ปธ.กมธ.ทหารฯ ชี้เหตุรุนแรงชายแดนใต้ รัฐล้มเหลวเชิงนโยบาย จี้ 'นายกฯ' ในฐานะ ผอ.กอ.รมน. รับผิดชอบ

ปธ.กมธ.ทหารฯ สายปชน. จี้นายกรัฐมนตรีในฐานะ ผอ.กอ.รมน. แสดงความรับผิดชอบเชิงนโยบาย เร่งเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ และกำหนดมาตรการเชิงรุกที่เป็นรูปธรรมทันที ไม่ใช่เพียงแค่ออกแถลงการณ์ตามสถานการณ์ไปวัน ๆ

24 ส.ค.2569-นายเอกราช อุดมอำนวย สส.กทม.พรรคประชาชน(ปชน.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการทหาร สภาผู้แทนราษฎร โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า เหตุการณ์สร้างสถานการณ์ความไม่สงบพร้อมกันถึง 51 จุด ครอบคลุม 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (นราธิวาส 22 จุด, ยะลา 18 จุด, ปัตตานี 11 จุด) ในช่วงค่ำของวันที่ 22 สิงหาคมที่ผ่านมา ตลอดจนเหตุการณ์ในช่วงปีที่ผ่านมา กระจายวง รุนแรงขึ้น  ไม่เพียงแต่สร้างความเสียหายและความหวาดผวาให้แก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ แต่ยังเป็นสัญญาณที่ชัดเจนถึง “ความล้มเหลวเชิงนโยบายและการบริหารจัดการความมั่นคงของรัฐบาลของชายแดนใต้”

ในนาม ประธานคณะกรรมาธิการการทหาร สภาผู้แทนราษฎร ขอแสดงความห่วงใยและส่งกำลังใจไปยังพี่น้องประชาชนและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานชั้นผู้น้อยในพื้นที่ทุกนาย พร้อมทั้งขอชี้ให้เห็นถึงจุดบกพร่องสำคัญของการบริหารงานโดยรัฐบาล ดังนี้

1. ความล้มเหลวของระบบการข่าวและการประเมินภัยคุกคาม

การก่อเหตุพร้อมกันมากกว่า 50 จุดในเวลาไล่เลี่ยกัน ต้องอาศัยการวางแผน การระดมคน และการส่งกำลังบำรุงล่วงหน้าอย่างเป็นระบบ อะไรเป็นสาเหตุที่ไม่สามารถตรวจจับสัญญาณเตือนภัยล่วงหน้าได้ สะท้อนถึงช่องโหว่ร้ายแรงในการบูรณาการงานการข่าวระหว่างหน่วยงาน ทั้งที่มีการจัดสรรงบประมาณด้านความมั่นคงในพื้นที่ไปอย่างมหาศาล ต้องยอมรับว่า จนท ก็ทำงานหนักนะครับ แต่การข่าวของเราคือ ล้มเหลวจริง ๆ ต้องยอมรับ

2. การใช้งบประมาณที่ขาดประสิทธิภาพและไม่ตรงเป้าหมาย

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา งบประมาณดับไฟใต้ถูกจัดสรรไปปีละหลายหมื่นล้านบาท แต่ผลลัพธ์กลับวนเวียนอยู่กับการตั้งรับ เหตุการณ์ครั้งนี้พิสูจน์ให้เห็นว่า นโยบายการจัดซื้อจัดจ้างเทคโนโลยีและการกระจายทรัพยากรด้านความมั่นคงยังไม่ตอบโจทย์ความปลอดภัยของประชาชนอย่างแท้จริง กำลังพลชั้นผู้น้อยยังขาดแคลนเครื่องมือที่ทันสมัย ขณะที่โครงสร้างส่วนบนกลับเทอะทะและล่าช้าในการสั่งการ

3. การบริหารขาดการมีส่วนร่วมของชุมชน

หากรัฐบาลยังคงพึ่งพากลไกอำนาจพิเศษและการรวมศูนย์ โดยละเลยการสร้างกระบวนการสันติภาพที่มีประสิทธิภาพและการดึงชุมชนท้องถิ่นเข้ามาเป็นแนวร่วม เมื่อประชาชนในพื้นที่ไม่รู้สึกถึงความปลอดภัยและความเป็นธรรม การแก้ไขปัญหาจึงตกอยู่ในวังวนเดิม

ผม จะติดตามข้อเท็จจริงถึง ประสิทธิภาพของการข่าว  ระบบเตือนภัย และการใช้งบประมาณในพื้นที่  และอยากมีเสนอรูปธรรมว่าเราต้องทบทวนยุทธศาสตร์ดับไฟใต้ทั้งระบบ

รัฐบาลต้องเลิกซุกปัญหาไว้ใต้พรม ต้องปรับยุทธศาสตร์จากการ “ตั้งรับเชิงพื้นที่” สู่การปฏิรูปโครงสร้างความมั่นคงที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และเคารพสิทธิมนุษยชน

ขอเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีในฐานะ ผอ.กอ.รมน. แสดงความรับผิดชอบเชิงนโยบาย เร่งเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ และกำหนดมาตรการเชิงรุกที่เป็นรูปธรรมทันที ไม่ใช่เพียงแค่ออกแถลงการณ์ตามสถานการณ์ไปวัน ๆ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'อนุทิน' ชี้ป่วนชายแดนใต้ ตอบโต้จนท.รัฐ รุกปราบปรามผู้ก่อการร้าย ยึดทรัพย์จับยา-ของเถื่อน

นายกฯ ชี้ทางการรุกปราบผู้ก่อการร้าย ยึดทรัพย์ จับยา - ของเถื่อน เป็นเหตุถูกโต้กลับ แจงดูจากรูปแบบไม่หวังชีวิต แต่สร้างสถานการณ์ก่อกวน

บี้สาวตัวใหญ่โกงสอบท้องถิ่น! 'อภิสิทธิ์' เล็งยื่น ป.ป.ช. จี้ 'นายกฯ' ตอบกระทู้สดดับไฟใต้

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงทิศทางการทำงานของพรรคและพรรคร่วมฝ่ายค้าน ในโอกาสเปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎร

'เท้ง' ประณามเหตุรุนแรงชายแดนใต้ จี้รัฐบาลทบทวนยุทธศาสตร์ แก้ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่

หัวหน้าพรรค ปชน. ประณามเหตุความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ยะลา และปัตตานี จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บ และสร้างความหวาดกลัวให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่

'ณัฐพงษ์' เชื่อประชาชนยินดีจ่ายสวัสดิการ สส. หากทำหน้าที่คุ้มค่าภาษี

'เท้ง' ชี้ประชาชนยินดีจ่ายสวัสดิการ สส. หากทำหน้าที่คุ้มภาษี-ตรงไปตรงมา หนุนสร้างระบบรองรับคนธรรมดาเข้าสู่ออกแบบการเมือง โดยไม่ต้องพึ่งเงินสีเทา หลัง ‘วันนอร์’ เสนอของบ 600 ล้านเข้ากองทุนบำนาญ