45 ปี “เขื่อนสิริกิติ์” สืบสานสายน้ำแห่งการถักทอ

พอพูดถึง “เขื่อน” ใคร ๆ ก็คงคิดถึงประโยชน์หลักเพื่อชลประทาน และการผลิตไฟฟ้าซึ่งการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือ กฟผ. เป็นผู้ควบคุมดูแลการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานน้ำ หรือพลังงานหมุนเวียนเพื่อความสุขของคนไทย แต่ใครจะไปคิดว่าการก่อเกิดของเขื่อนทั่วทุกภูมิภาคในประเทศไทย จะช่วยสร้างงานสร้างอาชีพให้กับชุมชนในพื้นที่ ยกระดับฐานะทางเศรษฐกิจชุมชนได้อย่างยั่งยืน

เขื่อนแม่ของแผ่นดิน

ฤกษ์งามยามดี 4 มีนาคม 2565 จะขอพาทุกท่านไปร่วมฉลองวันครบรอบ 45 ปี และทำความรู้จักกับเขื่อนดินที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ “เขื่อนสิริกิติ์” จ.อุตรดิตถ์ “เขื่อนแม่ของแผ่นดิน” ที่โอบล้อมไปด้วยภูเขาน้อยใหญ่ อากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี  เขื่อนแห่งนี้สร้างขึ้นตามโครงการพัฒนาลุ่มน้ำน่าน เดิมชื่อ “เขื่อนผาซ่อม” ต่อมาได้รับพระบรมราชานุญาตให้อัญเชิญพระนามาภิไธย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ
พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ขนานนามว่า  "เขื่อนสิริกิติ์" โดยในวันที่ 4 มีนาคม 2520 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมด้วยสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงประกอบพิธีเปิดเขื่อนสิริกิติ์และโรงไฟฟ้า ร่วม 45 ปี ที่เขื่อนแห่งนี้อยู่คู่กับคนไทย

พลังน้ำ พลังชีวิต

ตลอด 45 ปีที่ผ่านมา นอกจากประโยชน์ด้านชลประทาน และการผลิตไฟฟ้าด้วย “พลังน้ำ” แล้วนั้น การก่อเกิดของเขื่อนสิริกิติ์ ยังเป็น “พลังชีวิต” ที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระราชทานให้กับบ้านห้วยต้าซึ่งเป็นหมู่บ้านดั้งเดิมที่อยู่เหนือสุดของ จ.อุตรดิตถ์ ทอผ้าใช้เป็นเครื่องนุ่งห่มกันมาหลายชั่วอายุคน เพราะในช่วงของการสร้างเขื่อนสิริกิติ์ ชาวบ้านส่วนใหญ่อพยพออก ส่งผลให้การทอผ้าแบบดั้งเดิมเกือบสูญหายไป ต่อมาเมื่อปี 2536 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมชาวห้วยต้าและพระราชทานความช่วยเหลือต่าง ๆ โดยเฉพาะการฟื้นฟูการทอผ้า โดยคัดเลือกราษฎรในหมู่บ้านเข้าไปฝึกฝนที่สวนจิตรลดา พร้อมทั้งสร้าง
โรงทอผ้าขึ้นในหมู่บ้าน โดยมีครูจากสวนจิตรลดาเป็นผู้ฝึกสอน

พระองค์ท่านพระราชทานลายผ้าทอ “ลูกแก้ว” ให้กับชาวบ้านห้วยต้า จนเมื่อชาวบ้านฝึกฝนจนชำนาญก็ได้มีการทอผ้าส่งเข้าไปในพระราชวัง และพระองค์ท่านก็พระราชทานเงินให้ มีครั้งที่ทรงเสด็จมารับซื้อผลิตภัณฑ์ด้วยพระองค์เอง ทำให้ชาวบ้านมีความเป็นอยู่ที่ดี มีกิน มีกำลังใจและพลังในการดำรงชีวิต เป็นการสร้างงานสร้างอาชีพให้กับชุมชนอย่างยั่งยืน ซึ่งหน่วยงานต่าง ๆ ก็ได้เข้ามาสนับสนุน ทำให้ผ้าทอบ้านห้วยต้ากลับมามีชีวิตอีกครั้ง โดยปัจจุบันชาวบ้านห้วยต้าได้สืบสานการทอผ้าอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ เป็นสินค้าต่าง ๆ ได้แก่ ผ้าซิ่นลายลูกแก้ว ผ้าขาวม้าลายลูกแก้ว ผ้าคลุมไหล่ลายลูกแก้ว ถุงย่ามสะพายลายต่าง ๆ และผ้าห่มลายลูกแก้ว

คุณปภาวรินท์ อภิยะ ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผ้าทอมือบ้านห้วยต้าใต้ ซึ่งเป็นชาวบ้านห้วยต้า
มาแต่กำเนิด ได้เล่าให้เราฟังด้วยน้ำเสียงซาบซึ้งว่า “ครอบครัวของเธอได้มีโอกาสเข้าเฝ้าสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เมื่อครั้งเสด็จมาที่หมู่บ้านอยู่หลายครั้ง ขอสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น และตั้งปณิธานว่าจะสืบสานการทอผ้าให้คงอยู่ตลอดไป”

กฟผ. น้อมนำพระราชดำริฯ

กฟผ. เขื่อนสิริกิติ์ ได้น้อมนำพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ
พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการสนับสนุนผ้าทอบ้านห้วยต้า โดยได้มอบเงินลงทุนหมุนเวียนเพื่อใช้ในการจัดซื้อเส้นด้าย อุปกรณ์ทอผ้า เป็นต้น ให้กับกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผ้าทอมือบ้านห้วยต้าใต้ รวมถึงช่วยจัดหาตลาดกระจายสินค้า โดยมีการนำสินค้าของกลุ่มไปวางขายในพื้นที่เขื่อนสิริกิติ์ วางขายตามงานขายสินค้าต่าง ๆ ของ กฟผ. ทางออนไลน์ เป็นต้น มีการรับซื้อผ้าทอบ้านห้วยต้ามาเป็นของระลึกของเขื่อนเพื่อมอบให้กับบุคคลภายนอกในวาระต่าง ๆ เพื่อช่วยสืบสานการทอผ้าไม่ให้สูญหายจนกลายเป็นสินค้าชุมชนที่มีชื่อเสียง สร้างรายได้ให้กับชุมชนอย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ เขื่อนสิริกิติ์ยังประโยชน์ด้านการท่องเที่ยว ด้วยวิวลำน้ำน่านและดอกไม้นานาพันธุ์ที่เขื่อนแห่งนี้ได้อนุรักษ์ไว้อย่างดี และสร้างสรรค์ขึ้นใหม่อย่างสวยงามและกลมกลืนกับธรรมชาติ ทำให้มีจุดเช็คอินภายในเขื่อนสิริกิติ์ถึง 11 จุด ไม่ว่าจะเป็นมหัศจรรย์ธารสองสี Unseen ของประเทศไทย หนึ่งปีมีครั้งเดียว ซุ้มอุโมงค์ไผ่กว่า 100 ต้น งานประติมากรรมทรงคุณค่า ณ สวนสุมาลัย และสะพานแขวนเฉลิมพระเกียรติบรมราชินีนาถที่สวยงาม ชมพระอาทิตย์ตกดิน ณ สันเขื่อน รวมถึงมีผลิตภัณฑ์ชุมชนที่นอกเหนือจากผ้าทอบ้านห้วยต้าก็ถือว่าเด็ดอย่าบอกใคร โดยเฉพาะมะม่วงหิมพานต์ที่ดีที่สุดของประเทศไทย นำพาเหล่านักท่องเที่ยวมาสัมผัสบรรยากาศธรรมชาติเป็นจำนวนมาก ช่วยยกระดับเศรษฐกิจชุมชนมาตลอด 45 ปี และพร้อมเคียงข้างคนไทยตลอดไป

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กฟผ. 57 ปี ขับเคลื่อนพลังไทยสู่อนาคต

จากก้าวแรกสู่ก้าวที่ 57 ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ทุกองคาพยพในองค์การยังคงมุ่งมั่นดำเนินภารกิจในฐานะ องค์การหลักด้านความมั่นคงทางพลังงานไฟฟ้าของประเทศไม่เคยแปรเปลี่ยน

กฟผ. จับมือ IEEE PES Thailand จัดงาน 'IEEE PES Day 2026' เร่งขับเคลื่อนพลังงานสะอาด เสริมเสถียรภาพระบบไฟฟ้าสู่อนาคตยั่งยืน

กฟผ. ร่วมกับสมาคมไฟฟ้าและพลังงานไอทริปเปิลอี (ประเทศไทย) จัดงาน "IEEE PES Day 2026" เปิดเวทีความร่วมมือด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม เสริมเสถียรภาพโครงข่ายไฟฟ้า รองรับการเปลี่ยนผ่านพลังงานสะอาด และพัฒนาคนรุ่นใหม่ด้านพลังงานของประเทศ

GPSC ลุยอัปเดท12 หน่วยผลิตไฟฟ้าลดการปล่อย CO2

GPSC ลุยอัปเดท12 หน่วยผลิตไฟฟ้า ลดใช้พลังงานได้ถึง 419,476 ล้านบีทียู ลดนำเข้า LNG ได้กว่า 8,000 ตันต่อปี มูลค่า 150 ล้านบาท พร้อมจับมือพันธมิตรศึกษาพัฒนานวัตกรรมพลังงาน มุ่งสู่ การพัฒนาธุรกิจยั่งยืน และ การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ในปี 2593

กฟผ. คว้ารางวัลชนะเลิศจากผลงานนวัตกรรมเรือสำรวจและเก็บตัวอย่างน้ำ ยกระดับการดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างมีประสิทธิภาพ

เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2569 พญ.ดุจฤดี มัจฉริยกุล ผู้อำนวยการฝ่ายแพทย์และอนามัย การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เป็นผู้แทน กฟผ. เข้ารับรางวัลชนะเลิศ กลุ่มนวัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์ (Innovation)

ลุ้น 25 มี.ค.นี้ กกพ.เคาะค่าไฟงวดใหม่ 3.95 บาทต่อหน่วย

จับตาพลังงานจ่อชงรัฐบาลดึง 3 การไฟฟ้าช่วยพยุงค่าไฟประชาชน ลุ้นกกพ.25 มี.ค.เคาะค่าไฟงวดพ.ค.-ส.ค.3.59 บาทต่อหน่วย ด้านปลัดพลังงาน เดินหน้าแก้ไขปัญหาน้ำมันตึงตัว ราคาผันผวนอย่างหนัก สั่งรายงานสต๊อกน้ำมันทุกวันเวลา 18.00 น. ป้องกันน้ำมันรั่วไหลและลักลอบข้ามแดน ท่ามกลางต้นทุนโลกพุ่ง