
7 เม.ย.2569-ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ให้สัมภาษณ์ถึงการอภิปรายแถลงนโยบายรัฐบาล ว่า การแถลงนโยบายในครั้งนี้ เรามาในธีม “พอแล้ว ไม่ไหวแล้ว” ซึ่งพรรคปชน. พร้อมที่จะเป็นตัวแทนส่งเสียงสะท้อนไปยังรัฐบาลถึงความเดือดร้อนของประชาชน ตนคิดว่าสิ่งที่รัฐบาลควรทำคือมองไปข้างหน้า หากเรามองวิกฤตที่ผ่านมา ในเรื่องของฝุ่น PM 2.5 และน้ำมัน รัฐบาลมักตามแก้ปัญหาย้อนหลัง ตั้งแต่มีวิกฤตแรกๆ ก็มีประชาชนสะท้อนว่าอยากให้รัฐบาลเปิดเผยข้อมูลว่ามีใครกักตุนน้ำมันหรือไม่ ซึ่งตอนแรกรัฐบาลยืนยันว่าไม่มี แต่สุดท้ายก็ออกมาแถลงอีกแบบว่าสุดท้ายคนที่กักตุนน้ำมันแสวงหาผลประโยชน์ บนความเดือดร้อนของประชาชนจริงๆ วิกฤตเรื่องฝุ่นก็เช่นเดียวกันมีการเกิดขึ้นทุกปี
นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า แม้เราเรียกร้องมาโดยตลอดว่าการจัดสรรงบประมาณที่เพียงพอและการให้สวัสดิการที่ดีและเพียงพอ ประกันกลุ่ม ประกันชีวิต ประกันอุบัติเหตุ และประกันสุขภาพแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ก็เป็นสิ่งสำคัญ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือเรามักเห็นการแก้ไขปัญหาย้อนหลัง คือเมื่อเกิดความสูญเสียขึ้น รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องค่อยออกไปแสดงความเสียใจ เราทุกคนมีความเสียใจ แต่จริงๆรัฐบาล ควรบริหารจัดการล่วงหน้าได้ดีกว่านี้เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุสูญเสีย
ผู้สื่อข่าวถามว่า จะชู 2 ประเด็นดังกล่าวนี้ใช่หรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า นี่เป็นวิกฤตเฉพาะหน้าที่ประชาชนกำลังเดือดร้อนมากๆ อยู่ในขณะนี้ แต่จริงๆ ต้องบอกว่าประเทศเรามีวิกฤตเรื่องเศรษฐกิจที่โตรั้งท้าย เช่น ปัญหาด้านการศึกษา ด้านสิ่งแวดล้อม หรือตลาดพลังงานที่เราเรียกร้องให้มีการเปิดเสรี การเกณฑ์ทหาร โดยพรรคประชาชนได้เตรียมผู้อภิปรายไว้ไม่ต่ำกว่า 20 คน คงจะอภิปรายทุกอย่างได้อย่างรอบด้าน โดยตนจะเป็นผู้อภิปรายเปิด แล้วตามด้วยนายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ชุดแรกอาจจะเป็นการเปิดอภิปรายด้วยประเด็นเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นปัญหาที่ประชาชนรอฟังอยู่ทั้งประเทศ และจะมีการอภิปรายต่อเนื่องจนครบทุกด้าน
เมื่อถามว่า หลังจากได้เห็นตัวร่างนโยบายของรัฐบาลแล้วประเมินว่าเป็นอย่างไรบ้าง นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า จากที่เห็นความพยายามที่จะปรับให้มีอะไรใหม่ๆ เช่น การที่มีการตั้งคลัสเตอร์ ยุทธศาสตร์การบริหารแบบบูรณาการขึ้นมา 5 กลุ่ม ตนเชื่อว่าสิ่งที่พรรคภูมิใจไทยในฐานะพรรคแกนนำรัฐบาล พยายามทำ คือเขาพยายามที่จะเอานโยบายของพรรคอื่นๆ ที่อาจจะเห็นว่าดีไปมัดรวมกัน ซึ่งหากดูเฉพาะในเรื่องของนโยบายตนคิดว่าในหลักการไม่ได้ติดขัด หลายอย่างพรรคประชาชนก็เคยนำเสนอในส่วนนี้ เช่น เรื่องโครงสร้างของทีมบริหาร
นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า แต่การออกแบบโครงสร้างผังบริหาร นโยบายที่เอาจากพรรคอื่นๆ มามัดรวมกันอาจจะยังไม่เพียงพอ เพราะสิ่งที่จำเป็นของประเทศไทยในขณะนี้ คือการขับเคลื่อนนโยบายอย่างมีพลัง นโยบายจะขับเคลื่อนอย่างมีพลังได้ต้องมีการร่วมมือจากทุกส่วน สิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งคือการไว้เนื้อเชื่อใจ สิ่งที่เป็นปัญหาสูงสุดของรัฐบาลในขณะนี้คือประชาชนและภาคเอกชน ขาดความเชื่อมั่น เชื่อใจในรัฐบาล กับการที่ประชาชนตั้งคำถามว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่ ที่มาที่ไปของฐานอำนาจของรัฐบาลชุดนี้ ตกลงมาจากไหน
”เราอาจจะเห็นโฉมหน้าของรัฐบาล คณะรัฐมนตรี (ครม.) หลายคนที่อาจจะมีความรู้ความสามารถจริงในบางสาย แต่โดยส่วนใหญ่เรายังเห็นโฉมหน้าของครม.ที่มาจากโควตาทางการเมือง ซึ่งพวกเรายืนยันมาโดยตลอดว่า โฉมหน้าของครม. ลักษณะนี้ต่อให้จะมีนโยบายที่สวยหรูขนาดไหน ก็อาจจะไม่สามารถแก้ไขโครงสร้างใหญ่ๆ ได้ หากไม่กล้าชนกับคอรัปชั่น ผลประโยชน์ทับซ้อนทางการเมือง“ นายณัฐพงษ์ กล่าว
ถามว่า จากบริบททางการเมืองหรือนโยบายของรัฐบาลที่จะแถลงต่อรัฐสภา ประเมินว่ารัฐบาลจะอยู่ได้ครบเทอม 4 ปีหรืออยู่ได้ยาวหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า จะอยู่ครบเทอมหรือไม่ครบเทอม ตนคิดว่าอยู่ที่รัฐบาลจะสามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับให้กับประชาชนหรือไม่ การแถลงนโยบายคือจุดเริ่มต้นสิ่งที่ตนคิดว่าสิ่งสำคัญไม่แพ้คือการทำให้ประชาชนเห็นว่าที่มาของรัฐบาลชุดนี้มีความถูกต้อง ซึ่งความชอบธรรมของรัฐบาลชุดนี้ควรเริ่มต้นมาจากการเลือกตั้งที่โปร่งใสและเป็นธรรม เช่น ความผิดปกติที่จังหวัดสุพรรณบุรี เขต 2 ซึ่งอยู่ในพื้นที่ที่เป็นผู้สมัครของสส.พรรคภูมิใจไทย ไม่จำเป็นต้องรอการแสวงหาข้อเท็จจริงจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งจริงๆ การตรวจสอบคนในพรรคตัวเอง สามารถดำเนินการทำได้เลย โดยในขณะนี้เราพยายามเดินหน้าทุกช่องทาง และดำเนินการเรียกร้องหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินคดีทุกช่องทาง สามารถทำได้ โดยฝ่ายกฎหมายของพรรค นำโดยนพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรค ดำเนินการเรื่องนี้อยู่ รวมถึงบุคคลที่อยู่ในครม. ต้องไม่มีผลประโยชน์ โดยก่อนหน้านี้เราก็เห็นนายกรัฐมนตรีออกมาปกป้องนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม แต่สุดท้ายเมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้นก็ต้องรับผิดชอบด้วยการลาออก แต่ทำไมไม่แสดงความบริสุทธ์ใจก่อนหน้านี้
ซักว่า กังวลหรือไม่ว่าฝั่งรัฐบาลจะมองว่าฝ่ายค้านใช้เวทีนี้เป็นเวทีซักฟอก นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตนคิดว่าเวทีในสภา ทุกเวทีคือเวทีซักฟอกรัฐบาลอยู่แล้ว แต่จะเป็นการซักฟอกหนักแบบอภิปรายไม่ไว้วางใจ หรือซักฟอกแบบปกติที่เราต้องตรวจสอบรัฐบาลทุกวัน ตนคิดว่าเป็นกลไกธรรมดาของรัฐสภาที่เราต้องใช้กลไกไม่ว่าจะเป็นการตั้งกระทู้ถาม การอภิปราย หรือในคณะกรรมาธิการ ในการซักฟอกรัฐบาลทุกอันอยู่แล้ว
เมื่อถามว่า การอภิปรายจะซ้ำซ้อนหรือไม่ เนื่องจากนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ก็เคยระบุว่าไม่อยากให้มีการอภิปรายที่ซ้ำซ้อน นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ดูที่เนื้อหาเชื่อว่าผู้อภิปราย 20 คน ของพรรคประชาชน เตรียมเนื้อหาการอภิปรายมาอย่างดี แบ่งพาร์ทกันมาอย่างดี ไม่มีการอภิปรายซ้ำซ้อนแน่นอน ส่วนผู้อภิปรายอื่นๆ เพื่อนสมาชิกรัฐสภาควรที่จะพยายามควบคุมเนื้อหาการอภิปรายของตนเองไม่ให้มีความซ้ำซ้อน
ถามว่า ที่ผ่านมาพรรคประชาชนถูกโจมตีมาโดยตลอด มีวิธีการรับมืออย่างไรบ้าง นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตนคิดว่าเราทำหน้าที่ของเราอย่างตรงไปตรงมา หากจะมีการใช้ข้อบังคับหรือเทคนิควิธี เพื่อที่จะพยายามตีรวน กระบวนการในสภาเราเองก็พร้อมที่จะลุกขึ้น วิธีการตอบโต้ แต่ตนไม่อยากให้เวทีสภาที่ประชาชนรอรับฟังว่ารัฐบาลมีนโยบายอะไรบ้าง ตอบโจทย์หรือไม่ตอบโจทย์ สุดท้ายกลายเป็นว่า สมาชิกรัฐสภาในฐานะที่จะต้องตรวจสอบ การทำงานของรัฐบาล มาทะเลาะกันเอง ไม่อยากให้เวทีนี้เป็นเวทีที่ประชาชนติดตามแล้วรู้สึกว่ารัฐสภาไม่ได้ทำหน้าที่ของตนเอง.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
โต้เดือดคดีฮั้ว สว.! 'พริษฐ์' เปิดหลักฐานโกง 5 จังหวัด 'รมว.ยุติธรรม' บอกเรื่องเก่า 2 ปี เพิ่งตั้งกระทู้ถาม
‘พริษฐ์’ จี้ถาม ‘รุทธพล’ ปมคืบหน้าคดีฮั้ว สว. ขยี้ซ้ำ ปิดหลักฐานโกงสว. 5 จังหวัดมี ‘รมต.-สส.’ เกี่ยวข้อง จ่อยื่นหน่วยงานสอบเพิ่ม ด้าน ‘รัฐมนตรี’ มาตามนัดเล่นบทเฉไฉ อ้างกฎหมาย-ข้อบังคับ เว้นช่องไม่ให้ตอบ หากไม่สมควรเปิดเผย
'ณัฐพงษ์' บอกคำวินิจฉัยไม่ได้ผิดไปจากที่พรรคคาดไว้!
'เท้ง' ผิดหวัง แต่ไม่ผิดคาด หลังศาล รธน.ไฟเขียว พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ยันไม่ใช่เรื่องจำเป็นเร่งด่วน แต่ยัดไส้โครงการ 'ศิริกัญญา' กังขา 'รถขยะ EV-ลานกีฬาโซลาร์' ซ้ำซ้อนงบปี 70 จ่อหาทางตัดในกมธ.งบฯ
สภาสูงฉุน ปชน.ทำตัวต่ำปั้นเฟคนิวส์บี้ 'เท้ง' แจงด่วนทำเพื่ออะไร
'พิสิษฐ์' เดือดซัด ปชน.เฟคนิวส์ กล่าวหาวุฒิสภาแก้ไข พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ยันไม่เกี่ยวฮั้ว สว. จี้ 'เท้ง' แจงให้ชัดโพสต์เพื่ออะไร หรือแค่เรียกยอดไลก์ยอดแชร์ มองทำให้พรรคดูต่ำ
'อนุทิน' ตีมึน 'หัวหน้าเท้ง' จี้รับผิดชอบหาก พรก.กู้เงินขัดรัฐธรรมนูญ
'อนุทิน' ตีมึนไม่รู้จัก 'ณัฐพงษ์' บอกโอเคให้รับผิดชอบ พ.ร.ก.กู้เงิน
รัฐบาลโต้พรรคประชาชน ยืนยันไม่เคยสนับสนุนการใช้กัญชาเพื่อสันทนาการ
ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณี นายณัฐพงษ์ ปัญญาวุฒิ วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลและพรรคภูมิใจไทยเกี่ยวกับนโยบายกัญชา ว่า รัฐบาลรับฟังทุกข้อเสนอแนะด้วยความเคารพ แต่ในหลายประเด็นอาจยังไม่สะท้อนข้อเท็จจริงและพัฒนาการของการดำเนินงานในปัจจุบัน ประเด็นแรกที่ต้องทำความเข้าใจคือ การลักลอบขนกัญชาออกนอกประเทศเป็นการกระทำผิดกฎหมาย
ครอบครัวน้องเมยร้อง กมธ.กฎหมายช่วยหาสาเหตุลูกเสียชีวิตหลังถูกสั่งธำรงวินัย!
'แม่น้องเมย' ยื่น 'กมธ.กฎหมายฯ' ช่วยหาสาเหตุลูกเสียชีวิตอย่างไร หลังถูกสั่งธำรงวินัย ด้าน 'รังสิมันต์' พร้อมนำเข้าหารือ กมธ. ลั่นหากให้ความเป็นธรรมไม่ได้ ความยุติธรรมจะอยู่ในเครื่องหมายคำถามต่อไป

