
ศาลฎีการับคำร้อง ป.ป.ช. กล่าวหาอดีต 44 ส้ม ฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรง ไม่สั่งให้หยุดปฎิบัติหน้าที่ '10 สส. ปชน.' นัดพิจารณาคดีครั้งแรก 30 มิ.ย.นี้ เปิดตัวเจ้าของสำนวนคนเดียวกับคดีชั้น 14
24 เม.ย. 2569 - เมื่อเวลา 10.30 น. ศาลฎีกาได้มีคำสั่งคดีหมายเลขดำที่ คมจ 1/2569 ระหว่าง คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ผู้ร้อง นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ที่ 1 กับพวกรวม 44 คน ผู้คัดค้าน เรื่อง การฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง
คดีนี้ ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้คัดค้านทั้ง 44 เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคก้าวไกล กระทำการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง กล่าวคือ เมื่อระหว่างวันที่ 10 ก.พ. 2564 - 20 มี.ค. 2566 ผู้คัดค้านทั้ง44 ร่วมกันเสนอร่าง พรบ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่… ) พ.ศ. … (แก้ไขเกี่ยวกับความผิดฐานหมิ่นประมาท)
พร้อมบันทึกหลักการและเหตุผล บันทึกวิเคราะห์สรุปสาระสำคัญต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อนำเสนอสภาผู้แทนราษฎรพิจารณา โดยอาศัยสิทธิของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ แต่บทบัญญัติดังกล่าวมีเนื้อหาเป็นการลดทอนสถานะความสำคัญ การรับรองคุ้มครอง การเทิดทูนองค์พระมหากษัตริย์ ที่ผู้ใดจะละเมิดมิได้ อันเป็นการขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 6 สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรแจ้งถึงข้อบกพร่องดังกล่าวให้ผู้คัดค้านทั้งสี่สิบสี่ทราบแล้ว
แต่ผู้คัดค้านทั้ง44ยังคงยืนยันที่จะเสนอ พรบ.ดังกล่าว ซึ่งมีเนื้อหาขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย อันมีเจตนามุ่งร้ายโดยชัดแจ้งที่จะทำลายล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ ล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และก่อให้เกิดความเสียหายต่อชาติบ้านเมืองในวงกว้างอย่างร้ายแรง
การกระทำของผู้คัดค้านทั้ง44จึงเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ฐานไม่ยึดมั่นและธำรงไว้ซึ่งการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฐานไม่พิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ เอกราช อธิปไตย บูรณภาพแห่งอาณาเขตและเขตที่ประเทศไทยมีสิทธิอธิปไตย เกียรติภูมิและผลประโยชน์ของชาติ ความมั่นคงของรัฐและความสงบเรียบร้อยของประชาชน และฐานกระทำการใดที่ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อเกียรติศักดิ์ของการดำรงตำแหน่ง ตามมาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ รวมทั้งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน และหัวหน้าหน่วยงานธุรการของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ พ.ศ. 2561 ข้อ 4 ข้อ 6 ข้อ 17 ประกอบข้อ 3 วรรคสอง และข้อ 27 ตามคำร้องฉบับลงวันที่ 9 เม.ย. 2569 นั้น
โดยคำร้องของ ป.ป.ช. มีการบรรยายพฤติการณ์ชี้ช่องพยานหลักฐานชัดเจนที่จะดำเนินคดีมาตรฐานจริยธรรมครบถ้วน
ศาลฎีกามีคำสั่งให้รับคำร้องของผู้ร้องไว้พิจารณาวินิจฉัย ให้ส่งสำเนาคำร้องพร้อมเอกสารประกอบให้ผู้คัดค้านทั้งสี่สิบสี่ หากจะคัดค้านให้ยื่นคำคัดค้านภายใน 14 วัน
ในส่วนคำร้องขอให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ศาลมองว่า ทั้งนี้ ข้อเท็จจริงไม่ปรากฏว่า ผู้คัดค้านที่ 3 ที่ 7 ที่ 17 ที่ 19 ที่ 23 ที่ 24 ที่ 26 ที่ 34 ที่ 35 และที่ 38 มีพฤติการณ์กระทำซ้ำหรือกระทำต่อไป ซึ่งการกระทำตามที่ถูกกล่าวหาตามคำร้องอันอาจก่อให้เกิดความเสียหาย ประกอบกับผู้คัดค้านดังกล่าวยังคงมีอำนาจหน้าที่อื่นต้องปฏิบัติในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
พฤติการณ์แห่งคดีจึงยังไม่สมควรให้ผู้คัดค้านที่ 3 ที่ 7 ที่ 17 ที่ 19 ที่ 23 ที่ 24 ที่ 26 ที่ 34 ที่ 35 และที่ 38 หยุดปฏิบัติหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 235 วรรคสาม พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 87 วรรคสาม ประกอบมาตรา 81 และระเบียบที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาว่าด้วยการพิจารณาพิพากษาคดีเกี่ยวกับการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง พ.ศ. 2561 ข้อ 12 วรรคสอง
จึงมีคำสั่งให้ผู้คัดค้านที่ 3 ที่ 7 ที่ 17 ที่ 19 ที่ 23 ที่ 24 ที่ 26 ที่ 34 ที่ 35 และที่ 38 ปฏิบัติหน้าที่ต่อไป โดยห้ามผู้คัดค้านดังกล่าวกระทำซ้ำหรือกระทำการใดๆ หรือแสดงความคิดเห็น ซึ่งการกระทำที่ถูกกล่าวหาตามคำร้อง มิฉะนั้น ศาลอาจมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น
นัดพิจารณาครั้งแรก ในวันที่ 30 มิ.ย. 2569 และนัดตรวจพยานหลักฐานวันที่ 4 ส.ค. 2569 เวลา 9.30 น. ทั้งสองนัด
โดยช่วงท้าย ศาลได้กำชับให้คู่ความทั้งสองฝ่ายบริหารจัดการให้เหมาะสม ศาลจะไม่มีการเลื่อนนัด ศาลจะพิจารณาคดีโดยเคร่งครัดและนัดไต่สวนพยานต่อเนื่อง
ทั้งนี้ ในการนัดพิจารณาคดีครั้งแรกวันที่ 30 มิ.ย. ตัวผู้คัดค้านอาจจะไม่ต้องเดินทางมาศาลก็ได้ เนื่องจากคดีมาตรฐานจริยธรรมไม่ใช่คดีอาญาที่จำเลยต้องปรากฎตัวหน้าศาล แต่คาดว่าผู้คัดค้านจะเดินทางมาด้วยตนเอง
ส่วนนัดวันที่สอง วันที่ 4 ส.ค. 2569 เป็นวันนัดตรวจพยานหลักฐาน ซึ่งคู่ความในคดีทั้งสองไม่ว่าผู้ร้องหรือผู้คัดค้านจะต้องนำพยานหลักฐานมาปรากฏในศาลและกำหนดวันนัดไต่สวนพยาน ซึ่งวันดังกล่าวจะได้รู้แนวทาง ว่าทั้งสองฝ่ายจะเตรียมพยานมากี่ปากและเป็นพยานกลุ่มใดบ้าง ซึ่งจะได้รู้ระยะเวลาในการพิจารณาคดีนี้คร่าวๆ
โดยเจ้าของสำนวนคดีมาตรฐานจริยธรรม วันนี้คือ นายฉัตรชัย ไทรโชต ประธานแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจในศาลฎีกา ซึ่งเป็นกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมผู้ทรงคุณวุฒิ (ก.ต.) ในชั้นศาลฎีกา โดยก่อนหน้านี้นายฉัตรชัย เป็นเจ้าของสำนวน มีผลงานในคดีสำคัญระดับประเทศ ได้ร่วมเป็นหนึ่งในองค์คณะผู้พิพากษาและปฏิบัติหน้าที่เป็นเจ้าของสำนวนคดีบังคับโทษชั้น 14 ของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งศาลฎีกาได้มีมติเอกฉันท์ 5-0 วินิจฉัยให้การบังคับโทษเป็นไปตามกระบวนการของกฎหมายอย่างเคร่งครัด ซึ่งได้รับการยอมรับในหมู่ตุลาการเรื่องความซื่อตรงและความเคร่งครัดในกระบวนการพิจารณาคดี
การได้รับมอบหมายให้เป็นเจ้าของสำนวนคดีจริยธรรม 44 สส. ในครั้งนี้ จึงเป็นที่จับตาของสังคมถึงกระบวนการพิจารณาคดีที่จะดำเนินต่อไปด้วยความรอบคอบและเป็นธรรมตามหลักนิติธรรม.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ธนพร' ซัด 'ไอติม - iLaw' ย้อนแย้ง ไล่ถล่มคดีฮั้ว สว. ทั้งที่เคยจัดทีม–เช่าสถานที่รวมผู้สมัคร
ดร.ธนพร ศรียากูล นักวิชาการและนักวิเคราะห์การเมือง วิจารณ์การเคลื่อนไหวของ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน
'ศุภชัย' ตอกกลับ 'ธนาธร-iLaw' จัดงาน พบปะผู้สมัคร สว.ประชาชน ถามแบบนี้เรียกฮั้วสว.หรือไม่
เพจเฟซบุ๊ก นายศุภชัย ใจสมุทร ประธานคณะทำงานด้านกฎหมาย สส.พรรคภูมิใจไทย โพสต์ข้อความแนบลิงค์ จักรวาลด้อมส้ม โพสต์ตั้ง
'ภราดร' สวน 'โรม' ปัดกล่าวหา ปชน. ยัดข้อมูล 'ไอลอว์' แค่เป๋ ให้สังคมดูเอง
'ภราดร' ชี้แม้ไม่ติดใจฟ้อง 'ยิ่งชีพ' แต่เชื่อ 'ภท.' ไปในทิศทางเดียวกัน สวน 'โรม' ไม่ได้กล่าวหา ปชน. ยัดข้อมูลให้ 'ไอลอว์' แค่พักหลังเป๋ ภาคประชาชนไม่ควรเป็นเครื่องมือฝ่ายการเมือง โยนสังคมดูเอง
'โรม' ติงนายกฯ หัดใจกว้าง เก่งกับพวกทุจริตให้เหมือนกับคนตรวจสอบท่านด้วย
นายรังสิมันต์ โรม รองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวถึงกรณีที่พรรคภูมิใจไทยเตรียมยื่นฟ้อง นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผอ.โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์) ที่มายื่นหลักฐานเกี่ยวกับคดีฮั้วสว.ให้กับวิปฝ่ายค้านพร้อมเปิดชื่อนายกรัฐมนตรี และนักการเมืองที่เกี่ยวข้อง ว่า นายกฯ และพรรคการเมืองที่เป็นต้นสังกัด คือพรรคภูมิใจไทยควรใจกว้าง
'ไอติม' ย้อน 'ศุภชัย' ทำไมไม่ร้อง กกต. หลังบอกพรรค ปชน. จัดตั้ง สว.สีส้ม ชี้ไม่เหมือน 'ฮั้ว สว.' ผิดกม.ชัดเจน
นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร (วิปฝ่ายค้าน) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีพรรคภูมิใจไทยจ่อฟ้องนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน
จวกระบบอุทธรณ์ 'บัตรคนจน' ย้อนกลับยุคหิน พบ 54 หน่วยงานไม่อัปเดตข้อมูล ใช้งานจริงไม่ได้ โยนภาระให้กำนัน-ผญบ.
คณะกรรมาธิการ (กมธ.) การสวัสดิการสังคม สภาผู้แทนราษฎร นำโดยน.ส.รัชนก สุขประเสริฐ สส.สมุทรปราการ พรรคประชาชน ในฐานะประธานกมธ. นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะรองประธานกมธ. แถลงถึงการประชุมกมธ. กรณีที่ได้มีการพิจารณาศึกษาเรื่องบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่พบปัญหามากมาย

