"ธัญลักษณ์ วิชย์โกวิทเทน" ยึดมั่น"คุณภาพ" สร้างความสำเร็จธุรกิจไม้ลาเมิเนต แบรนด์ แอซซาก้า / คุยนอกรอบ


เพิ่มเพื่อน    

 

คอลัมน์ คุยนอกรอบ 

ธัญลักษณ์ วิชย์โกวิทเทน
ยึดมั่น"คุณภาพ" สร้างความสำเร็จธุรกิจไม้ลาเมิเนต แบรนด์ แอซซาก้า 

แม้เมื่อสักเกือบ 10 ปีก่อน หลายคนอาจยังไม่คุ้นเคยกับไม้ลาเมิเนตมากนัก แต่ด้วยวิสัยทัศน์ที่เล็งเห็นโอกาสทางธุรกิจขจอง “ธัญลักษณ์ วิชย์โกวิทเทน” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอซซาก้า จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจพื้นไม้สำเร็จรูป เธอเล่าจุดเริ่มต้นของการจัดตั้งบริษัทว่า “ได้มีโอกาสไปรู้จักกับรุ่นพี่ท่านหนึ่ง ซึ่งทำธุรกิจไม้ลามิเนต พอได้เข้าไปทำงานสักระยะ เรียนรู้หลายอย่างจากตรงนั้น จึงได้ตัดสินใจมาเปิดบริษัทของตัวเองในปี 2552 โดยเน้นให้ความสำคัญกับการทำตลาดเพียงแค่พื้นไม้ลามิเนตทั้งหมด โดยซัพพลายให้กับงานโครงการ 100% ไม่ได้จับกลุ่มงานค้าปลีก

จากคุณภาพของงานและบริการทำให้สามารถครองใจผู้ประกอบการในภาคอสังหาริมทรัพย์หรือดีเวลลอปเปอร์มากกว่า 100 โครงการแล้ว นับเป็นจุดแข็งของแอซซาก้าที่เน้นทำตลาดเพียงแค่งานโครงการเท่านั้น จึงกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญหรือเปรียบเสมือนผู้รู้ใจผู้พัฒนาโครงการได้เป็นอย่างดี ความเป็นเลิศได้ถูกบอกกันแบบปากต่อปาก (word of mouth) และทำให้ได้งานมาอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าไม่ได้รุกมาร์เก็ตติ้งอย่างหนักเลยก็ตาม  

ธัญลักษณ์ บอกต่อว่า เราอาจแตกต่างจากผู้ประกอบการายอื่น เพราะบริษัทไม่ใช่เพียงแค่เป็นคนขายสินค้าเท่านั้น แต่ครอบคลุมไปจนถึงงานติดตั้งและบริการที่เข้ามาเกี่ยวข้อง สำหรับเรื่องดังกล่าวเป็นสิ่งที่เน้นย้ำและให้ความสำคัญยิ่ง หรือเพียงแค่มีห้องเปล่าๆ มา แต่บริษัทสามารถทำห้องนั้นให้ออกมาสมบูรณ์ จบงานให้หมด พร้อมเข้าอยู่ได้เลย

ในอดีตการยอมรับของผู้คนอาจยังไม่คุ้นชินกับไม้ลามิเนต เป็นไปได้ว่าเพราะเมืองไทยอยู่กับไม้มาตลอด จะรู้จักก็เพียงแค่ไม้จริงๆ เท่านั้น ขณะที่ในต่างประเทศมองไกลว่าอนาคตหากความต้องการไม้ยังมีอย่างต่อเนื่องเช่นนี้ ก็เท่ากับว่าไม้จะถูกตัดไปใช้หมด ทำให้พัฒนาเป็นไม้ลามิเนต เรียบว่าเป็นวัสดุทดแทน ไม่ต้องไปโค่นต้นไม้ แต่ใช้ไม้ที่เป็นป่าปลูก อายุสั้น เอามาพัฒนาผลิตให้เป็นไม้แผ่น ออกมาเป็นไม้ลามิเนต

สำหรับภาพรวมตลาดในปัจจุบันจะเห็นได้ว่าไม้ลามิเนตได้หลายเป็นแมสไปแล้ว และค่อนข้างมีขนาดใหญ่พอสมควร เนื่องจากทุกโครงการยอมรับ ขณะที่ไม้จริงยังมีอยู่ แต่การหากยากขึ้น ราคาขายแพงมาก ทำให้โครงการต้นทุนสูง ผู้ประกอบการเลือกใช้ไม้ลามิเนต สร้างให้เกิดการเติบโต มีหลายรายสนใจเข้ามากันมากขึ้น จึงเป็นแมสในวงการก่อสร้าง

“จากความมุ่งมั่นของเราตลอดเกือบ 10 ปีมองว่ามาถูกทางแล้ว แม้ว่าการแข่งขันจะค่อนข้างรุนแรงก็ตาม  เพราะหลังจากเป็นแมสก็มีรายใหญ่เข้ามาแชร์ตลาดมากขึ้น แต่เราไม่ได้มองเป็นเรื่องว่าน่ากลัว เนื่องจากมีจุดแข็งตัวเอง ลูกค้ายอมรับของเราอยู่ ส่วนตัวไม่ได้มองว่ายอดขายเป็นเป้าหมายหลัก ไม่ต้องการนำมาเป็นองค์ประกอบในการกดดันพนักงาน แต่มองว่าว่าโครงการต่างๆ เขาจะมีเป้าหมายของเขา ต้องซัพพลายเขาให้ได้ โครงการส่งมากี่หลัง กี่ตารางเมตร เราจะติดตั้งทันไหม ต้องทำตามคอมมิตให้ได้ ทำให้ที่ผ่านมาประสบความสำเร็จ เพราะสามารถซัพพลายได้ตามกำหนด นั่นคงเป็นเป้าหมายของเรามากกว่าเรื่องยอดว่าต้องเติบโตเท่าไหร่”

นับจากวันแรกที่เริ่มก่อตั้งมีชุดช่าง 6 คน พนักงาน 3 คน กระทั่งปัจจุบันเธอคนนี้ได้สร้างการเติบโตให้กับธุรกิจ จนสามารถมีชุดช่าง 150 คน พนักงานเกือบ 20 คนแล้ว “ในส่วนของพนักงานไม่มียอดขายมากดดัน เราให้ทุกคนมีส่วนร่วม รู้แม้กระทั่งราคาขาย ราคาต้นทุน ทำให้พนักงานอยู่ค่อนข้างนาน ส่วนเรื่องของการดูแลลูกค้า ก็เป็นการซัพพลายของตามระยะเวลาและเป้าหมายที่กำหนด รวมถึงเอาตัวเองให้เป็นเหมือนครอบครัวเดียวกันกับลูกค้า เป็นพี่เป็นน้องเขา ไม่ใช่แค่การค้าขาย แต่มองว่าลูกค้าคือคนในครอบครัว
“เป้าหมายการทำงาน คือหากลูกค้าอยากติดตั้งไม้ลามิเนตต้องนึกถึงแบรนด์เรา พื้นไม้มีปัญหาให้นึกถึงเรา  อยากจะได้แบบนี้ต่อเนื่อง สุดท้ายแล้วก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ายอดจะตามกันมาเรื่อยๆ แม้ว่าตัวเลขไม่ได้เป็นเป้าหมายหลักขององค์กร แต่ก็ต้องสร้างให้เติบโต เพื่อดูแลทุกคนได้ควบคู่กันไป” ธัญลักษณ์ กล่าว


เมื่อวานคุยเล่น  เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ  วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด

อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"