
‘นักวิชาการ ม.รังสิต’ หนุนไอเดีย ‘หมอวรงค์’ ยกเลิกอาหาร สส. ฟรี ลดผู้ช่วย ล้มระบบบำนาญ ก้าวแรกสำคัญรัฐสภาฟื้นศรัทธาประชาชน
16 มี.ค. 2569 – รศ.ดร.บุญส่ง ชเลธร สถาบันรัฐประศาสนศาสตร์และนโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยรังสิต แสดงความคิดเห็นเรื่อง “การเมืองที่ไม่ควร “กิน” ภาษีประชาชน” โดยระบุว่า
ข้อเสนอของ สส. นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ในวันแรกของการเปิดสภา ที่ก่อให้เกิดเสียงประท้วงจาก สส. พรรคอื่น ๆ มากมาย ที่ให้ยกเลิกอาหารกลางวันฟรีของ สส. สว. ลดจำนวนผู้ช่วย จาก 8 คน เหลือ 3 คน และยกเลิกระบบบำนาญ อาจฟังดูเป็นเพียงมาตรการเล็กๆ ในเชิงงบประมาณ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ข้อเสนอเหล่านี้ได้แตะต้องคำถามพื้นฐานที่สุดของระบอบการเมืองไทย นั่นคือ “นักการเมืองควรมีสิทธิพิเศษเหนือประชาชนหรือไม่”
ในสังคมที่ประชาชนจำนวนมากต้องทำงานหนักเพื่อหาเลี้ยงชีพ การใช้ภาษีของประชาชนเพื่อเลี้ยงอาหารกลางวันให้กับผู้แทนที่มีเงินเดือนหลักแสนบาท แถมด้วยเบี้ยประชุมและสวัสดิการอื่นๆ อีกมาก ย่อมทำให้เกิดคำถามเรื่อง “ความเหมาะสมทางจริยธรรม” อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ปัญหาไม่ได้อยู่แค่ค่าอาหารเพียงไม่กี่มื้อ หากอยู่ที่ภาพสะท้อนของการใช้ “ทรัพยากรสาธารณะ” ในหลายครั้งที่สมาชิกจำนวนไม่น้อยขาดประชุม แต่ระบบการจัดอาหารยังต้องเตรียมไว้ครบตามจำนวนสมาชิกเหมือนเดิม ภาพของอาหารที่ถูกจัดเตรียมไว้เกินความจำเป็นจึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของการใช้ภาษีประชาชนอย่างไม่ระมัดระวัง ภาพเช่นนี้ย่อมทำให้ “ความชอบธรรมของสภา” ลดลง
จึงไม่แปลกที่ความรู้สึกของประชาชนจะร้องว่า “นักการเมืองต้องไม่เอาเปรียบประชาชน” หากรัฐสภาต้องการความเชื่อมั่นจากสังคม นักการเมืองย่อมต้องแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า พวกเขาไม่ได้ใช้ภาษีของประชาชนเกินความจำเป็น
ประเด็นเรื่องผู้ช่วย สส. สว. ก็สะท้อนปัญหาในลักษณะเดียวกัน เดิมทีระบบผู้ช่วยถูกออกแบบมาเพื่อสนับสนุนการทำงานด้านนโยบาย การศึกษากฎหมาย และการเชื่อมโยงกับประชาชนในพื้นที่ แต่ในทางปฏิบัติของการเมืองไทย ตำแหน่งเหล่านี้กลับถูกใช้ในลักษณะที่แตกต่างออกไป ผู้ช่วยจำนวนหนึ่งคือ ลูกเมีย ผัว ญาติหรือคนใกล้ตัว รวมถึงการให้ตำแหน่งกับ ลูกจ้างส่วนตัว เช่น คนขับรถ คนสวน คนรับใช้ในบ้าน หรือเสมียนในที่ทำงาน เพื่อผลักภาระเงินเดือนที่ต้องจ่ายไปเป็นของรัฐแทน
เมื่อระบบถูกใช้ในลักษณะเช่นนี้ ตำแหน่งผู้ช่วย สส. สว. จึงเป็นเพียงช่องทางใช้งบประมาณของรัฐเพื่อประโยชน์ส่วนตัว มากกว่าจะเป็นกลไกสนับสนุนงานนิติบัญญัติอย่างแท้จริง
คำถามเดียวกันนี้ยังปรากฏในเรื่องของบำนาญนักการเมือง เหตุใดผู้แทนของประชาชนจึงควรมีระบบสวัสดิการที่พิเศษ “เหนือกว่า” ประชาชนทั่วไป หากนักการเมืองคือผู้แทนของสังคม ระบบสวัสดิการของพวกเขาก็ควรตั้งอยู่บนหลักการเดียวกับของประชาชน ไม่ใช่กลายเป็นชนชั้นที่มีสิทธิพิเศษเหนือสังคม
ทั้งหมดนี้สะท้อนปัญหาที่ลึกกว่าตัวมาตรการใดมาตรการหนึ่ง นั่นคือ วิกฤต “ความไว้วางใจ” ต่อชนชั้นการเมือง เมื่อประชาชนรู้สึกว่าระบบการเมืองมีแนวโน้มจะเอื้อประโยชน์ให้กับผู้มีอำนาจมากกว่าผู้เสียภาษี ความ “ไม่” ไว้วางใจจึงค่อยๆ สะสมขึ้นอย่างเงียบๆ
ข้อเสนอของคุณหมอวรงค์ ให้ยกเลิกอาหารกลางวันฟรี ลดจำนวนผู้ช่วย และยกเลิกระบบบำนาญ จึงไม่ใช่เพียงมาตรการประหยัดงบประมาณ หากแต่เป็นสัญญาณที่สะท้อนว่าความเชื่อมั่นของประชาชนต่อนักการเมืองนั้น กำลังเปราะบางยิ่งนัก ซึ่งหากรัฐสภาต้องการฟื้นฟูความเชื่อมั่นนั้น การเริ่มต้นด้วยการลดสิทธิพิเศษของตนเองลงบ้าง อาจเป็นก้าวแรกที่สำคัญที่สุด.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ไม่ต้องถอดบทเรียนแล้ว! นักวิชาการ ชี้ 'น้ำท่วม' ควรปฏิรูปการบริหารจัดการมากกว่า
ดร.สนธิ ชี้น้ำท่วมสูญเสียมาก ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม สังคม และน้ำตาของประชาชน ที่ผ่านมาคงไม่ต้องถอดบทเรียนอีกแล้วแต่ควรปฎิรูประบบการทำงาน
'วันวิชิต' ชี้รัฐบาลมาถูกทาง ออกประกันภัยพิบัติฯ ย้ำป้องกันน้ำท่วม 100% ไม่ได้
ผศ.ดร.วันวิชิต บุญโปร่ง อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต มองว่า การจัดทำระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติเป็นแนวทางที่มาถู
ครัวรังสิตส่งข้าว ไปรษณีย์ไทยส่งพัสดุ ลุยน้ำถึงมือชาวบ้านหลักหก
“สุริยะใส” นำทีม “ครัวรังสิตเคลื่อนที่” ลุยชุมชนนครไทย ย่านหลักหก ส่งข้าวกล่องแ
ม.รังสิตส่ง 'ครัวเคลื่อนที่' ช่วยน้ำท่วมหลักหก แจกข้าว 600 กล่อง-น้ำดื่ม-ยาน้ำกัดเท้า
ม.รังสิตส่ง “ครัวรังสิต (เคลื่อนที่)” ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมย่านหลักหกและพื้นที่ใกล้เคียง จัดข้าวกล่อง 600
กฎหมายชี้ชัดใครคือ 'เบอร์หนึ่ง' รับผิดชอบวิกฤตน้ำท่วมกรุง
รศ.ดร.ชิดตะวัน ชนะกุล อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ "น้ำท่วมกทม. : “ใคร”ต้องรับผิด?!" โดยระบุว่า
'วิปรัฐบาล' เตรียมชงญัตติด่วน ถกแก้ปัญหาน้ำท่วม เปิดทาง 'สส.' เสนอความเห็นส่งรัฐบาล
วิปรัฐบาล เตรียมชงญัตติด่วน ถกปมน้ำท่วม-แก้ไข ให้ ‘สส.’ เสนอแนะส่งรัฐบาล ย้ำ ‘นายกฯ’ ไม่นิ่งเฉยสั่งการให้ รมต. ดูแลพื้นที่ใกล้ชิด มองกระแสลบแก้ไขได้ ผ่านการเยียวยา-ฟื้นฟูโดยเร็ว

