ตัดสินจำคุก 9 ปี หนุ่มฮ่องกงลองของกฎหมายความมั่นคง


เพิ่มเพื่อน    

คณะผู้พิพากษาศาลฮ่องกงตัดสินลงโทษจำคุก 9 ปี "ตง อิงกิต" อดีตบริกรหนุ่มวัย 24 ปี จากความผิดฐานยุยงแบ่งแยกดินแดนและมีพฤติการณ์ก่อการร้าย เป็นจำเลยคนแรกที่ถูกตัดสินว่ามีความผิดและโดนลงโทษจำคุกตามกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติที่จีนออกมาบังคับใช้ในฮ่องกงเมื่อปีที่แล้ว

แฟ้มภาพ ตง อิงกิต ถูกนำตัวมาขึ้นศาลเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2564 (Getty Images)

    รายงานของเอเอฟพีและรอยเตอร์เมื่อวันศุกร์ที่ 30 กรกฎาคม 2564 กล่าวว่า หนุ่มฮ่องกงรายนี้ถูกกล่าวหาว่าขี่รถจักรยานยนต์พุ่งเข้าชนตำรวจ 3 นาย พร้อมกับแสดงธงประท้วงที่มีคำขวัญว่า "ปลดปล่อยฮ่องกง ปฏิวัติแห่งยุคสมัยของเรา" ขณะร่วมการชุมนุมประท้วงเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2563 หนึ่งวันภายหลังกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติฉบับใหม่นี้มีผลบังคับใช้

    คณะผู้พิพากษา 3 ท่าน ซึ่งมาจากการแต่งตั้งโดยแคร์รี หล่ำ หัวหน้าคณะผู้บริหารเขตปกครองพิเศษฮ่องกง ตัดสินเมื่อวันอังคารที่่ผ่านมาว่า คำขวัญนี้ "สามารถยุยงให้คนอื่นกระทำการแบ่งแยกดินแดนได้" เขายังมีความผิดอีกกระทงฐานมีพฤติการณ์ก่อการร้าย โดยคณะผู้พิพากษากล่าวว่ารถจักรยานยนต์ของเขาอาจเป็นอาวุธร้ายแรงและการกระทำของเขาเจตนาท้าทายตำรวจ

    ในคำพิพากษาโทษเมื่อวันศุกร์ คณะผู้พิพากษาตัดสินลงโทษจำคุกเขา 6 ปีครึ่ง ฐานยุยงการแบ่งแยกดินแดน และอีก 8 ปีสำหรับความผิดฐานก่อการร้าย แต่โทษจำคุก 2 ปีครึ่งให้นับรวมต่อกันไป รวมแล้วเขาจะถูกจำคุก 9 ปี

    คำพิพากษาแบบลายลักษณ์อักษรกล่าวว่า ศาลพิจารณาแล้วว่าโทษจำคุกโดยรวมทั้งหมดนี้สะท้อนการเป็นผู้กระทำความผิดของจำเลยในความผิดทั้ง 2 กระทงได้เพียงพอ ในขณะเดียวกันก็ส่งผลต่อการยับยั้งตามความจำเป็นด้วย

    ด้านไคลฟ์ กรอสส์แมน ทนายความของตง ซึ่งปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา กล่าวกับนักข่าวด้านนอกศาลว่า เขาจะอุทธรณ์ทั้งคำตัดสินและคำพิพากษาโทษของลูกความ

    กลุ่มสิทธิมนุษยชนวิจารณ์คำตัดสินคดีนี้ว่า กลายเป็นขีดจำกัดใหม่ของเสรีภาพในการพูด รวมถึงการไต่สวนพิจารณาคดีที่สร้างแบบอย่างใหม่ที่ขัดแย้งต่อกฎหมายจารีตประเพณี ด้วยการไม่แต่งตั้งคณะลูกขุน

    ยามินี มิชรา ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกของแอมเนสตีอินเตอร์เนชันแนล กล่าวว่า การตัดสินจำคุกตง 9 ปี ยืนยันความหวั่นเกรงที่ว่า กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติมิได้เป็นเพียงเครื่องมือฝังความหวาดกลัวในหมู่ผู้ที่วิจารณ์รัฐบาลในฮ่องกงเท่านั้น แต่ยังเป็นอาวุธที่จะถูกใช้จองจำพวกเขา

    ตงเป็นจำเลยคนแรกที่โดนดำเนินคดีตามกฎหมายนี้ และยังถูกตัดสินว่าผิดจนนำไปสู่การลงโทษจำคุก ถึงขณะนี้ทางการฮ่องกงตั้งข้อหาบุคคลภายใต้กฎหมายฉบับเดียวกันนี้แล้วมากกว่า 60 คน ซึ่งรวมถึงนักเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตยที่มีชื่อเสียงหลายคน เช่น จิมมี ไหล่ เจ้าของหนังสือพิมพ์แอปเปิลเดลีที่ยุบไปแล้ว

    คำตัดสินคดีของตงเกิดในช่วงเวลาเดียวกับที่ตำรวจและศาลฮ่องกงดำเนินคดีกับนักเคลื่อนไหวหลายราย ไม่กี่ชั่วโมงก่อนคำตัดสินจำคุกตง โจว ฮั่ง ถง ทนายความและนักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยอีกคน ขึ้นศาลปฏิเสธความรับผิดข้อหากระตุ้นให้ชาวฮ่องกงร่วมรำลึกวันครบรอบเหตุการณ์นองเลือดที่จัตุรัสเทียนอันเหมิน โดยเธอกล่าวต่อศาลว่า การไว้ทุกข์ไม่ใช่อาชญากรรม

    อีกฝั่งหนึ่งของเมือง เบนนี ไท่ อาจารย์นิติศาสตร์ที่เป็นแกนนำชุมนุมประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยปี 2547 และเคยโดนจำคุกแล้วหลายครั้งเพราะการเคลื่อนไหวของเขา โดนหน่วยงานต่อต้านคอร์รัปชันตั้งข้อหาใหม่เพิ่ม ขณะนี้เขาโดนคุมขังด้วยข้อหาด้านความมั่นคงที่ไม่อนุญาตให้ประกันตัว และในศาลอีกแห่งของฮ่องกง ทัม ทักฉี ดีเจวิทยุกำลังถูกไต่สวนข้อหาปลุกระดมตามกฎหมายยุคอาณานิคม จากการใช้คำขวัญประท้วงในปีที่แล้ว ซึ่งรวมถึงคำขวัญว่า ปลดปล่อยฮ่องกง ปฏิวัติแห่งยุคสมัยของเรา

    ในวันศุกร์ ตำรวจฮ่องกงยังประกาศด้วยว่า พวกเขากำลังสอบสวนแฟนกีฬาโอลิมปิกที่โห่เพลงชาติจีนและร้องตะโกนกลบเสียงเพลงระหว่างการถ่ายทอดเกมกีฬาผ่านจอทีวีในศูนย์การค้าแห่งหนึ่งเมื่อวันจันทร์ ที่อาจเป็นความผิดตามกฎหมายที่ห้ามการดูหมิ่นเพลงชาติและธงชาติจีนซึ่งผ่านสภาฮ่องกงเมื่อปีที่แล้ว

    เจ้าหน้าที่กล่าวกันด้วยว่า มีวัยรุ่น 1 คน และชายวัย 26 ปีอีกคน โดนจับกุมฐานข่มขู่ทางอาญา จากการโพสต์ทางเฟซบุ๊ก เรียกร้องผู้บริโภคบอยคอตผู้ลงโฆษณาในสถานีข่าวแห่งหนึ่งของฮ่องกง ที่นักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยหลายคนมองว่าฝักใฝ่รัฐบาล.


พี่ "หมอเดชา" ของผม.... "นาวาโทเดชา สุขารมณ์" ท่านจากไปโดยสงบเสียแล้ว เห็นข่าวใจหายแวบ! เพราะท่านคือ "พี่หมอที่เคารพ" ของผมมายาวนานไม่ต่ำกว่า ๕๐ ปี ทั้งข้าว น้ำ รอยยิ้ม และรักที่มีให้ ฝังใจจำตลอด

"ข่าวนิมิต" ๒ ป.แตกกัน
๑๙ กันยา."วันรำลึกโกง"
ลับแล"ยุติธรรมที่ล่าช้า"
กกต.เปิดยอดเงินบริจาคพรรคการเมืองเดือนก.ค.รวม 12 พรรค 'ภูมิใจไทย'รับสูงสุด 2 ล้าน
"หดหัวในกระดอง"?!
"ทุบโต๊ะ" แค่คิดก็ "พัง" แล้ว