สิบโมงครึ่งรู้ผลคดี 44 ส้ม ชี้ชะตา 10 สส.ปชน. 'เท้ง' ปักหลักย่านบางนา

สิบโมงครึ่งรู้ผล! ศาลฎีการับคดีส้มแก้ 112 สั่งพักงาน 10 สส. ปชน. หรือไม่ ‘เท้ง’ กับพวก ปักหลักย่านบางนา รอแถลงใหญ่ไฟกระพริบบ่ายสามครึ่ง คาดหากไม่รอด ‘ต้น-วีระยุทธ’ ขึ้นหัวหน้าพรรค-ผู้นำฝ่ายค้าน

24 เม.ย. 2569 – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า องค์คณะตุลาการศาลฎีกา ผู้พิจารณาสำนวนที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพื่อขอให้ไต่สวนเอาผิดอดีต 44 สส. พรรคก้าวไกล กรณีสมัยดำรงตำแหน่ง สส. หลังการเลือกตั้งปี 2562 ได้กระทำการฝ่าฝืน มาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง กรณีร่วมกันลงชื่อเสนอร่างแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 เข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร

ซึ่งคำร้องของ ป.ป.ช. ชี้ว่า ทั้งหมดมีเจตนากระทำการโดยไม่สมควรที่อาจกระทบต่อความมั่นคงแห่งราชอาณาจักรและเกียรติยศของประมุขแห่งรัฐ ที่แก้มาตรา 112 ให้มีบทบัญญัติที่เป็นการลดทอน สถานะความสำคัญ การรับรองคุ้มครอง การเทิดทูนองค์พระมหากษัตริย์ ที่ผู้ใดจะละเมิดมิได้ แม้ว่าการกระทำ ดังกล่าวจะเป็นการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แต่ พรบ.ที่เสนอจะต้องอยู่ภายใต้ กรอบของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยและกฎหมาย ป.ป.ช.จึงเห็นว่า อดีต สส. ทั้ง 44 คนของพรรคก้าวไกล มีพฤติการณ์ฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมฯ

โดยองค์คณะของศาลฎีกาฯได้นัดประชุมสำนวนคำร้องดังกล่าวในช่วงเช้า และนัดฟังคำสั่งในเวลา 10.30 น. ที่ห้องพิจารณาคดีของศาลฎีกา สนามหลวง ที่คาดว่าไม่เกิน 11.00 น.จะรู้ผล ในสองประเด็นสำคัญคือ

หนึ่ง ศาลฎีกาจะรับคำร้องดังกล่าวไว้ไต่สวนหรือไม่ โดยหากไม่รับคำร้อง ก็เท่ากับคดีไม่เข้าสู่การพิจารณาคดีของศาลฎีกาฯ เท่ากับอดีต44 สส.ก้าวไกล ก็จะไม่ตกเป็นผู้ถูกร้อง หรือผู้คัดค้าน

สอง หากศาลฎีการับคำร้องไว้ไต่สวน ตามระเบียบที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาว่าด้วยการพิจารณาพิพากษาคดีเกี่ยวกับการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง พ.ศ.2561 ทางองค์คณะฯ จะมีคำสั่งให้ 10 สส.พรรคประชาชน ที่อยู่ในกลุ่มอดีต 44 สส.พรรคก้าวไกล หยุดการปฏิบัติหน้าที่จนกว่าจะมีคำพิพากษาของศาลฎีกาหรือไม่ ซึ่งหากไม่มีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ เท่ากับ 10 สส.พรรคประชาชน ที่นำโดยนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชนรวมถึงสส.และแกนนำพรรคประชาชนคนอื่น เช่น นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล นายรังสิมันต์ โรม ก็ยังทำหน้าที่สส.ในสภาฯ ได้ต่อไป

รวมถึงต้องดูว่า หรือสุดท้าย ศาลฎีกาอาจมีคำสั่งออกมาอย่างอื่นหรือไม่ เพราะในระเบียบที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาฯ ยังเขียนกระบวนการไต่สวนไว้อีกเช่น ศาลอาจมีคําสั่งให้คู่ความ (ป.ป.ช.) ที่ดําเนินกระบวนพิจารณาไม่ถูกต้องดําเนินกระบวนพิจารณาให้ถูกต้องได้ภายในระยะเวลาและเงื่อนไขที่ศาลเห็นสมควรกําหนด ซึ่งกรณีก็เช่น ศาลให้ ป.ป.ช. ไปพิจารณาเขียนคำร้องมาใหม่ หากเห็นว่าสำนวนคำร้องยังมีปัญหาไม่ครบถ้วนตามข้อกฎหมาย ซึ่งกรณีดังกล่าว เป็นหนึ่งในสามข้อต่อสู้ที่พรรคประชาชน เคยประกาศไว้ว่า จะโต้แย้ง ป.ป.ช. ว่า คำร้องและการไต่สวนของ ป.ป.ช. ไม่ชอบด้วยกฎหมายขอให้ศาลมีคำสั่งให้ป.ป.ช.ไปไต่สวนพิจารณาคดีใหม่ หรือให้แก้ไขคำร้องแล้วยื่นใหม่ต่อศาลฎีกา

ทั้งนี้การนัดฟังคำสั่งของศาลฎีกาในครั้งนี้ พบว่า ทางศาลฎีกามีการเปิดห้องพิจารณาไต่สวน โดยให้สื่อมวลชนเข้ารับฟังด้วย แต่ต้องเป็นสื่อที่ลงทะเบียนกับศาลฎีกาไว้ล่วงหน้าเท่านั้น และคาดว่าจะมีตัวแทนจากสำนักงานป.ป.ช. และตัวแทนพรรคประชาชนซึ่งส่งทีมทนายความไปร่วมรับฟังคำสั่ง

ส่วนการไต่สวนขององค์คณะจะดำเนินไปตามระเบียบที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาว่าด้วยการพิจารณาพิพากษาคดีเกี่ยวกับการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง พ.ศ.2561 โดยองค์คณะฯ ที่พิจารณาคำร้องเกี่ยวกับการฝ่าฝืนจริยธรรมฯ ทางศาลฎีกามีการตั้งไว้อยู่แล้ว ไม่ต้องให้ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา มาประชุม เพื่อเลือกองค์คณะ เหมือนกับการไต่สวนคดีร้องเอาผิดคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
องค์คณะที่จะพิจารณาคดีหลักๆ จะประกอบด้วย รองประธานศาลฎีกา-ประธานแผนกคดีในศาลฎีกาฯ-ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกาและผู้พิพากษาศาลฎีกา โดยคาดว่าจะไม่มีผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีการ่วมเป็นองค์คณะ

สำหรับการไต่สวน ดำเนินไปตามระเบียบที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาฯ ที่กำหนดไว้ว่าให้ไต่สวนคดี เป็นไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งตามปกติคำร้องไต่สวนคดีฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมฯ จะใช้เวลาราวๆ 9 – 12 เดือน แต่อาจช้าหรือเร็วกว่านั้นก็ได้ ขึ้นอยู่กับรูปคดี-กระบวนการสู้คดี-พยานหลักฐานมีมากน้อยแค่ไหน

โดยหากศาลฎีกาฯ สั่งให้ 10 สส.พรรคส้ม หยุดปฏิบัติหน้าที่ไว้ก่อน จะทำให้เสียงฝ่ายค้านในสภาฯ หายไป 10 เสียงและอาจทำให้พรรคประชาชนต้องมีการปรับทัพเพื่อรองรับสถานการณ์

ซึ่งพรรคประชาชน จะมีการจัดประชุมใหญ่สามัญประจำปีของพรรคประชาชน และการสัมมนาพรรค ประจำปี สามวันติดต่อกันคือวันที่ 24 – 26 เมษายน ที่โรงแรมเมเปิล ย่านบางนา โดยทางพรรคจะมีการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการโดยแกนนำพรรคในวันศุกร์ที่ 24 เมษายนนี้ เวลา 15.30 น. หลังทราบผลการพิจารณาของศาลฎีกาอย่างเป็นทางการ

โดยก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวว่า พรรคประชาชนมีการเตรียมแผนรองรับหากมีการสั่งให้นายณัฐพงษ์ และเก้า สส.ของพรรค หยุดปฏิบัติหน้าที่เพราะในการประชุมครั้งนี้จะมีการเลือกกรรมการบริหารพรรคอยู่แล้ว เนื่องจากหลังการเลือกตั้งที่ผ่านมา นายศรายุทธ ใจหลัก เลขาธิการพรรคได้แสดงความประสงค์ขอลาออกจากตำแหน่งหลังการเลือกตั้ง เพื่อแสดงความรับผิดชอบกรณีที่พรรคประชาชนไม่ชนะการเลือกตั้ง ทำให้จะมีการเลือกกรรมการบริหารพรรค

ทั้งนี้มีข่าวก่อนหน้านี้ว่า พรรคจะดันให้นายวีรยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรคและหนึ่งในสามแคนดิเดตนายกฯของพรรคตอนเลือกตั้งขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคแทน เพื่อให้นายวีระยุทธ ถูกเสนอชื่อเป็นผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ ที่เป็นตำแหน่งที่ต้องมีการนำชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ แล้วให้นายณัฐพงษ์ ขยับลงมาเป็นเลขาธิการพรรคแทน รวมถึงปรับเปลี่ยนในอีกบางตำแหน่ง เช่น จะให้ศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สส.กทม. มารับผิดชอบพื้นที่กรุงเทพมหานครแทน นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ อย่างไรก็ตาม ต้องดูอีกครั้งว่า แกนนำพรรคประชาชนจะมีการปรับทัพตามที่เป็นข่าวหรือไม่หรือจะมีแผนอีกออกมาใหม่

อนึ่ง 10 สส.พรรคประชาชนที่มีชื่ออยู่ในกลุ่ม 44 อดีตสส.พรรคก้าวไกล แบ่งเป็น สส.บัญชีรายชื่อ 8 คน ได้แก่ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล นายรังสิมันต์ โรม นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล นายณัฐวุฒิ บัวประทุม นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ และ สส. กทม. 2 คน คือ นายธีรัจชัย พันธุมาศ และนายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร

โดยคำร้องของ ป.ป.ช. ที่ยื่นต่อศาลฎีการะบุว่า ขอให้ผู้คัดค้านสิบคน ที่เป็น สส. พรรคประชาชนในปัจจุบัน พ้นจากตำแหน่งนับแต่วันหยุดปฏิบัติหน้าที่ – ให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้คัดค้านทั้ง 44 และห้ามมิให้ผู้คัดค้านทั้ง 44 ดำรงตำแหน่งทางการเมืองตลอดไป (ตลอดชีวิต) และให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้คัดค้านทั้ง44มีกำหนดเวลาไม่เกินสิบปี.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เปิดคำสั่งศาลฎีกาฉบับเต็ม ไต่สวนนัดแรก 30 มิ.ย. 'เจ้าของสำนวน' คนเดียวกับคดีทักษิณ

ศาลฎีการับคำร้อง ป.ป.ช. กล่าวหาอดีต 44 ส้ม ฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรง ไม่สั่งให้หยุดปฎิบัติหน้าที่ '10 สส. ปชน.' นัดพิจารณาคดีครั้งแรก 30 มิ.ย.นี้ เปิดตัวเจ้าของสำนวนคนเดียวกับคดีชั้น 14

'ภท.' ยันประชุมใหญ่ ไม่เปลี่ยน กก.บห. เมินส่งชิงผู้ว่าฯกทม.

'โฆษกภท.' เผยประชุมใหญ่ 25 เม.ย. ยังคง กก.บห. ชุดเดิม แจง 'อนุทิน-ไชยชนก' เห็นพ้อง ไม่ส่งชิงผู้ว่าฯ กทม. เหตุยังต้องทำการบ้านอีกเยอะ

10 สส.ปชน. เฮได้ไปต่อ! ศาลฎีการับคำร้อง 44 ส้ม ไม่สั่งพักงาน

ศาลฎีกามีคำสั่งรับคำร้องไว้พิจารณาในคดีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ยื่นคำร้อง กรณีอดีต 44 สส. ของพรรคก้าวไกล

'ปิยบุตร' แฉเบื้องลึก! ทำไมต้องทำ 'นิติสงคราม' สั่งสอนพรรคส้ม

นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ตั้งแต่คดียุบพรรคก้าวไกลและเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งกรรมการบริหารพรรค 10 ปี

'ศิริกัญญา' ซัดรัฐบาลเตรียมกู้ 5 แสนล้านแต่ดันกั๊กเรื่องขยายเพดานหนี้

'ศิริกัญญา' ดักคอรัฐบาลเตรียมกู้ 5 แสนล้าน จะปากแข็งปฏิเสธขยายเพดานหนี้ทำไม ในเมื่อตัวเลขชี้ชัดทะลุ 70% แน่ เตือนภาระดอกเบี้ยพุ่ง ต้องหยุดกู้มาแจกเงินแบบสุ่ม แต่ต้องเอาไปลงทุนสร้างอนาคต