การติดตามตรวจสอบสิ่งแวดล้อมในโลกใบนี้ ไม่ได้จำกัดเป็นเพียงหน้าที่หรือความรับผิดชอบของประเทศใดประเทศหนึ่งอีกต่อไป โดยเฉพาะความใส่ใจต่อปัญหาสารปรอทในสิ่งแวดล้อม องค์การสหประชาชาติถึงกับกำหนดประเด็นนี้เป็นหัวข้อสำคัญ ซึ่งกำลังจะมีการจัดประชุมรัฐภาคีอนุสัญญามินามาตะว่าด้วยปรอท สมัยที่ 4 ในเดือนมีนาคม ศกหน้า
เพื่อกระตุ้นเตือนให้ตื่นรู้ถึงประเด็นผลกระทบจากสารพิษอย่างสารปรอทในสิ่งแวดล้อม สำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับมูลนิธิบูรณะนิเวศ ได้จัดเสวนาและเปิดรับชมภาพยนตร์ตีแผ่ผลกระทบปรอทจากการลักลอบปล่อยน้ำเสียอุตสาหกรรม เรื่อง “มินามาตะภาพถ่ายโลกตะลึง” เมื่อเร็วๆ นี้ ณ โรงภาพยนตร์ SFX เดอะมอลล์ งามวงศ์วาน

แม้เหตุการณ์ที่ทำให้โลกต้องหันกลับมามองปัญหาการปล่อยน้ำเสียของโรงงานอุตสาหกรรมเคมีที่ปนเปื้อนปรอทโดยไม่ผ่านการบำบัดที่อ่าวมินามาตะ ในจังหวัดคุมาโมโต ประเทศญี่ปุ่น จะผ่านเลยมากว่ากึ่งศตวรรษ แต่ดูเหมือนบาดแผลที่เกิดขึ้นกับชาวเมืองแห่งนี้ยังตกทอดมาสู่ลูกหลานในวันนี้
โรคมินามาตะ หรือโรคสารพิษจากปรอทที่ปนเปื้อนอยู่ในน้ำเสียซึ่งโรงงานอุตสาหกรรมปล่อยออกมา ส่งผลให้ชุมชนชาวประมงที่เมืองมินามาตะ เมืองชายฝั่งทะเลเมืองเล็กๆ ทางตอนใต้ของเกาะคิวชู ถูกทำลายด้วยพิษของสารปรอทที่มาจากความประมาทเลินเล่อทางอุตสาหกรรม จุดเริ่มต้นของความหายนะที่มาจากความมักง่ายของโรงงานอุตสาหกรรมที่ได้ปล่อยน้ำเสียปนเปื้อนสารปรอทสู่แหล่งน้ำที่ชาวบ้านใช้อุปโภคบริโภค เกิดความผิดปกติกับประชาชนที่อยู่อาศัยเป็นแสนๆ คนในเมืองมินามาตะ
สารปรอทที่ปนเปื้อนอยู่ในน้ำเสียทำลายเนื้อเยื่อสมองและระบบประสาทส่วนกลาง คนในชุมชนเริ่มป่วย มีอาการชาที่มือและเท้า ลามไปถึงแขน ขา ริมฝีปาก ม่านตาเริ่มหรี่เล็กลง จิตใจกระวนกระวาย พูดช้าไม่เป็นภาษา สื่อสารไม่ได้ หูเริ่มไม่ได้ยิน การใช้มือ เท้า กล้ามเนื้อส่วนต่างๆ สัมพันธ์กัน ถึงขั้นช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ กล้ามเนื้อเริ่มอ่อนแรง ชักกระตุก บางคนไม่สามารถคุมสติไว้ได้ บางรายถึงขั้นเสียชีวิต

นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ในฐานะประธานเปิดงานจัดเสวนาและเปิดรับชมภาพยนตร์รอบพิเศษ “มินามาตะ” กล่าวว่า ภาพยนตร์เรื่องมินามาตะสะท้อนภาพหดหู่ การสร้างพลังของนักต่อสู้ปลุกความรู้สึกในการให้ความสำคัญต่อสิ่งแวดล้อม จากการทำงานร่วมกับมูลนิธิบูรณะนิเวศ ผลกระทบมลพิษที่มีการเรียกร้องค่าเสียหาย 1,300 ล้านบาท เพื่อความเป็นธรรมในหลายพื้นที่ อาทิ ฉะเชิงเทรา
ทั้งนี้ จะต้องให้ความสำคัญกับการสร้างความเข้มแข็งของชุมชน ประเทศไทยก้าวสู่ภาคีสมาชิกอนุสัญญามินามาตะ 2560 ควบคุมสารปรอท เป็นประเทศที่ 60 จากกว่า 100 ประเทศทั่วโลก ประกาศใช้ตั้งแต่เดือน ก.ย.2560 ตั้งคณะอนุกรรมการสิ่งแวดล้อม ซึ่งรัฐบาลให้ความสำคัญควบคุมการใช้สารปรอท 100% การผลิตปิโตรเคมีในโรงกลั่นน้ำมัน อุตสาหกรรมอาหารและยา ไม่ให้มีสารปรอทปนเปื้อน สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ประกาศสารปรอทเป็นสารต้องห้าม บางครั้งมีการลักลอบใช้กับเครื่องสำอางเพื่อทำให้ผิวขาว มีการดำเนินคดีกันอยู่ การใช้แบตเตอรี่ หลอดฟลูออเรสเซนต์ เทอร์โมมิเตอร์ ควบคุมการผลิตไม่ให้มีการรั่วไหล รัฐบาลออกระเบียบข้อกำหนดควบคุมให้มีความปลอดภัย
นายอรรถพล เจริญชันษา กล่าวด้วยว่า ประเทศไทยให้ความสำคัญในเรื่องการเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเป็นยุทธศาสตร์ชาติ อยู่ในลำดับต้นๆ ของกลุ่มประเทศในภูมิภาคอาเซียน โดยเฉพาะกระบวนการผลิตน้ำมันต้องไม่มีสารปรอท 100% ลดปริมาณซัลเฟอร์ที่จะส่งผลต่อมาตรฐานพีเอ็ม 2.5 ตั้งแต่ 1 ม.ค.2567 กำหนดมาตรฐานกำมะถันในน้ำมันยูโร 5 ให้เหมือนกันทั้งประเทศ

นายชาติวุฒิ วังวล ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพ สสส. (รับผิดชอบงานมลพิษทางอากาศ สุขภาพจิต เพศ ยารักษาโรค) กล่าวว่า บทบาท สสส.ดูแลพื้นที่โรงงานอุตสาหกรรมที่มีผลกระทบต่อชุมชน การสร้าง Active Citizen สร้างพลเมืองตื่นรู้ในการจัดการสิ่งแวดล้อมในชุมชน การจัดชุดความรู้เพื่อป้องกันตนเองให้เกิดความปลอดภัยมากที่สุด การสร้างเครือข่ายทำงานทั้งภาควิชาการ สร้างกลุ่ม Active Club ศึกษาสภาพน้ำ อากาศ สิ่งแวดล้อมที่ส่งผลกระทบ สารเคมีที่เป็นอันตรายลงสู่แม่น้ำ เพราะสิ่งเหล่านี้จะเข้าไปถึงห่วงโซ่อาหารที่ทุกคนบริโภค จะส่งผลต่อสุขภาพ ขณะนี้พื้นที่โรงงานกระจายตัวอยู่ทั่วประเทศ ประเทศไทยมีกฎหมายเป็นจำนวนมาก แต่การบังคับใช้กฎหมายยังหย่อนยาน
“ภาพยนตร์เรื่องมินามาตะจะช่วยสร้างแรงบันดาลใจในการกระตุ้นเตือน คาดหวังจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีให้รู้ว่าสารพิษที่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม จะต้องเรียนรู้วิธีการต่อสู้ที่ร่วมมือกันมาแล้ว 50 ปี จะได้เป็นบทเรียนเป็นเครื่องเตือนใจว่า ลมใต้ปีกนั้นอันตรายจริงๆ เราต้องช่วยกันจัดการสิ่งแวดล้อมเพื่อให้ลูกหลานของเราอยู่กันอย่างปลอดภัยด้วย”
นายชาติวุฒิกล่าวว่า ขณะนี้พื้นที่อุตสาหกรรมใน จ.สมุทรสาคร การสร้างพื้นที่ต้นแบบด้านสิ่งแวดล้อม พื้นที่อิสเทิร์นซีบอร์ด EEC ระยอง ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เพื่อเมืองไทยจะได้ไม่เป็นมินามาตะ 2 ถ้าเรามีการบังคับใช้ กม.อย่างมีประสิทธิภาพ เสริมพลังชุมชนให้เข้มแข็งอย่างเป็นรูปธรรม

นางสาวเพ็ญโฉม แซ่ตั้ง ผู้อำนวยการมูลนิธิบูรณะนิเวศ มีประสบการณ์เคยได้รับทุน NIPPON ไปทำงานภายใต้โครงการปัญญาชนสาธารณะแห่งเอเชียในปี 2549 ครบรอบ 50 ปี ที่มีโรคมินามาตะเกิดขึ้นในประเทศญี่ปุ่นครั้งแรกเมื่อปี 2499 และได้เข้าร่วมงานรำลึกครบรอบ 50 ปีของโรคมินามาตะ เข้าไปอยู่ในหมู่บ้านนี้เป็นเวลา 3 เดือน เพื่อเก็บข้อมูลงานวิจัย บทบาทกระบวนการต่อสู้ในประเทศญี่ปุ่นเป็นประสบการณ์ล้ำค่าที่ได้เห็นปัญหามลพิษในประเทศญี่ปุ่น

ภาพต่อภาพเปรียบเทียบความแตกต่างที่บันทึกโดยดารุณี ไพศาลพานิชกุล ทั้งนี้ เพ็ญโฉมนำเสนอให้ผู้เข้าร่วมงานเสวนาและชมภาพยนตร์มินามาตะรอบพิเศษนี้ นับตั้งแต่ภาพมุมสูงของเมืองมินามาตะ เมืองท่องเที่ยวที่สงบ สวยงาม มีแม่น้ำ ทะเล ภูเขา การปล่อยน้ำเสียที่ปนเปื้อนสารปรอท การต่อสู้ของชาวบ้านในหมู่บ้านที่ป่วยด้วยโรคมินามาตะ ภาพนายแพทย์ฮาราดะ มาซาซูมิ สำรวจอาการเจ็บป่วยของชาวบ้าน 2 แสนคนที่ได้รับสารพิษ เด็กอายุ 5 ขวบเมื่อได้รับสารพิษมีชีวิตอยู่ได้ถึง 8 ขวบ
ผู้จัดงานฉายภาพยนตร์ในไทยหรือมูลนิธิบูรณะนิเวศยังได้เผยว่า แม้มินามาตะจะเปิดต้อนรับผู้คนและนักท่องเที่ยวแล้ว แต่ปัจจุบันคนญี่ปุ่นด้วยกันเองจากพื้นที่อื่นๆ ยังไม่กล้าที่จะไปเยือนมินามาตะ หรือไม่กล้าที่จะแต่งงานกับคนมินามาตะ เพราะกลัวว่าสารปรอทนั้นยังคงหลงเหลืออยู่ในกรรมพันธุ์ของพวกเขา และยังมีคนที่เป็นโรคมินามาตะหลงเหลืออยู่ พวกเขาไม่สามารถมีคู่ได้ เนื่องจากความผิดปกติที่ทำร้ายเขาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน
"เราหวังว่าจะไม่เกิดมินามาตะในเมืองไทย แต่อยากให้รัฐบาลและภาครัฐได้ตระหนักด้วยว่าพื้นที่อุตสาหกรรมเข้มข้น มีชุมชนหลายแห่งอยู่ในบริเวณเดียวกับโรงงานอุตสาหกรรม อุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยอง บ้านค่าย หลายพื้นที่เป็นแหล่งมลพิษขนาดใหญ่ของประเทศไทย เมื่อมีเสียงสะท้อนจากชาวบ้านก็ไม่ควรละเลยปัญหา" นางสาวเพ็ญโฉมกล่าวสรุป.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สสส.เปิดรายงานสุขภาพคนไทยปี 69 พบวิกฤตเด็กเกิดน้อย สังคมแก่ตัว ข้อมูลท่วมท้น เจ็บป่วยนาน
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดตัว “รายงานสุขภาพคนไทย ปี 2569” นำเสนอสัญญาณเตือนสำคัญของสังคมไทย ผ่าน 10 ตัวชี้วัด ภายใต้แนวคิด “การเปลี่ยนแปลงทางประชากรกับสุขภาพคนไทย” ที่สะท้อนแนวโน้มการเกิดน้อย สังคมสูงวัย และโครงสร้างครอบครัวที่เปลี่ยนแปลง พร้อมเปิด 10 สถานการณ์เด่นทางสุขภาพ
Design Hero 2025 ปั้นนักสื่อสารสุขภาวะรุ่นใหม่ พลังสร้างสรรค์สู้ภัยบุหรี่ไฟฟ้าเพื่ออนาคตเยาวชน
ในวันที่บุหรี่ไฟฟ้ากำลังกลายเป็นภัยเงียบที่แทรกซึมเข้าสู่ชีวิตเด็กและเยาวชนไทยอย่างรวดเร็ว การสร้างความรู้และภูมิคุ้มกันทางความคิดให้คนรุ่นใหม่จึงเป็นภารกิจสำคัญที่ต้องอาศัยพลังจากทุกภาคส่วน
วิทยาลัยเทคโนโลยีภาคตะวันออก (อี.เทค) ชนะเลิศ คว้าผลงาน “เวลคัมทูเลิกบุหรี่”ฉายโรงภาพยนตร์SF ภาคตะวันออก
การใช้บุหรี่ไฟฟ้าในเยาวชนไทยนิวไฮพุ่งต่อเนื่อง จากเดิม7หมื่นรายพุ่งพรวดเป็น9แสนคนในช่วงไม่กี่ปี และกำลังทยานสู่หลักล้านอย่างรวดเร็ว ด้วยแผนการตลาดของบริษัทบุหรี่แบรนด์โลกเข้าถึงกลุ่มเยาวชนคืออนาคต
สูบพอตป่วยเงียบ “สสส.-สธ” มุ่งเชิงรุกสร้างระบบรักษา-ปกป้องเหยื่อเด็กประถม
ปล่อยไปเพียบแน่ “ สสส.ไม่ทน! ” จับมือสธ. ช่วยผู้ป่วยพอต เปิดแนวรักษารวมศูนย์-เว็บ-แอปเตือนภัย แนวต้านล่อลวงเด็กประถม
วันงดสูบบุหรี่โลก 31 พ.ค. มหาวิทยาลัยมหิดล-สสส. ปกป้องเยาวชนจากบุหรี่ไฟฟ้า
ในประเทศไทยเริ่มมีแนวคิดนี้เกิดขึ้น นำโดยกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย (กสพท.) ซึ่งมีสมาชิกเป็นคณะแพทย์ทั้งหมดของประเทศไทย 28 คณะ นำร่องโดยทำข้อตกลงร่วมกันที่จะมุ่งพัฒนาให้นักศึกษาแพทย์ทั้งหมดเป็น Nicotine-Free Generation Medical Students เมื่อวันครู 16 มกราคม 2569 และได้เริ่มมีการพัฒนานศพ.แกนนำร่วมกับสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแพทย์แห่งประเทศไทย (สพท.) ที่คณะแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เพื่อร่วมขับเคลื่อนจากตัว นศพ.เอง
ธงแดงปลอดภัย...เปลี่ยนอโศก สู่ 'เมืองเดินได้ เดินดี เดินปลอดภัย'
อโศก-สุขุมวิท กลายเป็นต้นแบบเมืองเดินได้อย่างแท้จริง เมื่อกรุงเทพมหานคร (กทม.) ร่วมกับภาคีเครือข่าย จัดโครงการรณรงค์ใหญ่ “อโศกโมเดล” ด้วยการแจกและติดตั้ง “ธงแดง” ให้ประชาชนถือขณะเดินข้ามทางม้าลาย เพื่อกระตุ้นให้ผู้ขับขี่ชะลอความเร็ว หยุดรถ และเคารพสิทธิคนเดินเท้า เปลี่ยนวัฒนธรรมท้องถนนจาก “รถ" เป็น “คนเดินปลอดภัย” อย่างยั่งยืน

