'นิพิฏฐ์' ชี้เปรี้ยง 'คดีลุงพล' ท้าทายกระบวนการยุติธรรมไทย


เพิ่มเพื่อน    

3 มิ.ย.64 - นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีต ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊ก มีเนื้อหาดังนี้

คดีลุงพล ท้าทายกระบวนการยุติธรรม?

ว่าจะไม่เขียนเรื่องนี้แล้ว แต่อดไม่ได้ เมื่อเช้าเลยถามภรรยาอย่างจริงจังเพื่อเป็นข้อมูลก่อนเขียน ว่า ลุงพลคนนี้แกเป็นใคร ทำไมคนสนใจกันมาก แกเป็นดารา หรือเป็นนักร้อง ? ภรรยาเลยเล่าให้ฟังว่า แกก็เป็นคนธรรมดานี่แหละ แต่สื่อบางสำนักก็จับเอาแกมาทำข่าวจนแกโด่งดัง ฟังแล้วก็ตกใจว่า ทำไมสังคม และ สื่อ ไปไกลถึงขนาดนี้ ก็เลยนึกถึงคำๆหนึ่งขึ้นมาได้ ว่า "ถ้าจะรู้ว่าสังคมนั้นๆเป็นอย่างไร ก็ให้ดูว่าคนในสังคมเขาคุยกันเรื่องอะไร" เอาเถอะ ไหนๆก็จะเขียนเรื่องนี้แล้ว ก็จะเขียนอีกเวอร์ชั่นหนึ่ง ให้อ่านกัน

1.ผมไม่ติดตามคดีนี้ตั้งแต่ต้นเพราะสงสารเด็กและครอบครัวเด็กที่เสียชีวิต แต่คิดว่าขอให้ตำรวจจับคนร้ายให้ได้เถอะ เมื่อผบ.ตร.ท่านนี้ขึ้นมารับตำแหน่งใหม่ๆ ก็ได้ยินท่านพูดถึงเรื่องนี้ ก็ดีใจว่าท่านสนใจคดีนี้

2.ไปอ่านดูหมายจับ ตำรวจไม่ได้ขอหมายจับในข้อหา ฆ่าผู้อื่น แต่เป็นข้อหา พรากผู้เยาว์,ทอดทิ้งเด็กจนเป็นเหตุให้เด็กนั้นถึงแก่ความตาย และ ข้อหากระทำการใดแก่ศพจนเป็นเหตุให้ผลทางคดีเปลี่ยนแปลงไป จากข้อหาดังกล่าว พนักงานสอบสวน จึงสรุปว่า เป็นการทอดทิ้งเด็กจนเด็กถึงแก่ความตาย แต่หากดูย้อนหลัง แนวการสอบสวนเป็นไปในทาง"ฆ่าผู้อื่น" เช่น ข่าวที่ออกมาว่า เด็กเสียชีวิตเพราะขาดอากาศหายใจ หากเด็กเสียชีวิตเพราะขาดอากาศหายใจ ระวังนะครับ ความผิดมันน่าจะไปทาง"ฆ่า" มิใช่"ทอดทิ้ง" เพราะหากฟ้องว่าทอดทิ้ง แต่ข้อเท็จจริงปรากฎว่าเป็นการฆ่า ศาลจะลงโทษได้หรือเปล่า นั่นก็เป็นข้อกฎหมายอีกเรื่องหนึ่ง ข้อเท็จจริงเรื่องสาเหตุการตาย และตายตอนไหน จึงเป็นเหตุสำคัญ 

การสอบสวนเพื่อเอาผิดใครก็ตาม จึงต้องใช้พนักงานสอบสวนที่มีฝีมือระดับพระกาฬ มาสอบสวน ใครที่ทำให้เด็กเสียชีวิต ไม่ว่า จะเป็นการ"ฆ่า" หรือ"ทอดทิ้งจนเด็กถึงแก่ความตาย"ต้องใช้ฝีมือในการสอบสวน ซึ่งหากดูหมายจับ พนักงานสอบสวนก็ฟันธงแล้วว่าเป็นการ"ทอดทิ้ง" มิใช่ "การฆ่า" เรื่องนี้พนักงานสอบสวนคงต้องขอความร่วมมือจากพนักงานอัยการอย่างใกล้ชิดพอสมควรเหมือนกัน  ทั้งนี้ ไม่ใช่อะไรหรอก เพียงเพื่อเอาตัวผู้กระทำผิด (ซึ่งเป็นใครเราไม่รู้) มาลงโทษให้ได้ คดีนี้ ท้าทายกระบวนการยุติธรรมของเมืองไทยพอสมควรนะครับ.


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.