'นายกฯ' อ่านคำแถลงนโยบาย 1 ชม.8 นาที ย้ำความสำคัญกำหนดนโยบายเพื่อสร้างไทยมั่นคง-คนไทยตั้งตัวได้ เร่งออกกม.โอนงบฯ 69 แก้วิกฤติพลังงาน พร้อมย้ำยึดประโยชน์ชาติ
09 เม.ย.2569 - ที่รัฐสภา มีการประชุมร่วมกันของรัฐสภา เพื่อให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) แถลงนโยบายต่อรัฐสภา ตามมาตรา 162 โดยมีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา เป็นประธานการประชุม โดยบรรยากาศก่อนการแถลงนโยบายเป็นไปอย่างคึกคัก นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ได้นำ รัฐมนตรีเข้าร่วมการประชุม เพื่อรับฟังการอภิปรายพร้อมกับตอบชี้แจงต่อที่ประชุม
จากนั้น นายอนุทิน ได้เริ่มอ่านคำแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา โดยมีสาระสำคัญระบุว่า เมื่อรัฐบาลเข้ามาบริหารราชการแผ่นดินโดยสมบูรณ์ จะเร่งดำเนินการนโยบายที่ให้ไว้กับประชาชน บริหารทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดภายใต้กรอบวินัยการเงินการคลัง เร่งประสิทธิภาพการเบิกจ่ายงบประมาณและจัดทำพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) โอนงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เพื่อบรรเทาผลกระทบของประชาชนจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยเน้นการเยียวยากลุ่มเปราะบาง ผู้ประกอบธุรกิจ การเกษตร รวมถึงจะเร่งทำ ร่างพ.ร.บ. งบประมาณปี 2570 ให้มีผลบังคับใช้ทันปีปฏิทินงบประมาณ
นายอนุทิน แถลงด้วยว่าสำหรับนโยบายที่รัฐบาลจะใช้แกัปัญหาเร่งด่วน 1.ด้านเศรษฐกิจ คือ สร้างโอกาส จ้างงาน มีอาชีพทุกกลุ่มเท่าเทียม ลดปัญหาหนี้แบบองค์รวม ทำโครงการคนละครึ่งพลัส ควบคู่กับการยกระดับทักษะที่จำเป็นในอนาคต ทักษะการเงิน ลดตุ้นทุนการทำธุรกิจของกลุ่มเอสเอ็มอี ส่งเสริมบทบาทท้องถิ่นในการพัฒนาพื้นที่ ผ่านการผลักดันกฎหมายภาษีบ้านเกิดเมืองนอน รวมไปถึงยกระดับวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อวางรากฐานเศรษฐกิจใหม่ สนับสนุนการลงทุนที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์
“ด้านการค้าเชื่อมไทยสู่เศรษฐกิจโลก สร้างพันธมิตรการค้า โดยสร้างความสามารถการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย มีกลไกควบคุม ตรวจสอบแหล่งกำเนิดสินค้าที่ไม่สร้างมูลค่าเพิ่มให้ประเทศอย่างเข้มงวด และ โปร่งใส ผลักดันสินค้าและบริการไทยสู่สากลโดยทีมประเทศไทย ขณะเดียวกันต้องยกระดับภาคการเกษตรเป็นอุตสาหกรรมการเกษตรและอาหารไทย ให้เป็นศูนย์กลางความมั่นคงทางอาหารโลก เช่นเดียวกับการท่องเที่ยวที่ต้องสร้างไทยให้เป็นจุดหมายการเดินทางสำคัญในภูมิภาค” นายอนุทิน แถลง
นายกรัฐมนตรี แถลงนโยบายต่อรัฐสภาต่อว่า 2.ด้านการต่างประเทศและความมั่นคง โดยรัฐบาลจะะเร่งสร้างความเชื่อมั่นต่อไทยในเวทีโลก กระชับความสัมพันธ์กับมหาอำนาจขนาดกลางและพันธมิตรใหม่ในภูมิภาคต่างๆ เพื่อสร้างทางเลือก ถ่วงดุลระหว่างขั้วอำนาจต่างๆ ขับเคลื่อนการทูตเศรษฐกิจ และส่งเสริมความมั่นคงชายแดนไม่ให้มีภัยคุกคามทุกรูปแบบ และแก้ปัญหาข้ามพรมแดนร่วมกับประเทศเพื่อนบ้านและประเทศในภูมิภาค เพื่อสร้างความสงบสุขให้กับสังคมไทย นอกจากนั้นคือ ทบทวนนโยบายฟรีวีซ่า และกฏหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อตัดช่องทางการเงินของเครือข่ายสแกมเมอร์ อาชญากรข้ามชาติทุกรูปแบบ การฟอกเงิน และทุนเทา ขณะที่สถานการณ์ไทย-กัมพูชา รัฐบาลจะมุ่งแก้ไขด้วยสันติวิธีและกลไกทวิภาคีที่มีอยู่ รวมถึงเร่งศึกษาแนวทางการยกเลิกเอ็มโอยู 2544 ให้เสร็จโดยเร็ว
นายอนุทิน แถลงต่อว่านอกจากนั้นบูรณาการการบังคับใช้กฎหมายกับผู้ทำผิดกฎหมาย ผู้มีอิทธิพลอย่างจริงจัง ควบคุมและลดการอนุญาตการเล่นการพนันให้มากที่สุด ขณะที่การขจัดยาเสพติดหากเจ้าหน้าที่รัฐที่ละเว้นหรือปล่อยปละละเลยให้มียาเสพติดในพื้นที่รับผิดชอบต้องรับโทษทางวินัยร้ายแรงและอาญา โดยให้ออกจากราชการไว้ก่อน
“พัฒนาระบบป้องกันประเทศและพัฒนาศักยภาพกองทัพให้พร้อม เหมาะสม และสอดคล้องกับบริบทความมั่นคง จัดหาและปรับปรุงอาวุธยุทโธปกรณ์ทั้งการผลิตภายในและภายนอกประเทศต้องคุ้มค่า มีประสิทธิภาพ โปร่งใส ตรวจสอบได้ รวมถึงพัฒนาระบบทหารอาสาและปฏิรูประบบเกณฑ์ทหาร โดยรัฐบาลจะทำโครงการทหารอาสา 1แสนอัตรา สัญญาจ้าง 4 ปี มีค่าตอบแทน” นายกรัฐมนตรีแถลง
นายอนุทิน แถลงต่อว่า 3.ด้านสังคม คือให้เรียนฟรีมีจริง เรียนฟรีมีงานทำ และเรียนรู้ไได้ทุกที่ ทุกเวลา พัฒนาแพลตฟอร์มการเรียนรู้ฟรี พัฒนาทักษะด้านกีฬาเพื่อยกระดับมาตรฐานกีฬาไทย รวมถึงพัฒนาระบบประกันสุขภาพ ปรับปรุงกฎหมายประกันสังคม ยกระดับการรบริการสุขภาพ 4.ด้านภัยพิบัติและสิ่งแวดล้อม โดยรัฐบาลจะเร่งลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำเพื่อป้องกันภัยพิบัติและกักเก็บน้ำเป็นระบบ พัฒนาระบบแจ้งเตือนภัย และบริหารสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีเอกภาพ ลดความสูญเสีย และเยียวยาทันท่วงทีมีประสิทธิภาพ นอกจากนั้นคือพัฒนาระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติ
นายอนุทิน แถลงต่อว่า 5.ด้านการบริหารภาครัฐ การปฏิรูปกฎหมาย มุ่งเปลี่ยนผ่านระบบดิจิทับอัจฉริยะ ผลักดันร่างกฎหมายซุปเปอร์ไลเซาน ให้แล้วเสร็จและบังคับใช้ภายใน 180 วัน และเร่งเสนอร่างชุดกฎหมายรวบยอด เพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศที่มาจากกฎหมายล้าสมัย ต่อสภาฯ ให้มีผลบังคับใช้ภายใน 1 ปี ปฏิรูประบบราชการ สร้างวินัยการเงินและการคลังของรัฐ
“แก้ไขกฎหมายว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐ เพื่อให้จัดซื้อจัดจ้างภาครัฐได้พัสดุหรือบริการที่คุ้มค่า สมเหตุสมผล ไม่คำนึงถึงราคาต่ำสุดอย่างเดียว เพิ่มมาตรการรจัดการกับคู่สัญญาของภาครัฐที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อประโยชน์สาธารณะ นอกจากนั้นต้องงแก้ปัญหาคอร์รัปชันเชิงโครงสร้างอย่างจริงจัง โดยกำหนดมาตรการทางจริยธรรมและประพฤติมิชอบเพื่อให้ปลอดการทุจริต ขณะเดียวกันรัฐบาลจะบริหารราชการแผ่นดินให้เป็นไปตามหน้าที่ของรัฐ แนวนโยบายแห่งรัฐ และยุทธศาสตร์ชาติที่กำหนดไว้ตามรัฐธรรมนูญ” นายอนุทิน แถลง
นายกฯ แถลงย้ำด้วยว่า รัฐบาลกำหนดให้มีกลไกบริหารราชการแผ่นดินภายใต้แนวคิดบริหารภาครัฐด้วยระบบบูรณาการเพื่อให้รัฐบาลขับเคลื่อนนโยบายสำคัญให้ปฏิบัติได้จริง พูดแล้วทำ โดยวาง 5 กลุ่มยุทธศาสตร์ อาทิ ด้านเศรษฐกิจมหภาค ด้านการผลิต การค้า ด้านโครงงสร้างพื้นฐาน ด้านสังคมและสวัสดิการ ด้านการต่างประเทศและความมั่นคง โดยจะมีผู้รับผิดชอบหลัก กำหนดทิศทางและขับเคลื่อนการทำงานเพื่อให้เป็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน
“การบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล จะยึดประโยชน์ของประเทศและประชาชนเป็นที่ตั้งภายใต้กรอบวินัยการเงินการคลังและสร้างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ โดยจะใช้จ่ายงบประมาณให้เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบอย่างเคร่งครัด รอบคอบ กำกับการใช้เงินนอกงบประมาณให้มีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ความท้าทายและผันผวนที่ประเทศกำลังเผชิญ รัฐบาลพร้อมทุ่มสรรพกำลังอย่างเต็มความสามารถ เพื่อแก้ปัญหาปากท้อง ผมจะทำทุกวิถีทางเพื่อขับเคลื่อนให้ประเทศไทยมั่นคงจากภายใน คนไทยตั้งตัวได้ เศรษฐกิจแข่งขันได้ และโลกเชื่อมั่นประเทศไทย” นายกฯ แถลง
ทั้งนี้รวมเวลาที่นายกฯ อ่านคำแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา 1 ชั่วโมง 8 นาที 42 วินาที
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ท่านประธานโสภณ ไอเดียฟุ้ง ดันรัฐสภาเป็นปอดแห่งใหม่คนกรุง ให้ประชาชนเข้าถึงใช้สอยคุ้มค่า
นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา พร้อมด้วย ผู้บริหารสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และคณะทำงาน ลงสำรวจบริเวณลานพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่7) และศาลาแก้ว เพื่อหารือแนวทางปรับปรุงภูมิทัศน์และการใช้ประโยชน์พื้นที่ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
นายกฯ หวานใส่ 'กำนัน-ผญบ.' ไม่ช่วยรัฐบาลง่อยแน่ ด่านแรกที่พึ่งปชช.
นายกฯ ลั่นไม่มี 'กำนัน-ผญบ.‘ ช่วยขับเคลื่อนงานรัฐบาลง่อยแน่ ชี้ด่านแรกปชช.มีทุกข์ต้องพึ่งพิง ขอเป็นผู้อิทธิพลที่ดีช่วยปราบอันธพาล ชูสุภาษิต 'เตะหมาต้องดูเจ้าของ' อย่าให้ใครรังแกลูกบ้าน
'อนุทิน' ตอก 'กรณ์' หลังจวก พรก.กู้เงิน4 แสนล. ทำเสียวินัยการคลัง เย้ย 'ไหม' คนทำงานเป็นกับไม่เป็น
‘อนุทิน’ ตอบ’กรณ์’ หลังจวกพรก.กู้เงิน 4 แสนล้านทำเสียวินัยการคลัง บอก ฝ่ายค้านก็คิดอย่างนั้น ขอไม่เปรียบไทยเข้มแข็ง-ไทยช่วยไทย พร้อมรับฟังเหตุผล แต่อย่าเอาประสบการณ์มาข่ม ตอกกลับ’ศิริกัญญา’ แขวะเอกสาร 5 แผ่น เย้ยกลับคนทํางานเป็นกับไม่เป็น
'นายกฯอนุทิน' ดีใจ 'ทักษิณ' ได้รับการพักโทษ ไม่ตอบไปเยี่ยมที่บ้านจันทร์ส่องหล้าหรือไม่
นายกรัฐมนตรี ตอบคำถามผู้สื่อข่าวสั้นๆถึงกรณีที่ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้รับการพักโทษ
ลุ้น! 'ศาลรธน.' รับ-ไม่รับคำร้อง คดีเงินกู้ 4 แสนล้านบาท ฝ่ายค้านดีเดย์ยื่นเที่ยง 11 พ.ค.นี้
ลุ้นศาลรธน.รับ-ไม่รับคำร้อง คดีเงินกู้ 4 แสนล้านบาท ฝ่ายค้านดีเดย์ เที่ยงพรุ่งนี้ ยื่นสกัด ปชป.มั่นใจมีหมัดน็อค โวยอย่าเอาประชาชนรอคนละครึ่งมาเป็นตัวประกัน
‘โสภณ’ ปรับโฉมสื่อรัฐสภา เปิดพื้นที่เยาวชน สร้างความเข้าใจประชาธิปไตย
ประธานรัฐสภาเดินหน้าวางทิศทางสื่อในเครือรัฐสภาให้ทันยุค ผสานวิทยุ โทรทัศน์ และออนไลน์เข้าด้วยกัน ชูจุดแข็งข้อมูลถูกต้อง โปร่งใส เข้าถึงประชาชน พร้อมเปิดพื้นที่ให้เยาวชนมีส่วนร่วมผ่านกิจกรรมสภาจำลองและรายการสร้างสรรค์ หวังปลูกฝังค่านิยมประชาธิปไตยตั้งแต่รุ่นใหม่

