'นักร้อง' ย้ายค่าย จากเด็กหญิงเป็ด เข้าค่ายแม้ว สู่อ้อมกอดลุง


เพิ่มเพื่อน    

ศึกชำแหละ ร่างพรบ.งบประมาณพ.ศ.2565 วงเงิน 3.1ล้านล้านบาท ตลอด 3 วัน  3 คืน ในวาระแรก จบลงไปด้วย ผลโหวตที่ฝ่ายรัฐบาลกุมความได้เปรียบ เสียงสมาชิกเห็นชอบ 269 ต่อ 201 คะแนนเสียง แม้ตลอดเวลาการอภิปราย ส.ส.ประชาธิปัตย์ ส.ส.ภูมิใจไทย หลายคน แม้จะยืนในซีก พรรคร่วมรัฐบาล จะรุมถล่ม การจัดงบประมาณของสำนักงบประมาณ โดยกระทบชิ่งไปถึง พรรคพลังประชารัฐ และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อย่างเข้มข้น ในเชิงเนื้อหา 

ไม่เหมาะ ไม่ควร ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ของประเทศ ที่ควรมุ่งเน้นทุ่มสรรพกำลัง แก้ปัญหาโควิด จัดสรรเรื่องวัคซีนให้เพียงพอต่อประชาชน หากสถานการณ์ โควิดคลี่คลาย ย่อมส่งผลต่อ เสถียรภาพทางเศรษฐกิจ ความเชื่อมั่น ให้เริ่มกลับคืนมา ไม่ใช่ไปมุ่งเน้น จัดสรรงบประมาณให้ กระทรวงกลาโหม ที่กำกับดูแลเหล่าทัพต่างๆ อย่างผิดสังเกตุ  

แต่สุดท้าย ‘ก็วงการการเมืองอ่ะนะ’  ภูมิใจไทย ประชาธิปัตย์ ไม่มีใครแตกแถว พร้อมใจกันโหวตสนับสนุน ต่างรู้ดีในบทสรุปสุดท้าย หากงบประมาณถูกคว่ำลงไป อะไรจะตามมา 

แม้ศึกยกนี้จะจบลงด้วย ผลโหวตซีกรัฐบาลกำชัย หลังผลโหวตจบลง เข้าสู่ขั้นตอนการตั้ง กรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาร่างพรบ.งบประมาณพ.ศ.2565 ที่มี โควตาจากทั้งฝั่งรัฐบาล พรรคร่วมรัฐบาล พรรคร่วมฝ่ายค้าน ส่งตัวแทน แยกจำนวนโควตาตามจำนวนส.ส. มานั่งใน กรรมาธิการฯ จำนวนทั้งสิ้น 72คน  

ไฮไลท์ที่เรียกเสียงฮือฮาเล็กๆ หนีไม่พ้น เดอะเรือง-เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ มีชื่อโผล่เข้ามาเป็น กรรมาธิการวิสามัญในชุดใหญ่ ในโควตา พรรคพลังประชารัฐด้วย เป็นคำถามให้ชวนคิด เกิดอะไรขึ้น เหตุใดถึง พลิกข้าง ย้ายขั้ว 360 องศาได้เพียงนี้ 

ย้อนอดีต "เรืองไกร" ในฐานะนักบัญชี นักสอบบัญชี ที่ถือว่ามีความฉมังเชี่ยวชาญคนหนึ่งในระดับประเทศ แถมยังมีความรู้ด้าน นิติศาสตร์ กฎหมาย มีผลงานเป็นที่ประจักษ์มากมาย และได้เคยยื่นเรื่องตรวจสอบไปทั้ง ปปช. รัฐบาล ศาลรัฐธรรมนูญ และองค์กรอื่นๆไม่ว่าจะเป็น คนที่ถูกมองว่า ยืนในซีกเดียวกัน หรือแม้แต่ คนที่ไม่ใช่ขั้วเดียวกัน ต่างเคยถูกเรืองไกร ยื่นตรวจสอบมาแล้วมากมาย  

"เรืองไกร" เคยยื่นฟ้องร้อง สมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี(ในขณะนั้น) จัดรายการโทรทัศน์ชิมไป บ่นไป เป็นการผิดรัฐธรรมนูญมาตรา 267 ในเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่ ในเวลาต่อมา ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้ นายสมัครพ้นจากตำแหน่ง และตามมาด้วยการยุบพรรคพลังประชาชน 

เรืองไกร เคยเป็นที่ปรึกษา หญิงเป็ด-คุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา อดีตผู้ว่าการสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.) จนกระทั่ง คุณหญิงจารุวรรณ อายุ 65ปี ตามกฎหมายต้องลุกจากตำแหน่ง ผู้ว่าการสตง. โดยที่ทั้งกฤษฎีกา และผู้ตรวจการแผ่นดิน ชี้ว่า ต้องพ้นจากตำแหน่ง และหนึ่งในคนที่เรียกร้องให้ออกจากตำแหน่ง แถมยังตรวจสอบเข้มข้นก็คือ เรืองไกร นั่นเอง 

ด้วยความชำนาญการ นักสอบบัญชี ความรู้ทาง นิติศาสตร์ บวกกับ ช่างสังเกตุ ช่างจดช่างจำ ว่ากันว่า เวลาส่วนใหญ่เรืองไกร มักจดจ่อกับการหาข้อมูล สืบค้นข้อมูล แล้วนำมารวบรวมจัดเป็นไฟล์ หากเห็นพฤติการณ์อันใด ไม่ชอบมาพากล จะทำการสืบค้นข้อมูลจากแหล่งที่เข้าถึงได้ ไม่ว่าจะเป็น เว็บไซต์ทางกฎหมาย เว็บไซต์หน่วยงานรัฐ เอกชน เปิดดูระเบียบ ข้อบังคับ กฎหมาย รวมทั้ง สำนักข่าวต่างๆ บันทึกไว้เป็นข้อมูล จัดเก็บแยกเป็นประเภท หมวดหมู่ เพื่อสะดวกต่อการสืบค้น    

และยังหาข้อมูล พวกเอกสารสำคัญต่างๆ โดยอาศัย คอนเนกชั่นที่รู้จักนักการเมืองแทบทุกพรรค ช่วยประสานข้อมูลที่มีผลต่อการทำงาน สืบสวน ไม่ว่าจะมากจาก ชั้นกรรมาธิการ คณะทำงานชุดต่างๆ รวบรวมเป็นข้อมูล 

ในเส้นทางการเมือง "เรืองไกร" จะเคยเป็นอดีตส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ก็เข้าเป็นสมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ และลงสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ แต่ "ไทยรักษาชาติ" ถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรค ก่อนวันเลือกตั้ง ต่อมาก็ได้มาช่วยงาน พรรคเพื่อไทยไม่นานนัก เคยเข้ามาเป็น กรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาร่างพรบ.งบประมาณ2563 แต่ในปี 2564 ชื่อหลุดไปในนาทีสุดท้าย ไม่ได้เข้ามาเป็น กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพรบ.งบประมาณ2564 เมื่อไล่เลียงไปดู เจ้าตัวทราบว่า ถูกสองผู้ยิ่งใหญ่ ในพรรคร่วมกัน เอาชื่อออก เพื่อส่งคนใกล้ชิดบางคน เข้ามาแทน 

เป็นเหตุให้เรืองไกร ทำจดหมายเปิดผนึก ร่ายยาวถึงสาเหตุ ระบุตัวละคร อักษรย่อ ผู้ที่ได้ชื่อว่า น่าจะมีส่วนร่วมที่ทำให้ชื่อตัวเองหลุดไป ไม่เท่านั้น ว่ากันอีกว่า ผลจากครั้งนั้น เรืองไกร ถึงกับจดบันทึกแปะไว้บนหัวนอน เตือนใจตัวเอง วันว. เวลาน. ใครทำอะไรไว้เลยทีเดียว 

ไม่รู้เป็นเพราะสาเหตุนี้หรือเปล่า ภายหลัง บุคคลในพรรคเพื่อไทย ถูกยื่นตรวจสอบ เรียงแถวกันมา  

- เฮียพงษ์-สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย  เฮียพงษ์-สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ที่พบข้อสงสัย พระบูชา นาฬิกา สร้อยคอ อันสงสัยมีมูลค่าเกินกฎหมายกำหนด ได้แจ้งต่อปปช.ไว้หรือไม่  

-ยื่นสอบ บัญชีทรัพย์สิน ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย อันอาจสงสัยว่า นาฬิกาข้อมือที่สวมใส่ ไม่ปรากฎในบัญชีทรัพย์สินที่แจ้งไว้ต่อปปช. 

-ยื่นสอบ 20 ส.ส.หญิง พรรคเพื่อไทย ที่ร่วมกันลงนาม"การทำจดหมายเปิดผนึกถึงอธิบดีศาลอาญา ขอศาลเมตตาคืนสิทธิประกันตัว แนวร่วมกลุ่มราษฎร เรืองไกร มองว่า อาจเข้าข่ายการใช้สถานะ ส.ส. ก้าวก่ายแทรกแซงข้าราชการอันเป็นการฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ มาตรา 185 (1) และเป็นอำนาจของ ป.ป.ช ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 234(1) 

ขณะเดียวกันก๊วน 3 ป. ต่างเคยถูกเรืองไกร ยื่นตรวจสอบอย่างครบถ้วน 

-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เรื่องพระเครื่องที่เคยนำมาแสดงเป็นร้อยองค์ กับบัญชีที่แสดงต่อปปช.แจ้งไว้ไม่ถึงร้อยองค์   

-บิ๊กป้อม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ คงรู้ซึ้งดี เรืองไกร เกาะติดไม่ปล่อย ประเด็นแหวนมารดา นาฬิกา ยืมเพื่อน ชนิดไม่ปล่อย เล่นงานทั้ง พฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติ และมาตรฐานทางจริยธรรม คุณธรรม  

-บิ๊กป๊อก พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ก็ถูกยื่นตรวจสอบ ในความสงสัย ครอบครองจักรยานราคาแพง ได้แจ้งบัญชีทรัพย์สินหรือไม่  

ผลงานในอดีตเพียงบางส่วนที่เป็นที่ประจักษ์ของเรืองไกร ตามสื่อต่างๆ  

 พลันปรากฎข่าว ค่อนข้างแน่ชัดแล้ว "เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ" เข้าไปเป็น หนึ่งในกรรมาธิการวิสามัญร่างพรบ.งบประมาณ2565 ในส่วนพรรคพลังประชารัฐ และเตรียมสมัครเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ ในเวลาอันใกล้ ผู้สื่อข่าวสอบถาม การตรวจสอบในส่วนของรัฐบาล นายกฯ หรือคนอื่นๆเหมือนที่ผ่านมาหรือไม่ นายเรืองไกร ตอบว่า 

‘ยังทำเหมือนเดิม ถ้าเห็นใครทำอะไรไม่ถูกต้อง ก็จะตรวจสอบเหมือนเดิมทั้งในส่วนของรัฐบาล ฝ่ายค้าน และในส่วนของงบกองทัพ จะตรวจสอบเหมือนที่ผ่านมา อย่างงบลับ ในการพิจารณาชั้นกรรมาธิการงบประมาณ ก็จะให้ความสำคัญ’  
 


เมื่อวานคุยเล่น  เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ  วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด

อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"