“ดร.ณัฏฐ์” ชี้ยุคดิจิทัล “คิวอาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง” ของ กกต. เทียบเคียงสลากกินแบ่งรัฐบาล เพื่อป้องกันปลอมแปลงบัตร ไม่มีผลการเลือกตั้งเป็นโมฆะ เหมือนปี 2549
13 กุมภาพันธ์ 2569 - สืบเนื่องจากหลายฝ่ายมีความกังวลเกี่ยวกับบัตรเลือกตั้ง สส.ที่มีบาร์โค้ดติดที่บัตรเลือกตั้ง โดยนายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ระบุกำลังเล็งยื่นศาลรัฐธรรมนูญเพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยนั้น
ล่าสุด “ดร.ณัฏฐ์” หรือ ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม นักกฎหมายมหาชน ได้ให้ความเห็นเพื่อประโยชน์สาธารณะและกล่าวว่า ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 85วรรคหนึ่ง ให้ใช้วิธีการลงคะแนนโดยตรงและเป็นความลับ โดย พรป.สส.มาตรา 84 บัญญัติให้การออกเสียงลงคะแนนให้กระทำได้โดยวิธีการลงคะแนนด้วยบัตรเลือกตั้ง และในบัตรเลือกตั้งให้เป็นไปตามที่ กกต.กำหนด ใน พรป.สส.มาตรา 85
ในระเบียบ กกต.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. พ.ศ.2566 ข้อ 129 วรรคสอง คณะกรรมการการเลือกตั้งอาจกำหนดให้มีรหัส หรือเครื่องหมาย หรือข้อความอื่นใดเพิ่มเติมเป็นกรณีพิเศษในบัตรเลือกตั้งโดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า “เพื่อป้องกันปลอมแปลงบัตรเลือกตั้ง”
คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ การเลือกตั้ง สส.ใน ปี 2549 ระบุชัดว่า กกต.จัดการเลือกตั้งไม่เป็นความลับ โดยประชาชนสามารถมองเห็นผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งได้ ทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ
แต่ในการจัดการเลือกตั้งครั้งนี้ ในยุคดิจิทัล กกต.จัดพิมพ์บัตรเลือกตั้ง แถมบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดในบัตรเลือกตั้ง เป็นไปตามระเบียบ กกต.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. พ.ศ.2566 ข้อ 129 วรรคสอง “เพื่อป้องกันปลอมแปลงบัตรเลือกตั้ง”
บัตรเลือกตั้ง ที่ กกต.จัดทำขึ้น หากเทียบเคียงกัน สลากกินแบ่งรัฐบาล ของสำนักงานสลากรัฐบาล ที่กำหนดบาร์โค้ดไว้ เพื่อป้องกันการปลอมแปลงสลากกินแบ่งรัฐบาล
แตกต่างจาก บิลค่าไฟ ค่าน้ำ หรือค่าโทรศัพท์มือถือ ที่สามารถตรวจสอบแหล่งที่มาย้อนหลังได้
หากข้อเท็จจริงฟังได้ว่า กกต.ผลิตบัตรเลือกตั้ง เมื่อสแกนบาร์โค้ด สามารถตรวจสอบต้นขั้วย้อนหลังได้ว่า ผลิตมาจากต้นฉบับใด และนำไปใช้ในหน่วยเลือกตั้งใด อย่างไร แต่การผลิตเป็นบัตรเลือกตั้งยังไม่ได้ใช้และไม่ได้ไปลงบันทึกซ้ำว่าเป็นของประชาชนรายใด ย่อมไม่อาจมีฐานข้อมูลประชาชน ย่อมไม่อาจตรวจสอบผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งได้ เปรียบเสมือนประชาชนซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาล ไม่อาจตรวจสอบประชาชนผู้ซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลได้ แต่สำนักงานสลาก สามารถตรวจสอบเพียงว่า ล็อตเอตอรี่ที่นำขึ้นเงินฉบับนั้น จริงหรือปลอมเท่านั้น
ข้อเท็จจริงที่ปั่นกระแสกันในเรื่องล้มการเลือกตั้งให้เป็นโมฆะ จึงไม่อาจเกิดขึ้นได้ เพราะการเลือกตั้งเป็นความลับหรือไม่ ในเรื่องบัตรเลือกตั้งในยุคดิจิทัล ไม่อาจล้วงข้อมูลลับในขณะพี่น้องประชาชนเข้าคูหากาบัตรได้
เหตุที่เป็นเช่นนี้ การเลือกตั้งที่เป็นความลับ หรือไม่ ต้องพิจารณาในขณะใช้สิทธิ์เลือกตั้ง มิใช่เป็น กลโกงการเลือกตั้ง
พูดภาษาชาวบ้าน คือ รหัสหรือเครื่องหมายที่กำหนดไว้ล่วงหน้าในบัตรเลือกตั้งของ กกต.หรือที่เรียกว่า บาร์โค้ดและคิวบาร์โค้ด เจตนาเพื่อป้องกันปลอมบัตรเลือกตั้ง มิใช่เพื่อล้วงข้อมูลประชาชน “ขณะ”ใช้สิทธิเลือกตั้ง ผลการเลือกตั้งจึงไม่เป็นโมฆะ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ดร.ณัฏฐ์ ชี้ชัด พรก.กู้เงิน 4 แสนล้าน เข้าข่ายฉุกเฉินตาม รธน.
“ดร.ณัฏฐ์” ระบุรัฐบาล “อนุทิน” มีอำนาจออก พรก.กู้เงินแก้วิกฤติพลังงาน เหตุเข้าข่ายภัยความมั่นคงทางเศรษฐกิจและกรณีเร่งด่วนตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 ย้ำศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจวินิจฉัยภายใน 60 วัน หากฝ่ายค้านรวบรวมรายชื่อ สส.ยื่นตรวจสอบความชอบด้วยกฎหมายของ พรก.ดังกล่าว
'แสวง' ร่ายยาว กกต. จัดเลือกตั้งไม่ถูกใจประชาชน ลั่นต้องยึดหลักการ ทำตามใจฝ่ายไหนไม่ได้
"แสวง" ร่ายยาว กกต.รับรู้ประชาชนอยากปฏิรูป “องค์กรอิสระ” บอกทราบดี คนคาดหวังช่วงจัดการเลือกตั้ง แต่ต้องยึดหลักการมากกว่าถูกใจ ฉะ นักการเมืองทำอะไรก็อ้างประชาชน ชี้ องค์กรอิสระ ยึด “ประชาธิปไตยของชาติ” ตรวจสอบฝ่ายการเมืองที่แบ่งผลประโยชน์ไม่ลงตัว สะท้อนบทเรียน 3 รัฐธรรมนูญ ชี้ชัดปัญหาอยู่ที่คน กฎหมายเปลี่ยนแต่คนหน้าเดิม 100%
'สุวิทย์' สะท้อน ผู้ว่าฯกทม.คนใหม่ ต้องเลือก 'สถาปนิกของระบบชีวิตใหม่' ไม่ใช่แค่ 'ผู้จัดการเมือง'
อดีตรมว.อว. โพสต์สมมติว่าผมได้รับเลือกเป็นผู้ว่าฯ กทม. ภารกิจแรกของผมคือ หยุดไม่ให้เมืองนี้กินพลังชีวิตของผู้คน
กลัวถูกลืม! 'ไอลอว์' จัดอีเวนต์ บุก กกต. ตัดริบบิ้น ชูป้ายเรียกร้องเปิดผลนับคะแนนเลือกตั้ง
"ไอลอว์" บุก กกต. จี้เปิดผลนับคะแนนเลือกตั้ง–ประชามติรายหน่วยครบ 100% ซัดระบบ ECT Report ข้อมูลหาย ซ้ำยังผิดพลาด ด้าน WeWatch แฉปมเลือกตั้งล่วงหน้าวุ่น ตั้งคำถามความโปร่งใส กกต. ชี้ไม่ยึดโยงประชาชน ด้าน “ยิ่งชีพ” เตือนคดีฮั้ว สว. 8 หมื่นหน้า หาก กกต.สั่งไม่ฟ้อง ประชาชนหมดศรัทธาแน่
ศาลรธน.ยังรอเอกสาร-ความเห็นพยานคดีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งพร้อมศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม
ศาลรัฐธรรมนูญได้พิจารณาอภิปรายในคำร้องที่ผู้ตรวจการแผ่นดิน ผู้ร้อง ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธธรรมนูญ มาตรา 213 โดยกล่าวอ้างว่า ได้รับเรื่องร้องเรียน จำนวน 21 คำร้อง
ปชป. เนื้อหอม! '20 สก. เพื่อไทย' แตกรังแห่ซบ 'เฮียล้าน' จ่อลงอิสระ
'20 สก. เพื่อไทย' แตกรัง! วิ่งซบประชาธิปัตย์ 'เฮียล้าน' สก.ห้าสมัย พร้อมครอบครัว จ่อตั้งกลุ่มพัฒนาฝั่งธนบุรี

