เทคนิค 'ชะลอวัย' แบบบ้านๆ ไม่ง้อพรีเมียมคอร์ส

16 ก.พ. 2569 – ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ศาสตราจารย์เชี่ยวชาญทางอายุรกรรมและสมอง ประธานศูนย์ความเป็นเลิศ ด้านการแพทย์บูรณาการและสาธารณสุข และที่ปรึกษาวิทยาลัยการแพทย์แผนตะวันออก โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก โดยแชร์บทความของ ดร.นพ.ชลธวัช สุวรรณปิยะศิริ รองประธานด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์พื้นฐานและวิจัย ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการแพทย์บูรณาการและสาธารณสุข มหาวิทยาลัยรังสิต เรื่องเทคนิคชะลอวัย แบบบ้านๆ “Longevity วิถีง่ายๆ” ในยุคที่เศรษฐกิจถดถอยแบบนี้ อย่าเสียเงินไปกับเรื่องไร้สาระเลย โดยระบุว่า

ปัจจุบันจะได้ยินคำฮิตที่ว่า longevity หรือการมีอายุยืนยาว โดยคนส่วนใหญ่มักนึกถึงเศรษฐีที่บินไปฉีดสเต็มเซลล์แพงๆ การกินอาหารเสริมราคาสูง หรือการเข้าคอร์สชะลอวัยในคลินิกหรู เปลี่ยนถ่ายน้ำเหลือง ดริปวิตามินอะไรมากมาย ฯลฯ

แต่จริงแล้วสิ่งที่สำคัญที่สุดคือปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตัวเองในเรื่องต่อไปนี้

1.หยุดกินเพื่อให้ร่างกาย “กินตัวเอง” (autophagy)

หนึ่งในกลไกที่สำคัญที่สุดของการชะลอวัยคือกระบวนการที่เรียกว่า autophagy หรือการกลืนกินตัวเองของเซลล์ มันคือระบบ recycle ของร่างกาย เมื่อเราอดอาหารนานพอ ร่างกายจะเริ่มขาดพลังงานจากภายนอก เซลล์จึงเริ่มหันไปจับกินโปรตีนเก่าๆ ที่เสื่อมสภาพ ขยะในเซลล์ หรือสิ่งตกค้าง มาเปลี่ยนเป็นพลังงานใหม่ ทำให้เซลล์สะอาดขึ้นและทำงานได้ดีขึ้น เหมือนมัน detox ตัวมันเอง วิธีที่คนรู้จักกันดีก็คือการทำ IF (intermittent fasting)

2.Hormesis คือการให้ร่างกายเจอความเครียดในระดับต่ำๆ เป็นระยะเวลาสั้นๆ เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายตื่นตัวและสร้างภูมิคุ้มกันที่แข็งแกร่งขึ้น ที่กำลังฮิตกันขณะนี้ก็คือ ice bath แต่เราไม่จำเป็นต้องเสียเงินขนาดนั้น ทำง่ายๆ คืออาบน้ำเย็นหรือน้ำอุณหภูมิปกติ พบว่าวิธีนี้ช่วยกระชับสัดส่วนได้ด้วย เพราะจะกระตุ้น mitochondria ในไขมันสีน้ำตาล (brown fat) ให้สร้างพลังงานขึ้นมาเป็นความร้อนเพื่อให้ความอบอุ่นต่อร่างกาย ช่วยเผาผลาญไขมันขาว (white fat) ซึ่งเป็นไขมันที่ไม่ดี

3.นอนเร็ว นอนพอ ตื่นเช้า ผมเคยเขียนรายละเอียดเรื่องนี้ไว้แล้วในโพสต์ circadian rhythm อ่านเพิ่มเติมจากลิงค์ในคอมเม้นต์ด้านล่างได้

4.ออกกำลังกายให้สม่ำเสมอ ไม่จำเป็นต้องเข้าฟิตเนส แค่เดินเยอะๆ อย่างน้อย 7,000 ก้าวต่อวันถ้าทำได้ ไม่จำเป็นต้องยึดกับตัวเลขนี้แต่เอาตามสังขารตัวเอง เวลากินอะไรเสร็จก็เดินย่อยสัก10 ถึง 15 นาที หรือคุยโทรศัพท์ก็เดินไปด้วยคุยไปด้วย เป็นการขยับร่างกายให้เคลื่อนไหวตลอด ช่วยในการเผาผลาญพลังงานส่วนเกิน

ในความเห็นของผม longevity ไม่ใช่เรื่องของการพยายามฝืนสังขารไม่ให้แก่ แต่เป็นการดูแลร่างกายนี้ ให้ใช้งานได้ดีที่สุด นานที่สุด และมีความสุขที่สุดตามอัตภาพของตน

จะเห็นได้ว่าทั้ง 4 ข้อด้านบนไม่ต้องไปเสียเงินลงคอร์สหรือซื้อเครื่องมืออะไรแพงเลย ไม่ต้องฉีดโน่นนี่นั่นเข้าร่างกาย ไม่ต้องกินอาหารเสริมทีละกำมือ เป็นสิ่งที่ทำได้ทุกคน ไม่ต้องรอให้รวย และไม่ต้องพึ่งพาเทคโนโลยี

สิ่งที่คุณต้องลงทุนก็คือวินัย ความสม่ำเสมอ ความมุ่งมั่น.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'กาแฟ' เปิดภูมิทัศน์ 'สมอง' ช่วยได้มากกว่าที่คิด!

ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ศาสตราจารย์เชี่ยวชาญทางอายุรกรรมและสมอง ประธานศูนย์ความเป็นเลิศการแพทย์บูรณาการและสาธารณสุข และที่ปรึกษาวิทยาลัยการแพทย์แผนตะวันออก

'วันวิชิต' ชี้กระแสนับคะแนนใหม่ เป็นการหาทางลงหลังพ่ายเลือกตั้ง

ผศ.ดร.วันวิชิต บุญโปร่ง อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต แสดงความคิดเห็นต่อกรณีผู้สนับสนุนพรรคประชาชนออกมาเรียกร้

'งีบกลางวัน' บ่อยและนาน เร่งสมองเสื่อม!

ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ประธานศูนย์ความเป็นเลิศ ด้านการแพทย์บูรณาการและสาธารณสุข และที่ปรึกษาวิทยาลัยการแพทย์แผนตะวันออก มหาวิทยาลัยรังสิต

ผลวิจัยชี้ 'ยาต้านไวรัสไข้หวัดใหญ่' มีผลเล็กน้อย หรือไม่มีเลย

ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ประธานศูนย์ความเป็นเลิศ ด้านการแพทย์บูรณาการและสาธารณสุข และที่ปรึกษาวิทยาลัยการแพทย์แผนตะวันออก มหาวิทยาลัยรังสิต โพสต์ข้คความผ่านเฟซบุ๊กว่า ยาต้านไข้หวัดใหญ่เกือบทั้งหมดมีผลเพียงเล็กน้อยหรือไม่มีเลย

ระดับ 'วิตามินดี' ต่ำ สะท้อนพฤติกรรมใช้ชีวิตผิด

ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ประธานศูนย์ความเป็นเลิศ ด้านการแพทย์บูรณาการและสาธารณสุข และที่ปรึกษาวิทยาลัยการแพทย์แผนตะวันออก มหาวิทยาลัยรังสิต โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า วิตามินดีต่ำ คือใช้ชีวิตผิด

ม.รังสิต มอบรางวัล “BME-Q Award ประจำปี 2568” เชิดชูหน่วยงาน-บุคลากรยอดเยี่ยมด้านวิศวกรรมชีวการแพทย์

มหาวิทยาลัยรังสิต มอบรางวัล “BME-Q Award ประจำปี 2568” เชิดชูหน่วยงาน-บุคลากรยอดเยี่ยมด้านวิศวกรรมชีวการแพทย์ ส่งเสริมยุทธศาสตร์ Medical Hub เอเชียของไทย