เลขาทปอ. ยันTCASรอบ 3กั๊กได้แค่เล็กน้อย  /ห่วงเด็กเก่งแต่ไม่รู้จักตัวเองอาจเป็นปัญหาอนาคต    


เพิ่มเพื่อน    

      
                                               
"ประเสริฐ” เชื่อปัญหาการกั๊กที่นั่งกรณีรุนแรง TCAS รอบ 3 เกิดไม่เกินมหาวิทยาลัย 5 แห่ง  ระบบใหม่ป้องกันการกั๊กที่นั่งได้ 70-90% ห่วงกลุ่มเด็กคะแนนสูง เลือกสาขาหว่าน  ทั้งแพทย์และนิเทศก์ สะท้อนไม่รู้จักตัวเอง ไม่มีความชัดเจนในเป้าหมายการเรียน และชีวิต อาจเป็นปัญหาประเทศในอนาคตได้  

นายประเสริฐ คันธมานนท์ เลขาธิการที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) กล่าวภายหลังการหารือกับผู้เกี่ยวข้องเพื่อจัดการแก้ไขปัญหาระบบการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษา (TCAS) รอบที่ 3 ซึ่งมีนักเรียนและผู้ปกครองนัดรวมพลในวันที่ 31 พฤษภาคม ที่สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) รวมถึงปัญหาโต้แย้งกรณีนักเรียนจำนวนหนึ่งที่ได้รับการคัดเลือกทั้ง 4 แห่งทำให้เกิดการกั๊กที่นั่งว่า จากการรับฟังปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้น และทำให้เด็กส่วนใหญ่รู้สึกว่า TCAS รอบ 3 เกิดการกั๊กที่นั่งของเด็กที่ได้คะแนนสูงมากซึ่งมีโอกาสได้ที่นั่งมากกว่าเด็กคนอื่น ทาง ทปอ.จึงได้จัดการแก้ไขปัญหา โดยให้มีการเพิ่มการเคลียริ่งเฮาส์ TCAS รอบ 3 เป็น 2 ครั้ง โดยเป็นรอบ 3/1 และรอบ 3/2 โดยในรอบที่ 3/1 วันที่ 1-3 มิ.ย. 2561 ซึ่งเมื่อทำการเคลียริ่งเฮาส์รอบ 3/1 เสร็จสิ้น จะดำเนินการรอบ 3/2 ทันที โดยให้มีการสอบสัมภาษณ์พร้อมกัน ระหว่างวันที่ 10-11 มิ.ย.  ซึ่งการที่มีนั่งว่างในมหาวิทยาลัยมากน้อยขนาดไหนนั้น มหาวิทยาลัยจะแจ้งมาที่ ทปอ. เพราะการตัดสินใจทั้งหมดเป็นไปตามเกณฑ์ของมหาวิทยาลัย อย่างไรก็ตาม การดำเนินการจะไม่มีการเก็บค่าใช้จ่ายเพิ่มและระบบจะดำเนินการเคลียริ่งเฮ้าส์เอง โดยที่นักเรียนไม่ต้องดำเนินการอะไรเลย

นายประเสริฐ กล่าวต่อว่า สำหรับ ปัญหาการกั๊กที่นั่ง ตนมองว่าจะเกิดในมหาวิทยาลัยดังที่เด็กทุกคนอยากเข้าเรียน และเชื่อว่าจะเกิดกรณีรุนแรงไม่น่าจะเกิน 5 มหาวิทยาลัยดังที่เด็กอยากเข้าเท่านั้น ซึ่งการกั๊กที่นั่งไม่สามารถแก้ไขได้อย่างครบถ้วน ทุกครั้งของการสอบเข้ามหาวิทยาลัยจะมีปัญหานี้อยู่แล้ว แต่ระบบ TCAS รอบ 3 ที่ดำเนินการนี้ จะสามารถป้องกันการกั๊กที่นั่งได้ถึงร้อยละ 70-90 ส่วนที่นักเรียนกังวลว่าเคลียริ่งเฮาส์รอบ 3/2 จะเป็นกั๊กที่นั่งเช่นเดิมนั้น เชื่อว่าทำให้การกั๊กที่นั้นลดน้อยลง เพราะนักเรียนที่สอบติดกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย (กสพท.) ซึ่งมีประมาณ 2,000 กว่าคน ได้มีการยืนยันสิทธิ์ไปแล้ว ดังนั้น การกั๊กที่จากเด็กกลุ่มนี้จะไม่เกิดขึ้น ส่วนกรณีที่มีการเสนอให้ TCAS รอบ 3 มีการจัดลำดับในการเลือกนั้น ทปอ.ไม่สามารถทำได้ เนื่องจากเป็นการรับตรงของแต่ละมหาวิทยาลัย ที่มีเกณฑ์ในการคัดเลือกแตกต่างกัน ทปอ.ทำหน้าที่เป็นเพียงหน่วยงานกลาง แต่ในส่วนรอบ 4 แอดมิชชั่น ทปอ.สามารถจัดลำดับได้ เพราะมีเกณฑ์กลางในการคัดเลือกเด็ก

“ขณะนี้สิ่งที่ผมเป็นห่วง ไม่ใช่ปัญหาเรื่องการกั๊กที่ แต่เป็นประเด็นที่เด็กกลุ่มได้คะแนนสูงเลือกทั้งคณะแพทย์ในส่วนของกสพท. และยังไปเลือกคณะนิเทศศาสตร์ด้วย  ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเด็กไม่มีความชัดเจนในเป้าหมายการเรียนและชีวิต ถือเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงมากเพราะเท่ากับเด็กไม่รู้จักตนเอง อาจจะส่งผลต่อการเรียนในอนาคต อีกทั้งสะท้อนให้เห็นว่าเด็กไม่สนใจเรียนในสาขาที่เป็นความต้องการของประเทศ แต่มองว่าตัวเองคะแนนสูงจะเรียนในสาขาใดก็ได้ ดังนั้น ผมคิดว่าการที่จะมาคิดว่าการกั๊กที่เป็นเรื่องน่ากลัว เราควรจะกลัวอนาคตของประเทศก่อนดีหรือไม่หากเด็กเลือกมหาวิทยาลัยจากคะแนนสูงอย่างเดียว”นายประเสริฐ กล่าว

นายประเสริฐ กล่าวต่ออีกว่า สำหรับประเด็นที่สังคมมองว่าการสมัครสอบเข้ามหาวิทยาลัยเป็นรายได้ของมหาวิทยาลัยเพราะต้องเสียค่าสมัครนั้น ที่ผ่านมามหาวิทยาลัยอาจจะมีรายได้จากการสมัครจริง เนื่องจากระบบการรับตรงอิสระมหาวิทยาลัยจะเป็นผู้จัดสอบ กำหนดค่าสมัคร และเกณฑ์ต่างๆ เป็นไปตามมหาวิทยาลัยแต่ละแห่ง ซึ่งทำให้เด็กวิ่งรอบสอบและต้องเสียค่าสมัครจำนวนมาก รวมถึงบางคนต้องเสียค่าเดินทาง ค่าที่พัก หรือบางมหาวิทยาลัยต้องเสียค่าเล่าเรียนเพื่อจองมหาวิทยาลัยไว้ และบางคนสามารถสมัครได้ถึง 10 มหาวิทยาลัย แต่ในระบบทีแคสรอบ 3 นี้ เป็นการแก้ปัญหาวิ่งรอกสอบและลดค่าใช้จ่ายผู้ปกครอง ซึ่งนักเรียนจะเสียค่าสมัครตามที่นักเรียนเป็นคนเลือกเท่านั้น ซึ่งหากเลือก 4 อันดับ จะเสียค่าสมัครมากสุดเพียง 900 บาท ทั้งนี้สำหรับกลุ่มเด็กที่ได้รับผลกระทบจากระบบ TCAS รอบ 3 นี้ ตนก็พร้อมที่จะขอโทษและนำปัญหาต่างๆ ไปดำเนินการแก้ไขในครั้งต่อไป ส่วนกรณีที่จะมีการชุมนุมที่ สกอ. นั้น ก็สามารถมาได้ แต่ทาง ทปอ.ได้แก้ไขปัญหาแล้ว ถ้าจะมาก็ต้องพูดคุยกันด้วยเหตุผล

   

 


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.