อนหน้านี้ หลังก่อนหน้านี้ มีกระแสข่าวออกมาเมื่อช่วงต้นเดือนมกราคมว่า อาจจะมีการโหวตผ่านแค่หนึ่งชื่อ และไม่ผ่านหนึ่งชื่อ แต่ต่อมาหลังการเลือกตั้ง สส.เมื่อ 8 ก.พ.เสร็จสิ้นลง และ กกต.เตรียมทยอยรับรองผลการเลือกตั้ง สส.ในสัปดาห์นี้ ก็ทำให้มีกระแสข่าวออกมาอีกทางว่า อาจะโหวตผ่านทั้งสองชื่อ

“คาดว่า สัญญาณการโหวตเรื่อง กกต.ใหม่สองคน น่าจะชัดในช่วงเช้าวันที่ 26 ก.พ. ว่าจะโหวตผ่านสองชื่อเลยหรือไม่ เพราะที่ไปสัมมนาที่ชลบุรี ไม่มี สว.เอาเรื่องนี้ไปหารือกันแน่ ส่วนที่มีข่าวว่า จะโหวตผ่านแค่ชื่อเดียว เพื่อให้ กกต.บางคน ได้รักษาการต่อไปอีกสักระยะ เป็นข้อมูลเมื่อเดือนมกราคม แต่ตอนนี้ ข้อมูลอาจเปลี่ยน สัญญาณอาจเปลี่ยนก็ได้ ต้องรอดูเช้าวันพรุ่งนี้ ก่อน สว.ทยอยเข้าประชุมว่าจะมีสัญญาณมาอย่างไร”แหล่งข่าว สว.สีน้ำเงินรายหนึ่งระบุ

สำหรับนายจิรุตม์ อดีตบิ๊กกระทรวงคมนาคม พบว่าแม้จะจบรัฐศาสตร์ จุฬาฯ แต่ไปเติบโตในชีวิตราชการที่กระทรวงคมนาคม หลังจบการศึกษาจากสหรัฐอเมริกา โดยก่อนเกษียณได้ผ่านตำแหน่งสำคัญมากมายในกระทรวงคมนาคม เช่น รองปลัดกระทรวงคมนาคม หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม อธิบดีกรมเจ้าท่า อธิบดีกรมขนส่งทางบก อดีตบอร์ดการท่าเรือแห่งประเทศไทย อดีตบอร์ดบริษัท ไทยสมายล์แอร์เวย์ จำกัด โดยสื่อรายงานว่า เป็นที่รู้กันดีว่า สมัยนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย น้องชายเนวิน เป็น รมว.คมนาคม ยุครัฐบาลพลเอกประยุทธ์ ที่นั่งเป็น รมว.คมนาคมร่วม 4 ปี ก็เป็นคนผลักดันให้นายจิรุตม์ขยับออกจากรองปลัดกระทรวงคมนาคม ไปเป็นอธิบดีกรมการขนส่งทางบก ที่เป็นกรมใหญ่ของ ก.คมนาคม อีกทั้งยังผลักดันให้ไปรับตำแหน่งประธานบอร์ดการรถไฟฯ

ส่วนนายมณฑล อดีตอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง ถือเป็นอดีตบิ๊กข้าราชการคนดังที่มากด้วยคอนเน็กชันทางการเมืองและธุรกิจ โดยอยู่ในตำแหน่งอธิบดีกรมโยธาธิการฯ ยาวนานร่วม 7 ปี หลัง ครม.มีการต่ออายุให้ คือตั้งแต่ปี 2555-2563 โดยไม่เคยถูกเด้งหรือถูกย้ายไปเป็นรองปลัดกระทรวงมหาดไทยหรืออธิบดีกรมอื่นในกระทรวงมหาดไทย ทั้งในยุครัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ต่อเนื่องถึงยุครัฐบาลพลเอกประยุทธ์ ข่าวบอกว่า ช่วงรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่พรรคภูมิใจไทยดูแลกระทรวงมหาดไทย โดยมีนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล หรือปู่จิ้น เป็น มท.1 และมีศักดิ์สยามเป็นประธานคณะที่ปรึกษา นายมณฑลก็ได้รับการสนับสนุนให้ขึ้นมาเป็นรองอธิบดีกรมโยธาธิการฯ ก่อนจะขึ้นเป็นอธิบดีกรมโยธาฯ ยาวหลายปีติดต่อกัน จึงทำให้รู้จักกับคนในหลายแวดวง โดยหลังเกษียณ ไปเป็นประธานกรรมการบริษัท แอ๊บโซลูท คลีน เอ็นเนอร์จี้ จำกัด (มหาชน) เป็นต้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมวุฒิสภาวันที่ 26 ก.พ.นี้ นอกจากจะโหวตเรื่อง กกต.แล้ว ที่ประชุมวุฒิสภา จะมีการตั้งคณะกรรมาธิการสามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรม นายยุทธนา สาโยชนกร อดีตรอง ผอ.สำนักงบประมาณ ที่ได้รับการเสนอชื่อให้เป็นกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน แทนนายสรรเสริญ พลเจียก กรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ซึ่งพ้นจากตำแหน่งเนื่องจากครบวาระ และตั้งกรรมาธิการสอบประวติฯ นายสุจินต์ ไชยชุมศักดิ์ อดีตผู้ว่าฯหลายจังหวัด เป็น ผู้ตรวจการแผ่นดินคนใหม่ แทน นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต อดีตประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ที่พ้นจากตำแหน่งเพราะมีอายุครบ 70 ปีไปเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2568

 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ชัดๆ ‘บวรศักดิ์’ โต้กูรูปมบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง-เพิกถอนการเลือกตั้ง

‘บวรศักดิ์ อุวรรณโณ’ ยกหลักกาลามสูตร ชี้การเลือกตั้งโดยลับคือคุ้มครองเสรีภาพผู้ใช้สิทธิ ไม่ใช่ “ลับทั้งโลก” ยกตัวอย่างต่างประเทศใช้ QR Code และบาร์โค้ด พร้อมย้ำเหตุเพิกถอนเลือกตั้งต้องไม่สุจริตและเที่ยงธรรมทั้งระบบ ไม่ใช่เพราะมีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง

เลือกตั้ง 2549 กับ 2569 ความต่างที่มากกว่าคำว่า 'ลับ'

ประเด็นบาร์โค้ดและ QR Code บนบัตรเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ยังถูกถกเถียงต่อเนื่องหลังการเลือกตั้ง ข้อถกเถียงไม่ได้หยุดอยู่ที่รูปแบบบัตร แต่ขยายไปสู่คำถามว่าหากการออกเสียงไม่เป็นไปตามหลักการ “ออก

ดร.ณัฏฐ์ ชี้ชัดบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง ไม่ทำโมฆะซ้ำรอยปี 49

“ดร.ณัฏฐ์” ชี้ยุคดิจิทัล “คิวอาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง” ของ กกต. เทียบเคียงสลากกินแบ่งรัฐบาล เพื่อป้องกันปลอมแปลงบัตร ไม่มีผลการเลือกตั้งเป็นโมฆะ เหมือนปี 2549

แพ้แล้วนับใหม่! ประชาธิปไตยในแบบที่ตัวเองต้องชนะ

การเลือกตั้งไทยไม่ได้เป็นระบบที่สมบูรณ์แบบ และไม่มีใครปฏิเสธได้ว่าหน่วยงานกำกับดูแลอย่าง คณะกรรมการการเลือกตั้ง ยังมีเรื่องต้องแก้ไขจริง ทั้งการจัดการหน่วยเลือกตั้ง การสื่อสารข้อมูลระหว่างกระบว

'แสวง' ขออภัยสื่อสารผิดพลาด หลังพูดไม่ไว้ใจกรรมการ ก็อย่าไปเลือกตั้ง

"แสวง" โพสต์ขออภัย ไม่ได้ต้องการท้าทายอำนาจประชาชน ปมพูด "ไม่ไว้ใจกรรมการ ก็อย่าไปเลือกตั้ง" ในรายการดัง ชี้ตัดแค่บางข้อความ  ไม่อธิบายบริบท ทำคนเข้าใจผิด ย้ำความเชื่อมั่น อยู่ที่ระบบ และคน กำชับ "กรรมการประจำหน่วย" ระมัดระวังอย่าให้ผิดพลาด

ประกาศประชามติแล้ว กกต.ยํ้าการ‘หย่อนบัตร’

นายกฯ ประกาศกำหนดให้วันที่ 8 ก.พ. 2569 เป็นวันออกเสียงประชามติแล้ว พร้อมเคาะคำถามว่า “ท่านเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่" กกต.แจงขั้นตอนออกเสียง