
(แฟ้มภาพ)
13 มี.ค. 2569 – กระทรวงการต่างประเทศ เผยแพร่ประกาศ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวอย่างเป็นทางการ โดยมีใจความว่า
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี จะเสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวอย่างเป็นทางการ ตามคำทูลเชิญของนายทองลุน สีสุลิด ประธานประเทศแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ระหว่างวันที่ 16-18 มีนาคม 2569 เพื่อทรงเจริญพระราชไมตรีและส่งเสริมความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างราชอาณาจักรไทยกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
การเสด็จพระราชดำเนินครั้งนี้เป็นการเสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวอย่างเป็นทางการของพระมหากษัตริย์ไทยครั้งแรกในรอบ 32 ปี นับแต่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จฯเยือนอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 7-8 เมษายน 2537
ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี จะเสด็จพระราชดำเนินไปยังหอคำ เพื่อทรงร่วมพิธีรับเสด็จอย่างเป็นทางการ และทรงพบกับประธานประเทศแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวและภริยา จากนั้น จะพระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้นายสอนไซ สีพันดอน นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และภริยา และนายไซสมพอน พมวิหาน ประธานสภาแห่งชาติสาธารณรัฐประชาธิบไตยประชาชนลาว และภริยาเข้าเฝ้าฯ โดยประธานประเทศแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวจะจัดพิธีบายศรีทูลพระขวัญ และเป็นเจ้าภาพถวายพระกระยาหารคำอย่างเป็นทางการ ณ หอคำ
ในช่วงการเสด็จพระราชดำเนินเยือนฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี จะเสด็จพระราชดำเนินไปยังศูนย์พัฒนาและบริการด้านการเกษตรห้วยชอน – ห้วยขั้ว (หลัก 22 ) นครหลวงเวียงจันทน์ ซึ่งเป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริแห่งแรกที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มีพระระราชดำริให้จัดตั้งขึ้นในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว รวมทั้งจะเสด็จพระราชดำเนินไปทรงสักการะพระธาตุหลวง ซึ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ และทอดพระเนตรการจัดแสดงผ้าไหมและสิ่งทอโบราณของชาวลาวที่ตำหนักผ้าไหมลาวโบราณ
การเสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐประชาธิบไตยประชาชนลาวในครั้งนี้ ถือเป็นส่วนหนึ่งของของการเฉลิมฉลองโอกาสครบรอบ 75 ปี การสถาปนาความสัมพัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสองประเทศ เมื่อปี 2568 อันจะเป็นการส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศในฐานะบ้านใกล้เรือนเคียง ตลอดจนเสริมสร้างสายสัมพันธ์ระหว่างประชาชนให้แน่นแฟ้นและยั่งยืนสืบไป.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ในหลวง-พระราชินี เสด็จฯ งานเฉลิมพระเกียรติรัชกาลที่ 6 เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตครบ 100 ปี
ในหลวง-พระราชินี เสด็จฯ งานเฉลิมพระเกียรติรัชกาลที่ 6 เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตครบ 100 ปี ทอดพระเนตรไทเก็ก-แอโรบิกสวนลุม และแสง สี เสียง วนะสาธารณ์ พระราชปณิธาน ร.6
ไม่พลิก! สมช.เคาะเลิกเอ็มโอยู 2544 เตรียมชง ครม.เห็นชอบเร็วที่สุด
'นายกฯ' เผย สมช. รับทราบยกเลิก MOU 44 กต.จ่อชงครม.เร็วที่สุด ใช้ UNCLOS แทน ยันไม่ต้องแจ้งกัมพูชา
'สีหศักดิ์' โชว์วิสัยทัศน์การทูต 2.0 เน้นเชิงรุกมียุทธศาสตร์ ทีมไทยแลนด์ต้องเป็นเอกภาพ
นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวแสดงวิสัยทัศน์ ด้านนโยบายการต่างประเทศระหว่างงานพบปะสื่อมวลชน ในหัวข้อการทูตในโลก ที่เปลี่ยนแปลง ไทยกำลังมุ่งไปทางไหน ( Thai Diplomacy in a changing world where are we heading?) ว่า วันนี้ได้พบปะสื่อมวลชนอีกครั้ง ครั้งที่แล้วที่เจอกัน ตนเพิ่งเข้ามารับตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวง
เรือ SCG ผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อีก 1 ลำ
ข่าวดีคนไทย กระทรวงต่างประเทศ แจ้งเรือ SCG ผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อีก 1 ลำ หลังสีหศํกดิ์ เดินทางเยือนโอมาน และขอให้ช่วยประสานอิหร่านให้ความช่วยเหลือ
'สีหศักดิ์' เผยข่าวเศร้า 3 ลูกเรือมยุรีนารี เสียชีวิตแล้ว
นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.การต่างประเทศ แถลงข่าวสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง ว่า ลูกเรือไทยทั้ง 3 คน ของเรือมยุรี นารี ที่ถูกอิหร่านโจมตีในช่องแคบฮอร์มุซ ได้รับการยืนยันว่าเสียชีวิตแล้ว ภายหลังที่หน่วยกู้ภัยของอิหร่านและโอมานสามารถเข้าไปในตัวเรือได้
นำชาติพ้นอุปสรรค พระราชดำรัสครม.ใหม่ระลึกถึงผลประโยชน์ปชช.-ปชต.-ปท.
"ในหลวง" พระราชทานพระราชดำรัสแก่ ครม.ใหม่ ขอให้ปฏิบัติหน้าที่ระลึกถึงผลประโยชน์ประชาชน-ประชาธิปไตย-ประเทศ

