
26 ก.ค.2569-กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ออกแถลงการณ์ชี้แจงกรณีการบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ภายหลังปรากฏการเผยแพร่ข้อมูลผ่านสื่อสังคมออนไลน์ที่กล่าวอ้างว่าการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่เป็นการใช้กำลังเกินกว่าเหตุ
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ขอเรียนว่า ข้อมูลดังกล่าวไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง และอาจก่อให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนต่อการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชน รวมถึงบรรยากาศการสร้างสันติสุขในพื้นที่
“การปฏิบัติทุกภารกิจของเจ้าหน้าที่เป็นไปภายใต้บทบัญญัติของกฎหมาย หลักนิติธรรม หลักสิทธิมนุษยชน และมาตรฐานสากล โดยยึดหลัก ความจำเป็น ความได้สัดส่วน และความรับผิดชอบ ในการใช้กำลัง มีเป้าหมายเพื่อคุ้มครองชีวิตและความปลอดภัยของประชาชน พร้อมนำผู้กระทำผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม มิใช่เพื่อสร้างความหวาดกลัวหรือกระทบต่อประชาชนผู้บริสุทธิ์”
สำหรับการบังคับใช้กฎหมายทุกครั้ง เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามขั้นตอนอย่างรอบคอบและสามารถตรวจสอบได้ ตามขั้นตอนอย่างเป็นลำดับ ดังนี้
1. การรวบรวมและตรวจสอบข้อมูล โดยอาศัยข้อมูลด้านการข่าว พยานหลักฐาน และการประเมินสถานการณ์อย่างรอบด้าน เพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินการมีเหตุอันควรและเป็นไปตามกฎหมาย
2. การวางแผนและเตรียมการ กำหนดแนวทางการปฏิบัติ มาตรการด้านความปลอดภัย และการลดผลกระทบต่อประชาชน โดยบูรณาการการทำงานร่วมกันของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
3. การเข้าดำเนินการตามกฎหมาย เจ้าหน้าที่จะแสดงตน แจ้งเหตุและวัตถุประสงค์ของการปฏิบัติ พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ที่เกี่ยวข้องให้ความร่วมมือและปฏิบัติตามคำสั่งโดยสมัครใจเป็นลำดับแรก
4. การควบคุมสถานการณ์ หากมีการขัดขวาง หลบหนี หรือมีพฤติการณ์ที่อาจก่อให้เกิดอันตราย เจ้าหน้าที่จะเลือกใช้มาตรการที่เหมาะสมตามลำดับจากเบาไปหาหนัก โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชน ผู้ปฏิบัติ และผู้ที่เกี่ยวข้องเป็นสำคัญ
5. การใช้กำลัง จะกระทำเฉพาะเมื่อมีความจำเป็นตามกฎหมาย เพื่อป้องกันอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือระงับภัยคุกคามที่เกิดขึ้นในขณะนั้น โดยใช้กำลังเท่าที่จำเป็นและได้สัดส่วนกับสถานการณ์ พร้อมสามารถตรวจสอบการปฏิบัติได้
6. การดำเนินการภายหลังการปฏิบัติ เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบข้อเท็จจริง รวบรวมพยานหลักฐาน ดูแลผู้ได้รับผลกระทบ และดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมอย่างโปร่งใส เพื่อให้ทุกขั้นตอนเป็นไปตามกฎหมายและสามารถตรวจสอบได้
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลข่าวสาร ติดตามข้อมูลจากหน่วยงานราชการและช่องทางสื่อสารที่เป็นทางการเป็นหลัก และหลีกเลี่ยงการเผยแพร่หรือส่งต่อข้อมูลที่ยังไม่ได้รับการยืนยัน เพราะอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิด กระทบต่อการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ และตกเป็นเครื่องมือของผู้ไม่หวังดีในการปลุกปั่นหรือบิดเบือนข้อเท็จจริง
ทั้งนี้ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า พร้อมเปิดเผยและชี้แจงข้อเท็จจริงด้วยความโปร่งใส ยืนยันการปฏิบัติหน้าที่ภายใต้หลักนิติธรรม หลักสิทธิมนุษยชน และความรับผิดชอบต่อสังคม เพื่อสร้างความปลอดภัย ความเชื่อมั่น และสันติสุขที่ยั่งยืนแก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
แข็งแกร่ง! วันวิชิต ชี้ไร้สัญญาณพิเศษล้มรัฐบาลอนุทิน กองทัพหนุนเต็มเหนี่ยวแบบทีมไทยแลนด์
“วันวิชิต” ชี้ไร้สัญญาณพิเศษล้มรัฐบาล “อนุทิน” ยังแข็งแรง–กองทัพหนุนทำงานแบบทีมไทยแลนด์
ศาลสั่งจำ คุก6เดือน 2แก๊งกู้ชาติปัตตานี
ศาลนราธิวาสสั่งจำคุก 6 เดือน สองหนุ่มสมาชิก “ขบวนการกู้ชาติรัฐปัตตานี” รับสารภาพคดีอั้งยี่ เอี่ยวเหตุระเบิดปั๊มน้ำมัน ปตท.ตันหยงมัส เมื่อต้นปี ศาลอุทธรณ์ให้ประกันตัวติด EM
'วรศิษฎ์' ลงนราธิวาส ติดตามเหตุบึ้มรถ อส. สุคิริน เยี่ยมให้กำลังใจผู้บาดเจ็บ
“อนุทิน” มอบหมาย “วรศิษฎ์” ลงนราธิวาส ติดตามเหตุลอบวางระเบิดรถบรรทุกสมาชิก อส. กำชับดูแลเยียวยาครอบครัวผู้สูญเสียเต็มที่ตามสิทธิทันที พร้อมเยี่ยมให้กำลังใจ สมาชิก อส. ที่ได้รับบาดเจ็บทุกนาย
จำคุก 6 เดือน 2 สมาชิกกู้ชาติรัฐปัตตานี เอี่ยวเผาปั๊มหลายจุดป่วนใต้
เพจสื่อศาล ซึ่งเป็นเพจที่ให้ข้อมูลของสำนักงานศาลยุติธรรมได้ สรุปข้อมูลการดำเนินคดี-คำพิพากษาคดีอั้งยี่ ของผู้เข้าร่วมสมาชิกคณะบุคคล “ขบวนการกู้ ชาติรัฐปัตตานี” ที่มีการกล่าวหาว่าเชื่อมโยงเหตุการณ์คนร้ายลอบวางระเบิดบริเวณปั๊ม ปตท. อ.ตันหยงมัส จ.นราธิวาส
ลอบบึ้ม-ยิงถล่มรถ อส.สุคิริน ดับ 2 เจ็บ 16
คนร้ายลอบวางระเบิดและยิงรถบรรทุก 6 ล้อของสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนอำเภอสุคิริน ขณะปฏิบัติภารกิจในพื้นที่บ้านบารูกายาอิง จ.
คู่อริโหด! ขี่ จยย. ไล่ตามประกบ ก่อนจ่อยิงหนุ่มภูเก็ตดับกลางถนน
เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ถลาง จ.ภูเก็ต รับแจ้งเหตุใช้อาวุธปืนยิงกัน มีผู้เสียชีวิต บริเวณถนนริมอุโมงค์ทางลอดแยกสนามบินตัดใหม่ ขาออก

