รัฐบาลตั้งบอร์ดกลั่นกรอง พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน แก้วิกฤตพลังงาน ปลัดคลังนั่งประธาน ชูเกณฑ์ '5T' เน้นโปร่งใส-เยียวยาตรงกลุ่มเป้าหมาย พร้อมเร่งเครื่องดันไทยเปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานสะอาดใน 1 ปี
06 พ.ค.2569 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้ความเห็นชอบร่างพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงาน และสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. … วงเงิน 4 แสนล้านบาทนั้น
สำหรับขั้นตอนต่อไป กระทรวงการคลังจะดำเนินการตามมติ ครม. ในการตั้งคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ฯ โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อให้มีการกลั่นกรองโครงการที่เสนอขอใช้เงินกู้ และสามารถกำกับดูแลการดำเนินงานตามแผนงานหรือโครงการที่ใช้เงินกู้ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ และตอบโจทย์ที่มุ่งเน้นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า พร้อมปรับโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศ โดยการดำเนินการในขั้นตอนการเสนอโครงการและตรวจสอบกลั่นกรองโครงการต่าง ๆ ต้องมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน
สำหรับองค์ประกอบของคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ฯ ตามมติ ครม. ประกอบไปด้วย ปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธานกรรมการ และมีกรรมการทั้งจากผู้บริหารระดับสูงของหน่วยงานเศรษฐกิจ และผู้ทรงคุณวุฒิจากภายนอก ประกอบด้วย เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ อธิบดีกรมบัญชีกลาง ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังแต่งตั้ง (จำนวนไม่เกิน 3 คน) และมีผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เป็นกรรมการและเลขานุการ โดยให้ผู้แทน สศช. และผู้แทนสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เป็นผู้ช่วยเลขานุการร่วม
สำหรับอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ฯ กำหนดให้การดำเนินการตามแผนงานหรือโครงการภายใต้ร่าง พ.ร.ก.กู้เงินฯ เป็นไปตามระเบียบที่กระทรวงการคลังกำหนด โดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งการดำเนินการตามแผนงานหรือโครงการดังกล่าวจะต้องกระทำด้วยความรอบคอบ โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้
คณะกรรมการกลั่นกรองฯ มีอำนาจในการพิจารณากลั่นกรองแผนงานหรือโครงการการใช้จ่ายเงินกู้ตามร่าง พ.ร.ก.กู้เงินฯ นี้ ก่อนเสนอ ครม. รวมทั้งกำกับดูแลการดำเนินงานตามแผนงานหรือโครงการที่ใช้เงินกู้ และรายงานความก้าวหน้าต่อ ครม. ทุก 3 เดือน รวมทั้งกำหนดวงเงินสำหรับรายการเงินสำรองจ่ายตามแผนงานหรือโครงการที่กำหนดไว้ในบัญชีท้ายร่างพระราชกำหนดกู้เงินฯ เพื่อจัดเตรียมไว้เป็นค่าใช้จ่ายสำหรับการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการบริหารโครงการตามความจำเป็นและเหมาะสม รวมทั้งสามารถให้ข้อเสนอแนะต่อ ครม. เพื่อพิจารณามีมติเกี่ยวกับการใช้จ่ายเงินกู้ สามารถแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อปฏิบัติงานตามที่ได้รับมอบหมาย และปฏิบัติงานอื่น ๆ ตามที่ ครม. หรือนายกรัฐมนตรีมอบหมาย
นอกจากนี้ ยังกำหนดให้คณะกรรมการฯ มีหน้าที่รายงานการกู้เงินตามร่าง พ.ร.ก. ที่กระทำในปีงบประมาณที่ล่วงมาแล้วให้รัฐสภาทราบ โดยรายงานดังกล่าวต้องระบุรายละเอียดของการกู้เงิน วัตถุประสงค์ของการใช้จ่ายเงินกู้ รวมถึงผลสัมฤทธิ์และประโยชน์ที่ได้รับหรือคาดว่าจะได้รับ ภายใน 60 วัน นับแต่วันสิ้นปีงบประมาณด้วย
สำหรับการบริหารจัดการเงินกู้นั้น ตามมติ ครม. ยังได้กำหนดให้ สบน. มีหน้าที่และอำนาจในการดำเนินการเกี่ยวกับการบริหารและจัดการการกู้เงิน การเบิกจ่ายเงินกู้ การบริหารความเสี่ยงหนี้สาธารณะ การติดตามและประเมินผลโครงการ การชำระหนี้ และการดำเนินงานอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับการกู้เงินตาม พ.ร.ก. นี้
ครม. ยังมีมติมอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) หารือร่วมกับ สบน. เพื่อพิจารณากำหนดกลไกในการกำกับดูแลการบริหารความเสี่ยงหนี้สาธารณะ และการกำกับติดตามและประเมินผลโครงการ เพื่อให้การดำเนินโครงการเกิดผลสัมฤทธิ์ มีความโปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้อย่างแท้จริง
นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่าสำหรับกลไกการใช้จ่ายเงินกู้ตาม พ.ร.ก.เงินกู้ฯ ฉบับนี้ ในสัปดาห์หน้ากระทรวงการคลังจะออกระเบียบ 2 ฉบับ คือ ระเบียบหลักเกณฑ์การกลั่นกรองโครงการ และระเบียบการติดตามและประเมินผลการใช้เงิน ซึ่งจะมีผู้ทรงคุณวุฒิจากภายนอกร่วมเป็นกรรมการเพื่อความโปร่งใส โดยการพิจารณาจะยึดหลัก 5T เป็นเกณฑ์สำคัญ ได้แก่ การมุ่งเป้าช่วยเหลือกลุ่มเป้าหมาย การเปลี่ยนผ่านเพื่อลดความเปราะบางทางพลังงานของประเทศ การพลิกโฉมเศรษฐกิจปรับตัวสู่ยุคใหม่ ความโปร่งใส ตรวจสอบได้ โดยเน้นการติดตาม ตรวจสอบ และรายงานผลการใช้จ่ายเงินกู้อย่างเป็นระบบ และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจร่วมกันอย่างมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน
“ในภาวะวิกฤตพลังงานเช่นนี้ ไม่มีประเทศใดในโลกที่ใช้วิธีอุ้มราคาพลังงานเป็นการทั่วไปเพื่อไม่ให้กระทบประชาชน แต่ทุกประเทศจะใช้วิธีปล่อยให้ราคาลอยตัว แล้วนำเงินไปออกมาตรการเยียวยาแบบเฉพาะเจาะจง นอกจากนี้ รัฐบาลยังต้องการเร่งขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาดให้เกิดขึ้นภายใน 1 ปี เพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงานและลดต้นทุนในระยะยาว” นายลวรณ กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
SSP ปักเสาเอกวินด์ฟาร์มบาโกฟิลิปปินส์ 150 MW ดันพอร์ตพลังงานสะอาดมุ่งเป้า 1,000 MW
บริษัท บาโก เนกรอส เอนเนอร์ยี่ คอร์ปอเรชั่น (BNEC) บริษัทย่อยของ บริษัท เสริมสร้าง พาวเวอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (SSP) โดยมีนายภาสกร ปัญญารัตนากร ประธานเจ้าหน้าที่สายงานปฏิบัติการ และในฐานะ
กฟผ. ชู UGT Platform ทางเลือกไฟฟ้าสีเขียวหนุนธุรกิจไทยสู่ Net Zero
ในปี 2568 ประเทศไทยได้เริ่มเดินหน้า "การให้บริการไฟฟ้าสีเขียว" หรือ UGT (Utility Green Tariff) อย่างเป็นทางการ ซึ่งถือเป็นประเทศแรก ๆ ในภูมิภาคอาเซียน ตอบโจทย์ภาคธุรกิจและโรงงานอุตสาหกรรมที่มีเป้าหมายในการเปลี่ยนผ่านมาใช้พลังงานหมุนเวียน รวมถึงกลุ่มธุรกิจที่มีความมุ่งมั่นในการใช้พลังงานสะอาด 100% (RE100
รู้จัก“โรงไฟฟ้า SMR ” บทใหม่ความมั่นคงของพลังงานสะอาดไทย
ท่ามกลางความท้าทายจากความผันผวนของราคาพลังงานฟอสซิล วิกฤตสภาพอากาศ และความต้องการใช้ไฟฟ้าที่พุ่งสูงจากการเติบโตของเทคโนโลยี AI และยานยนต์ไฟฟ้า (EV)
โรงกำจัดขยะผลิตไฟฟ้าหนองแขม พร้อมเดินเครื่อง! ซีแอนด์จีฯ เชื่อมโครงข่ายไฟฟ้าสำเร็จ ตอกย้ำศักยภาพ Waste-to-Energy ไทย
บริษัท ซีแอนด์จี เอ็นไวรอนเมนทอล โปรเท็คชั่น (ประเทศไทย) จำกัด ประสบความสำเร็จในการเชื่อมต่อระบบไฟฟ้าของโครงการกำจัดมูลฝอยเพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้า ณ ศูนย์กำจัดมูลฝอยหนองแขม ขนาดไม่น้อยกว่า 1,000 ตันต่อวัน (รองรับขยะสูงสุด 1,600 ตันต่อวัน) ได้สำเร็จอย่างสมบูรณ์แบบ
โฆษกรัฐบาล เผยต่างชาติสนลงทุนพลังงานสะอาดไทย ดันขึ้นฐานสีเขียวของภูมิภาค
โฆษกรัฐบาลเผยนักลงทุนต่างชาติสนใจลงทุนธุรกิจพลังงานสะอาดในไทยเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง หลังนายกฯ นำเสนอศักยภาพประเทศระหว่างเยือนฝรั่งเศส
'สถิตย์พงษ์-อนุทิน' ลงพื้นที่โครงการพัฒนาจ.เพชรบุรี น้อมนำพระราชดำริ ยกระดับคุณภาพชีวิต
'พล.อ.อ.สถิตย์พงษ์' พร้อมนายกฯ ลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าโครงการพัฒนาจังหวัดเพชรบุรี น้อมนำพระราชดำริ ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน

