'อดีตผบ.ทอ.' ชี้เปรี้ยง! 'อนุทิน' ควรนั่งนายกฯควบกลาโหม เพื่อความเป็นเอกภาพทางทหาร

อดีตผบ.ทอ. ระบุ อนุทิน ควรนั่งนายกฯควบกลาโหม เพื่อความเป็นเอกภาพทางทหาร เชื่อฝ่ายเสนาธิการฯข้างกาย จะช่วยกลั่นกรองเรื่องให้ตัดสินใจได้ แนะกองทัพ-ฝ่ายมั่นคง นำเหตุการณ์สงครามตะวันออกกลางมาศึกษา ลดการพึ่งพาซื้ออาวุธจากต่างประเทศ ให้หนุนยุทธภัณฑ์ เมดอินไทยแลนด์มากขึ้น

9 มี.ค.2569-พล.อ.อ.มานัต วงษ์วาทย์ อดีตผู้บัญชาการกองทัพอากาศ(อดีตผบ.ทอ.) และนายกสมาคมอุตสาหกรรมเพื่อการป้องกันประเทศ ให้สัมภาษณ์กับ”ไทยโพสต์”ถึงการที่ฝ่ายทหารและฝ่ายความมั่นคง สามารถนำเหตุการณ์การสู้รบที่ตะวันออกกลาง หลังมีการทำสงครามถล่มอิหร่านมาศึกษาและถอดบทเรียนในส่วนของฝ่ายไทยว่า ผู้นำทางทหารต้องนำมาคิดทบทวนเป็นการด่วน และมองถึงเรื่องหลักนิยม การปรับใช้กำลังและการเตรียมกำลังซึ่งเป็นเรื่องสำคัญ เรามีสงครามมารอบๆบ้าน ภาคเหนือก็มี ภาคตะวันออก ก็มี สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ก็ยังไม่จบ ถึงแม้เราไม่เรียว่าเป็นสงคราม แต่มันก็คือความสูญเสีย การเสียโอกาส การใช้ทหาร การสูญเสียทหาร เกิดค่าใช้จ่าย และเกิดผลกระทบทางเศรษฐกิจ

“สิ่งเหล่านี้ต้องถูกนำมาประมวลใหม่ทั้งหมด เราต้องเปลี่ยนวิธีคิด การสร้างภูมิคุ้มกันให้เกิดขึ้นในประเทศเราเอง โดยไม่ต้องพึ่งพา ซึ่งน้ำมันก็ส่วนหนึ่ง อาวุธก็ส่วนหนึ่ง เพราะคีย์หลักในการรบ ประกอบด้วย ผู้นำ-ทหาร-อาวุธ-พลังงานและต้องมีงบประมาณ ห้าสิ่งนี้คือปัจจัยสงครามที่ผู้นำต้องคิดเสมอ สงครามที่ตะวันออกกลางครั้งนี้เราต้องนำบริบทมาพิจารณาตัวเองว่าเรามีครบถ้วนสมบูรณ์หรือไม่ และต้องรีบลงมือทำ เพราะเราต้องเผชิญกับโลกลักษณะแบบนี้อยู่ตลอดไป ไม่ว่าในสมรภูมิใดก็สมรภูมิหนึ่ง และยังต้องเผชิญกับสงครามที่มีการใช้กำลังเพื่อแย่งชิงทรัพยากรของโลก โดยไทยเราต้องผลักดันภารใช้อาวุธที่ผลิตจากภายในประเทศ ที่ผลิตจากปัญญาและระบบของไทยเรากันเอง ไม่ใช่แบบไทยไม่ซื้อของไทย ซึ่งที่ผ่านมา ก็มีการเรียกร้องเรื่องนี้เช่นการทำเป็นกองทุนฯ เพราะธนาคารส่วนใหญ่ไม่ปล่อยเงินกู้ให้(ผู้ผลิตอาวุธในประเทศไทย)เพราะมองว่าอาวุธเป็นความรุนแรง มหาวิทยาลัยเองก็ไม่มีหลักสูตรเรียนด้านนี้โดยเฉพาะเพราะมองว่าเป็นหลักสูตรนำไปสู่ความรุนแรง ก็คืออาวุธยุทโธปกรณ์ แต่จริงๆ มันไม่ใช่ เพราะเป็นเรื่องของภูมิคุ้มกัน”

ถามว่าของเรายังถือว่าล้าหลังอยู่หรือไม่ พล.อ.อ. มานัตกล่าวว่า เยอะมาก โดยหากดูจากการสู้รบครั้งล่าสุดที่ชายแดนไทย -กัมพูชา ระบบต่างๆ ค่อนข้างมีปัญหาเนื่องจากไม่สามารถปฏิบัติการในลักษณะใช้เครือข่ายเป็นศูนย์กลางได้ อีกทั้งเทคโนโลยี ก็ไปติดขัดเรื่องกฎหมาย เช่นเราต้องการอาวุธที่ทันสมัยล้ำหน้า แต่การนำเข้ามาก็ติดปัญหาเรื่องกฎหมาย-ยุทธภัณฑ์ เราต้องมารวมพลังกันเพื่อแก้ไขปัญหาทั้งหมด มานั่งร่วมโต๊ะคุยกัน

เมื่อถามว่าหากเราจะจัดการปัญหาได้ ก็ต้องมีนายกฯและรมว.กลาโหมที่เก่ง อดีตผบ.ทอ.ระบุว่า ถูกต้อง เรื่องนี้มีสองส่วน คือ ส่วนความมั่นคง ที่เป็นเรื่องของนายกฯกับรมว.กลาโหม และหากเป็นเรื่องของความเจริญรุ่งเรือง ก็ต้องมีนายกฯกับรัฐมนตรีอีกหลายกระทรวง ต้องมีสองขา คือ ขาแรกความมั่นคงและขาที่สองความเจริญรุ่งเรือง

ถามถึงว่า ในความเห็นแล้วมองว่า นายกฯอนุทิน ควรควบกลาโหมอีกตำแหน่งหรือไม่จำเป็นต้องควบ แต่นำอดีตนายทหารเก่งๆ มาเป็นรมว.กลาโหม พล.อ.อ.มานัต ระบุชัดเจนว่า  ถ้าเป็นเรื่องหลักการทางการทหาร ผมอยากให้การปกครองการบังคับบัญชาเป็นเอกภาพ ถ้าเป็นเอกภาพก็คือ นายกรัฐมนตรีสมควรลงมาเป็นรมว.กลาโหม คือควบกลาโหม

 “ขุนพลเมื่อก่อนยุคโบราณ เช่นยุคสุโขทัย กรุงศรีอยุธยา ผู้นำคือทหารทุกคน นักรบทุกคน เพราะมันทูอินวัน อยู่ในตัวคนๆเดียวกัน คือเป็นนักปกครองด้วยและเป็นนักการทหาร เป็นนักรบสุดยอด มีขุนพลอยู่เคียงกายตายแทนกันได้ ทฤษฎีนี้ไม่เคยเปลี่ยน แม้โลกจะเดินมาถึงทุกวันนี้แต่หลักการของความเป็นมนุษย์ยังเป็นเหมือนเดิม ผู้นำจึงควรควบ ซึ่งมองว่ามันเป็นจังหวะและโอกาสที่ค่อนข้างลงตัว ”

ถามย้ำว่า ก็คือรมว.กลาโหม อาจไม่ได้จบโรงเรียนทหาร ไม่ได้จบ west point อดีตผบ.ทอ. กล่าวสำทับว่า  เป็นเรื่องของ Staff ฝ่ายเสนาธิการ จะเป็นผู้กลั่นกรอง โดยผู้นำมีหน้าที่ตัดสินใจบนหลักของตรรกะ  หากผู้นำมีประสบการณ์ มีความฉลาดพอ เมื่อได้ยินฝ่ายเสนาธิการ ให้ข้อเสนอแนะ หาหนทางปฏิบัติที่ดีให้ ผู้นำแค่แก๊กเดียวก็จบเลย  

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นายกฯ ปฏิบัติภารกิจผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์ฮารัลด์ ที่ 5

นายกฯ ปฏิบัติภารกิจผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์ฮารัลด์ ที่ 5 ท่ามกลางบรรยากาศอาลัย พระราชวงศ์ ผู้นำ ผู้แทนระดับสูงนานาประเทศร่วมพิธี

ทิ้งซากเมือง'สแกมเมอร์' แขวนปมร้อนชายแดน

ประเด็นปัญหาร่วมของประชากรโลกที่ถูกกระทำจากแก๊งอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือสแกมเมอร์ คือการสูญเสียเงินทองอย่างมหาศาลของผู้ถูกหลอกลวง หลายประเทศออกมาตรการป้องกันเฉพาะหน้าเพื่อบรรเทาปัญหา แต่ยังไม่รื้อทำลายเครือข่ายนี้ได้สำเร็จ

'อนุทิน' โผล่คอมเมนต์ ตอก 'วิโรจน์' เลิกสันดาปพูดเองเออเอง หลังโพสต์เย้ยภูมิใจไทยงับเบ็ดเลข 229

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ได้เข้าไปคอมเมนต์เพจเฟซบุ๊กสื่อหนึ่ง ซึ่งมีการโพสต์ภาพและคำพูดของนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะรองหัวหน้าพรรคประชาชน(ปชน.) ที่ระบุช่วงหนึ่งว่า “สมมุติผมพิมพ์เลข 229 แล้วเอามาโชว์ให้คุณดู ถ้าตัวเลขนั้นไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับคุณ คุณก็แค่อาจจะงงๆ แล้วก็ผ่านไป

'ธรรมนัส' ยันสัมพันธ์ 'อนุทิน' เป็นเพื่อนกัน ยอมรับมีพบปะประสานงานบางเรื่อง

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.แบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคกล้าธรรม กล่าวถึงทิศทางการลงมติร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 วาระ 2-3 ว่า ต้องเข้าใจก่อนว่างบฯ ปี 70 สมัยแรกที่ทำตนเป็นรองนายกรัฐมนตรีของกระทรวงที่ตนกำกับดูแลก็มาจากแผนในขณะนั้น ในขั้นของกรรมาธิการที่มีการตัดออกไปบางส่วน

'อนุทิน' ยันรู้ที่ต่ำที่สูง และรู้มากกว่าคนอื่น ยันทำทุกอย่างตามขั้นตอนหลังร่วมประชุมองคมนตรี

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ในรายการ ตอบโจทย์ ทางสถานีโทรทัศน์ Thai PBS

วัดใจ 'อนุทิน' ชิง ‘ตัดไฟต้นลม’ ปิดทาง เติมพลัง 'ม็อบสนธิ’

‘สนธิ ลิ้มทองกุล’ อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ประกาศเคลื่อนไหวทางการเมือง ภายใต้แนวคิด “ทวงประเทศไทยคืนมา”