'ธนพร' ซัด 'ไอติม - iLaw' ย้อนแย้ง ไล่ถล่มคดีฮั้ว สว. ทั้งที่เคยจัดทีม–เช่าสถานที่รวมผู้สมัคร

25 ก.ค.2569-ดร.ธนพร ศรียากูล นักวิชาการและนักวิเคราะห์การเมือง วิจารณ์การเคลื่อนไหวของ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน และ นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือไอลอว์ (iLaw) กรณีตรวจสอบข้อกล่าวหา “ฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา” ว่า

มีลักษณะเลือกหยิบข้อเท็จจริงบางส่วนมาใช้โจมตีฝ่ายการเมืองตรงข้าม ทั้งที่ในช่วงการเลือก สว. ปี 2567 กลุ่มการเมืองหลายฝ่าย รวมถึงเครือข่ายสีส้ม ต่างก็มีความพยายามจัดทีมผู้สมัครและบริหารคะแนนอย่างเป็นระบบเช่นเดียวกัน

ดร.ธนพรกล่าวว่า ก่อนการเลือก สว. ได้เคยวิเคราะห์ไว้ตั้งแต่ต้นว่า พรรคประชาชนจำเป็นต้องพยายามเข้าไปมีอิทธิพลต่อองค์ประกอบของวุฒิสภา เพราะหากต้องการผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปฏิรูปองค์กรอิสระ หรือรับมือกับคดีการเมืองต่างๆ การมีเครือข่ายสนับสนุนในวุฒิสภาถือเป็นยุทธศาสตร์สำคัญ

จึงไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจที่ในช่วงดังกล่าว จะเกิดการจัดตั้งเครือข่ายผู้สมัคร สว. จากกระทั่งฝ่ายสีส้มเอง ที่มีทั้งการจัดเวทีพบปะ การเช่าสถานที่ การนำผู้สมัครมาทำความรู้จัก ตลอดจนความพยายามรวบรวมกลุ่มบุคคลที่มีแนวคิดทางการเมืองใกล้เคียงกัน

“ถ้าจะพูดกันตรงๆ เรื่องการจัดทีม การรวมกลุ่ม หรือการบริหารจัดการผู้สมัคร พรรคประชาชนและเครือข่ายที่สนับสนุนพรรคส้มก็มีการจัดตั้งอย่างเปิดเผย มีการเช่าสถานที่ที่เมืองทองธานี และมีการนำผู้สมัครมาพบปะกัน” ดร.ธนพรกล่าว

ดร.ธนพรระบุว่า สิ่งที่นายพริษฐ์ นายยิ่งชีพ และพรรคประชาชนต้องตอบสังคมคือ เหตุใดพฤติกรรมการรวมกลุ่มของฝ่ายตนจึงถูกอธิบายว่าเป็นการสร้างความรู้จักและแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างผู้สมัคร แต่เมื่อเป็นการรวมกลุ่มของฝ่ายตรงข้ามกลับถูกตีตราว่าเป็น “กระบวนการฮั้ว” ทั้งหมด

การตรวจสอบคดีฮั้ว สว. จึงต้องแยกให้ออกระหว่างการรวมกลุ่มหรือแนะนำตัว ซึ่งกติกาเปิดโอกาสให้ทำได้ กับการใช้เงินหรือผลประโยชน์ตอบแทนเพื่อแลกกับคะแนนเสียง ซึ่งเป็นคนละเรื่องกันอย่างสิ้นเชิง

“ฮั้วในความหมายที่เป็นความผิด จะต้องมีหลักฐานมากกว่าการพบปะหรือรู้จักกัน ต้องพิสูจน์ให้ได้ว่ามีการจ่ายเงิน มีผลประโยชน์ตอบแทน หรือมีข้อตกลงแลกเปลี่ยนตำแหน่งและเงินเดือนกันจริง ถ้ามีเส้นเงินก็ว่ากันไปตามหลักฐาน แต่จะเหมารวมว่าทุกคนที่พบกันหรือจัดกลุ่มกันเป็นผู้กระทำผิดทั้งหมดไม่ได้” ดร.ธนพรกล่าว

ดร.ธนพรย้ำว่า การตรวจสอบเป็นสิ่งที่สามารถทำได้ แต่ต้องตรวจสอบด้วยมาตรฐานเดียวกัน ไม่ใช่กล่าวหาว่าเฉพาะฝ่ายตรงข้ามมีการจัดตั้ง ขณะที่การจัดทีมของฝ่ายตนกลับถูกมองว่าเป็นกิจกรรมตามปกติ

พรรคประชาชน และเครือข่ายจึงไม่ควรหลีกเลี่ยงคำถามว่า ในช่วงก่อนการเลือก สว. เครือข่ายของตนเองมีบทบาทในการรวบรวมผู้สมัคร จัดกิจกรรม หรือวางยุทธศาสตร์คะแนนอย่างไรบ้าง และมีความแตกต่างจากสิ่งที่กำลังกล่าวหาฝ่ายอื่นตรงจุดใด

“ถ้าจะตรวจสอบก็ตรวจสอบให้หมดทุกสี อย่าใช้มาตรฐานแบบของตัวเองทำได้ แต่พอฝ่ายอื่นทำกลับเรียกว่าฮั้ว เพราะข้อเท็จจริงคือทุกฝ่ายต่างก็พยายามเข้าไปมีบทบาทในวุฒิสภา เพียงแต่สุดท้ายฝ่ายส้มและฝ่ายแดงแพ้เกมการจัดตั้งให้กับฝ่ายสีน้ำเงินเท่านั้น” ดร.ธนพรกล่าว

ดร.ธนพรสรุปว่า เกมตรวจสอบฮั้ว สว. ของพรรคส้มอาจสร้างแรงกระเพื่อมทางการสื่อสารและสร้างความเสียหายต่อภาพลักษณ์ฝ่ายสีน้ำเงินได้บางส่วน แต่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงสมการอำนาจในระยะสั้น

ตรงกันข้าม หากพรรคส้มยังคงโจมตีฝ่ายอื่นโดยไม่ชี้แจงบทบาทของเครือข่ายตนเองอย่างตรงไปตรงมา ก็อาจถูกตั้งคำถามกลับว่า การตรวจสอบครั้งนี้เป็นการรักษาความสุจริตของกระบวนการเลือก สว. อย่างแท้จริง หรือเป็นเพียงความพยายามเอาคืน หลังฝ่ายตนพ่ายแพ้ในการช่วงชิงอำนาจในวุฒิสภา

ดร.ธนพร เห็นว่า ผู้ที่นำเสนอข้อมูลต่อสาธารณะก็ควรยึดหลักความเป็นธรรมและความเป็นมืออาชีพ โดยเปิดพื้นที่ให้ข้อมูลจากทุกด้าน อย่าเลือกที่รัก มักที่ชัง ไม่รีบด่วนสรุป ไม่ตัดสินบุคคลล่วงหน้า และไม่เลือกนำเสนอเฉพาะข้อมูลที่สนับสนุนความเชื่อของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เพราะการนำเสนอข้อมูลเพียงด้านเดียว อาจทำให้สังคมเข้าใจข้อเท็จจริงคลาดเคลื่อน และลดความน่าเชื่อถือของกระบวนการตรวจสอบ

“ประชาชนไม่ได้ต้องการเห็นฝ่ายหนึ่งชนะหรืออีกฝ่ายแพ้ แต่ต้องการเห็นความจริงปรากฏผ่านการตรวจสอบที่โปร่งใส เป็นธรรม และใช้มาตรฐานเดียวกันกับทุกฝ่าย หากใครกระทำผิดก็ต้องรับผิดตามกฎหมาย แต่หากใครไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ก็ไม่ควรถูกตัดสินจากกระแสหรือข้อกล่าวหาเพียงอย่างเดียว” ดร.ธนพร กล่าว.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แคมเปญ 'สว.ประชาชน' ของ 'ธนาธร' อั้วสว.หรือไม่ 'เอ็ดดี้' นักวิชาการอิสระมีคำตอบ

อัษฎางค์ ยมนาค นักวิชาการอิสระและครีเอเตอร์ดิจิทัล โพสต์เรื่อง แคมเปญ 'สว. ประชาชน' ของธนาธร อั้ว สว.หรือไม่?

'ทนายบอน' มองคดีฮั้วส.ว. 'โพย' อย่างเดียวไม่พอ ต้องมีหลักฐานโยงนักการเมือง-ซื้อเสียง

นายณัฐนันท์ กัลยาศิริ หรือทนายบอน อดีตผู้สมัคร สส.พรรคภูมิใจไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า "คดีฮั้ว ส.ว." ชื่อเล่นข

'โอฬาร' ชี้ กกต.ไม่ใช่ 'บุรุษไปรษณีย์' ต้องกลั่นกรองหลักฐานก่อนส่งศาล คดี สว.ใช้กระแสตัดสินไม

รศ.ดร.โอฬาร ถิ่นบางเตียว อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา กล่าวถึงบทบาทของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในคดีการเลือกสมาชิกวุฒิสภาว่า ภายหลังประกาศรับรองผลการเลือก สว.แล้ว กกต.ไม่ใช่ผู้วินิจฉัยความผิดขั้นสุดท้าย เพราะอำนาจตัดสินเป็นของศาลฎีกา แต่ในขณะเดียวกัน กกต.ก็ไม่ใช่ “บุรุษไปรษณีย์” ที่มีหน้าที่รับทุกข้อกล่าวหาแล้วส่งต่อไปยังศาลโดยไม่ตรวจสอบหรือกลั่นกรอง

'วัชระ' ร้องผู้ตรวจฯ ชง ป.ป.ช.ฟัน กกต. ปมฮั้ว สว. 229 ราย ฟ้องแค่ 77

“วัชระ เพชรทอง” ยื่นผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอส่งเรื่อง ป.ป.ช.ดำเนินคดีอาญา กกต.และพวก ตาม ม.157 และ ม.200 กล่าวหาเลือกปฏิบัติคดีฮั้ว สว. อ้