
ไทยโพสต์ ๐ นายกฯ ประกาศกำหนดให้วันที่ 8 ก.พ. 2569 เป็นวันออกเสียงประชามติแล้ว พร้อมเคาะคำถามว่า “ท่านเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่" กกต.แจงขั้นตอนออกเสียง ให้กาบัตรเลือกตั้งก่อนเดินต่อไปคูหาประชามติ ย้ำ 3 ม.ค.เปิดให้ลงทะเบียนขอออกเสียงประชามตินอกเขต-นอกราชอาณาจักร
เมื่อวันที่ 2 มกราคม 2569 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องกำหนดวันออกเสียงประชามติ ซึ่งลงนามโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย
โดยประกาศมีเนื้อหาสาระสำคัญเป็นการกำหนดให้วันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นวันออกเสียงประชามติ พร้อมระบุเหตุผลของการกำหนดให้ออกเสียงประชามติว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาว่าจะสนับสนุนการจัดทำประชามติและการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ โดยรับฟังเสียงของพี่น้องประชาชน และสร้างการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน เพื่อให้สอดคล้องกับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 18/2568 ลงวันที่ 10 ก.ย. 2568 ครม.จึงเห็นสมควรสนับสนุนการทำประชามติดังกล่าวเพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ รวมทั้งเห็นว่ามีเหตุอันสมควรที่จะให้มีการออกเสียงประชามติครั้งที่หนึ่ง เพื่อให้ความเห็นชอบการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ตามมาตรา 9 วรรคสอง (2) แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. 2564
ขณะเดียวกันคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ประกาศกำหนดให้วันอาทิตย์ที่ 8 ก.พ. 2569 เป็นวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) เป็นการทั่วไปแล้ว ซึ่ง ครม.เห็นว่ามีเหตุผลความจำเป็นจึงกำหนดให้มีการออกเสียงประชามติเป็นวันเดียวกับวันเลือกตั้ง สส.เป็นการทั่วไป เพื่อเป็นการประหยัดและใช้งบประมาณแผ่นดินโดยคุ้มค่า เป็นการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนมากที่สุด รวมทั้งเป็นการช่วยลดภาระของ กกต.ที่ต้องดำเนินการจัดให้มีการออกเสียงประชามติและการเลือกตั้ง สส.ในวันที่แตกต่างกันด้วย ตลอดจนได้ส่งข้อมูลและสาระสำคัญในเรื่องที่จะให้มีการออกเสียงประชามติครั้งที่หนึ่งเพื่อให้ความเห็นชอบการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ไปยัง กกต.แล้วเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2568
จึงอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 166 ของรัฐธรรมนูญ และมาตรา 11 วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. 2564 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม โดยพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 ประกอบมาตรา 9 วรรคสอง (2) แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. 2564 ครม.จึงได้มีมติเมื่อวันที่ 18 ธ.ค. 2568 กำหนดให้วันที่ 8 ก.พ. 2569 เป็นวันออกเสียงประชามติ ในประเด็นคำถามว่า “ท่านเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่"
ด้านสำนักงาน กกต.ได้ชี้แจงการทำประชามติการแก้ไขรัฐธรรมนูญพร้อมกับการเลือกตั้ง สส.ในประเด็นคำถาม "ท่านเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่" รวมถึงขั้นตอนในการออกเสียงประชามติและเลือกตั้ง สส.โดยมีสาระสำคัญคือ 1.ที่มาและเหตุผลความจำเป็นของการจัดทำประชามติ โดยการออกเสียงประชามติครั้งนี้เป็นประชามติครั้งที่ 1 ซึ่งจัดขึ้นเพื่อให้เป็นไปตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญว่าสภามีอำนาจริเริ่มหรือแสดงความต้องการเพื่อจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้ แต่จะต้องให้ประชาชนออกเสียงประชามติให้ความเห็นชอบเสียก่อน ซึ่งการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ภายใต้รัฐธรรมนูญปี 2560 ต้องการมีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต้องออกเสียงประชามติ 3 ครั้ง โดยครั้งที่ 1 เพื่อให้ความเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ ครั้งที่ 2 เพื่อให้ความเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม และครั้งที่ 3 เพื่อถามประชาชนว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่หลังจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่แล้ว
2.คำถามประชามติ การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ครั้งนี้ประเด็นคำถามคือ "ท่านเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่" เป็นผู้มีสิทธิออกเสียง สามารถเลือกได้ 3 ช่องทางคือ เห็นชอบ ไม่เห็นชอบ และไม่แสดงความคิดเห็น
3.ความหมายและสาระสำคัญของประเด็นที่ทำประชามติ การทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เป็นกระบวนการที่ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการตามมาตรา 256 ของรัฐธรรมนูญปี 2560 และต้องดำเนินตามขั้นตอนที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยไว้ ทั้งนี้การออกเสียงประชามติในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นการยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทันที แต่เป็นการสอบถามประชาชนว่าเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
4.ขั้นตอนการใช้สิทธิเลือกตั้ง สส.และการออกเสียงประชามติในวันเดียวกัน ซึ่งจะมี 2 ขั้นตอน โดยขั้นตอนแรกเลือกตั้ง สส.และขั้นตอนที่ 2 คือการออกเสียงประชามติ ซึ่งขั้นตอนที่ 1 ตรวจสอบรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง สส.ก่อนเข้าคูหา เตรียมหลักฐานแสดงตน และแสดงตนขอใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. รับบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ คือบัตรเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขตและบัตรเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อคือเลือกพรรค จากนั้นเข้าคูหาทำเครื่องหมายกากบาทลงในบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ โดยเลือกได้เพียงหมายเลขเดียว หากไม่ประสงค์เลือกผู้สมัครหรือพรรคการเมืองใดก็ให้กากบาทลงในช่อง "ไม่เลือกผู้สมัครผู้ใด" และช่อง "ไม่เลือกบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองใด" สุดท้ายพับบัตรเลือกตั้งตามรอยพับแล้วนำไปหย่อนหีบบัตรเลือกตั้งแต่ละประเภทให้ถูกต้อง
สำหรับขั้นตอนและการออกเสียงประชามติ หลังจากหย่อนบัตรเลือกตั้ง สส.แล้ว เดินไปยังจุดถัดไปที่อยู่ในที่เลือกตั้งเดียวกัน ยื่นหลักฐานแสดงตนและบอกลำดับตามบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ ลายมือชื่อในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียง รับบัตรออกเสียงประชามติ 1 ใบ และลงลายมือชื่อที่ต้นขั้วบัตรออกเสียง จากนั้นเข้าคูหาทำเครื่องหมายกากบาทเพียงช่องเดียว คือ "เห็นชอบ" "ไม่เห็นชอบ" หรือ "ไม่แสดงความคิดเห็น" จากนั้นพับบัตรแล้วนำบัตรประชามติลงไปหย่อนในหีบและออกจากที่เลือกตั้ง
ขณะที่การลงทะเบียนขอใช้สิทธิออกเสียงประชามตินอกเขตและประชามตินอกราชอาณาจักร และสำหรับคนพิการหรือทุพพลภาพหรือผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นวันลงคะแนนพร้อมกันทั้งประเทศ ไม่มีลงคะแนนออกเสียงล่วงหน้า แต่ผู้ที่ไม่สามารถออกเสียงลงคะแนนที่หน่วยออกเสียงที่มีชื่อตามทะเบียนบ้านในวันที่ 8 ก.พ. 2569 ก็สามารถลงคะแนนขอใช้สิทธิออกเสียงนอกเขตหรือนอกราชอาณาจักร ขณะผู้พิการหรือทุพพลภาพหรือผู้สูงอายุก็สามารถลงทะเบียนขอใช้สิทธิออกเสียง ณ ที่ออกเสียงสำหรับคนพิการหรือทุพพลภาพหรือผู้สูงอายุ โดยจะเปิดให้ลงทะเบียนในวันที่ 3 ม.ค. 2569 เป็นวันแรก ไปจนถึงวันที่ 5 ม.ค. 2569
สำหรับขั้นตอนการขอใช้สิทธิออกเสียงประชามตินอกเขตประชามติ นอกราชอาณาจักร และการออกเสียงสำหรับผู้พิการหรือทุพพลภาพหรือผู้สูงอายุ สามารถยื่นลงทะเบียนได้ 3 ช่องทาง คือ 1.ยื่นต่อนายทะเบียนอำเภอ หรือนายทะเบียนท้องถิ่น หรือยื่นต่อเอกอัครราชทูตหรือผู้ที่เอกอัครราชทูตมอบหมาย ระหว่างวันที่ 3-5 ม.ค. 69 ในวันและเวลาราชการ 2.ยื่นคำขอทางไปรษณีย์ตั้งแต่วันที่ 3-5 ม.ค. โดยถือวันประทับตราไปรษณีย์เป็นสำคัญ และ 3.ยื่นคำขอทางเครือข่ายอินเทอร์เน็ตตลอด 24 ชั่วโมง โดยระบบจะปิดอัตโนมัติในวันที่ 5 ม.ค. เวลา 24.00 น.ตามเวลาประเทศไทย.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘ปภ.’แจงสิทธิ ขอเงินเยียวยา คลุม3ประเภท
“อนุทิน” หารือ “เอดีบี” เผยเห็นพ้องการแก้ไขปัญหาน้ำในระยะยาว
ใต้ระอุ!ดักยิงอส.ดับกลางสวนยาง
ใต้เดือดอีก! หลังปาบึ้มฐานคุ้มครองตำบลที่ยะลาเจ็บ 5 ราย ล่าสุดดักยิง อส.กลางสวนยาง เจ้าตัวสู้ยิบตา ดวลปืนดับทั้งคู่ เร่งล่าคนร้ายอีก 1 ราย
‘ไอเดียร์’ลั่นพรรคไม่เคยทอดทิ้ง
“ไอเดียร์” เปิดอกแจงกลางวงผู้นำท้องถิ่น ยันไม่ได้ทำผิดกฎหมาย สามีไม่ใช่เจ้าของเว็บพนัน แค่มีหุ้น 1%
พระบรมราโชวาทพ่อหลวงกระหึ่มเวทีIMF
ตอกย้ำคำสอนพ่อหลวง “กอร์เกียวา” เชิญพระบรมราโชวาท ร.9 ให้ 191 ชาติใช้นำทางฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจโลก
รบ.เกลือเป็นหนอน! โรมอ้างล้วงข้อมูลส่งให้ โต้เดือดวลี‘โง่-ห่วย-เลว’
“ฝ่ายค้าน” เสียงแข็งซักฟอก 5 วันเหมาะสม “ไอติม” บอกยึดตามบรรทัดฐาน ชี้สภาไม่ใช่สาขารัฐบาล
กกต. เกาะกระแสร้อน! เปิดกฎเหล็ก เงินบริจาคพรรคการเมือง
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับการบริจาคเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดให้แก่พรรคการเมือง ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติม เพื่อให้พรรคการเมืองผู้บริจาค และประชาชนทั่วไป เข้าใจหลักเกณฑ์

