จับรองปธ.สภาอบต.แจ้งความเท็จกุเรื่องถูกปล้นรถยนต์


   

วันที่ 14 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงบ่ายวานนี้ (13 มิ.ย.) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ ได้จับกุมนายธนกฤต (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 52 ปี  ซึ่งเป็นรองประธานสภา อบต.ชื่อดังแห่งหนึ่ง จ.นครราชสีมา ฐานแจ้งความเท็จ หลังจากเมื่อช่วงเที่ยงวันที่ 13 มิ.ย. นายธนกฤตได้เข้าแจ้งความตำรวจว่าถูกคนร้ายเป็นชาย 2 คนใช้อาวุธปืนไม่ทราบขนาด ดักจี้ชิงรถยนต์ยี่ห้อมาสด้า 4 ประตู สีดำของตนเองไปตอนกลางวันแสกๆที่บริเวณถนนทางเข้าวัดชลประทานราษฎร์ดำริ ต.สูงเนิน อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ ขณะที่กำลังจะขับรถไปดูงานรับเหมาถมดินที่ จ.สุรินทร์

หลังได้รับแจ้ง เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบก็ลงพื้นที่ ตรวจสอบจุดเกิดเหตุทันที  พร้อมสอบถามข้อมูลจาก นายธนกฤตที่แจ้งความว่า ถูกคนร้ายจี้ชิงรถเพื่อเป็นข้อมูลเบาะแสในการติดตามตัวคนร้าย แต่ขณะเจ้าหน้าที่สอบถามข้อมูลรายละเอียดรูปพรรณคนร้าย รวมถึงลักษณะการลงมือก่อเหตุ และเส้นทางที่คนร้ายหลบหนี  แต่ทางนายธนกฤตกลับแสดงอาการพิรุธหลายอย่าง จึงได้เค้นสอบถามนายธนกฤต จนสุดท้ายก็ยอมรับสารภาพว่าเป็นเรื่องโอละพ่อที่ตนเองได้กุขึ้นเอง ไม่ได้มีเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเลย

แต่ที่เข้าแจ้งความกับตำรวจ เพราะต้องการใบแจ้งความว่าถูกจี้ชิงรถ ไปเป็นหลักฐานประกอบการยื่นบริษัทประกันภัยเพื่อต้องการเคลมประกัน เนื่องจากนายธนกฤตได้นำรถยนต์ไปจำนำแต่หมุนเงินไม่ทันทำให้รถหลุดจำนำ จึงได้ออกอุบายสร้างเรื่องขึ้นดังกล่าว แต่สุดท้ายไม่รอดถูกจับกุมเสียเอง

ด้าน พ.ต.ท.ประพันธ์ ขำอเนก สารวัตรสอบสวน สภ.กระสัง เผยว่าหลังได้รับแจ้งจากนายธนกฤต ก็ได้รายงานให้ พ.ต.อ.สุชาติ ละลี ผกก.สภ.กระสัง รับทราบ ก่อนจะลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุตามที่ได้รับแจ้งทันที

เมื่อไปถึงก็พบนายธนกฤต ซึ่งแสดงตัวว่าเป็นผู้เสียหายที่แจ้งความว่าถูกจี้ชิงรถ ก็ได้ทำการสอบถามรายละเอียดเพื่อหาข้อมูลเบาะแสในการติดตามตัวคนร้าย แต่ด้วยประสบการณ์ทำงานของชุดสืบสวนมาหลายปี ก็สังเกตพบพิรุธหลายอย่างที่ค่อนข้างขัดแย้งกับข้อเท็จจริง จึงได้พยายามสอบถามอย่างละเอียด จนในที่สุด นายธนกฤต ก็ยอมเปิดปากรับสารภาพว่าไม่เป็นความจริง ตนเองกุเรื่องขึ้นทั้งหมด เพียงเพราะต้องการใบแจ้งความไปเป็นหลักฐานยื่นบริษัทประกันภัยเท่านั้น จึงได้ควบคุมส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยเบื้องต้นถูกแจ้งข้อหา “แจ้งความเท็จ”

ทั้งนี้ ยังได้ฝากเตือนประชาชน หรือผู้ที่คิดจะสร้างเรื่องแล้วมาแจ้งความเท็จ เพื่อหวังประโยชน์อย่างหนึ่งอย่างใดนั้นไม่ควรกระทำเป็นอย่างยิ่ง เพราะนอกจากจะทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องออกไปตรวจสอบจุดเกิดเหตุ หาเบาะแสติดตามตัวคนร้ายทั้งที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริง แทนที่จะได้ใช้เวลาไปทำหน้าที่ดูแลทุกข์สุขประชาชน หรือติดตามคดีอื่นๆที่เกิดขึ้นจริงดีกว่า ซึ่งผู้ที่แจ้งความเท็จก็จะมีความผิดตามกฎหมายด้วย


พรุ่งนี้ (๑๙ ตุลา ๖๑)ใครเบื่อ "นั่งกิน" ข้าวเที่ยงจำเจ ก็แวะมา "ยืนกิน" ที่ไทยโพสต์นี่นะ จะเป็นมงคลมาช่วยเลือกชิมกันหน่อย เพราะปีนี้ "พระโคเสี่ยงทาย" กินน้ำ-หญ้า-สุรา ขึ้นรอบปีที่ ๒๓ ไทยโพสต์ ข้าวปลาอาหาร จึงกระเดียดไปทาง มากันมากเป็นพิเศษ

ตามรอย '๑๓ หมูป่าท่องโลก'
คำว่า 'สืบทอดอำนาจ' มาอีกแล้ว
'ยุทธศาสตร์ชาติ' ฉบับชาวบ้าน
เงาสะท้อน 'ประเทศ' วันนี้
"พ่อ-แม่" รังแก "โอ๊ค"?
'บวกทั้งประเทศ' ที่จะเป็นจริง