ขบวนองค์กรชุมชนจัดทำแผนยุทธศาสตร์ชาติ  10 ปี ด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม


เพิ่มเพื่อน    

สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน/ พอช.จัดสัมมนาขบวนองค์กรชุมชนกับการเชื่อมโยงยุทธศาสตร์ชาติ  และจัดทำแผนยุทธศาสตร์ด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม  ระยะ 10 ปี (พ.ศ.2562-2571) เป้าหมายเพื่อสร้างความเป็นธรรม  ลดความเหลื่อมล้ำในทุกมิติ  ‘เอ็นนู’ ประธานคณะจัดทำยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างโอกาสฯ เผยจะนำข้อเสนอและความเห็นของผู้แทนขบวนองค์กรชุมชนไปจัดทำร่างยุทธศาสตร์ให้แล้วเสร็จภายในกันยายนนี้  และจะนำเสนอ ครม.-สนช.พิจารณาได้ภายในช่วงต้นปีหน้า

                ตามที่รัฐบาลได้แต่งตั้งคณะกรรมการจัดทำร่างยุทธศาสตร์ชาติ  6 ด้าน  ประกอบด้วย 1.ด้านความมั่นคง  2.ด้านความสามารถในการแข่งขัน  3.ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์  4.ด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม  5. ด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม  และ 6.ด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ  โดยให้ประชาชนทุกภาคส่วนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดทำร่างยุทธศาสตร์ชาติ  เพื่อนำยุทธศาสตร์ทั้ง 6 ด้านไปปฏิรูปประเทศตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ต่อไป

                ล่าสุดวันนี้ (13 กรกฎาคม)  ที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ถนนนวมินทร์  เขตบางกะปิ  กรุงเทพฯ  มีการจัดสัมมนาขบวนองค์กรชุมชนกับการเชื่อมโยงยุทธศาสตร์ชาติ  และการระดมความเห็นจากผู้แทนขบวนองค์กรชุมชนทั่วประเทศ  เพื่อนำมาจัดทำร่างแผนยุทธศาสตร์ชาติด้านที่ 4  การสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม  ระยะ 10 ปี  (พ.ศ.2562-2571) โดยมีผู้แทนขบวนองค์กรชุมชนทั่วประเทศ  และคณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคเข้าร่วมประมาณ  60 คน

นายเอ็นนู  ซื่อสุวรรณ  ประธานคณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม   กล่าวว่า  เป้าหมายการพัฒนาประเทศโดยรวมตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20  ปี  ประกอบด้วย 1.ประเทศชาติมั่นคง  2.เศรษฐกิจเติบโตอย่างต่อเนื่อง  3.ประชาชนมีความสุข  4.สังคมเป็นธรรม  และ 5.ฐานทรัพยากรธรรมชาติยั่งยืน

ส่วนยุทธศาสตร์ชาติด้านที่ 4  การสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม  มีขอบเขตเกี่ยวกับผู้สูงวัย  ความยากจน  คนด้อยโอกาส  บริการสาธารณสุข  ประชารัฐ  ตลาดชาวบ้าน  เศรษฐกิจฐานราก  เศรษฐกิจพอเพียง  ความเข้มแข็งของสังคม   โดยมีเป้าหมายระยะยาว  คือ  1.สร้างความเป็นธรรม  และลดความเหลื่อมล้ำในทุกมิติ  2.กระจายศูนย์กลางความเจริญทางเศรษฐกิจและสังคม  เพิ่มโอกาสให้ทุกภาคส่วนเข้ามาเป็นกำลังการพัฒนาประเทศในทุกระดับเพื่อสร้างความสมานฉันท์  และ 3.เพิ่มขีดความสามารถของชุมชนท้องถิ่นในการพัฒนาตนเองและการจัดการตนเองเพื่อสร้างสังคมคุณภาพ

                        นายเอ็นนู  ซื่อสุวรรณ  ประธานคณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างโอกาสฯ

ส่วนประเด็นยุทธศาสตร์ชาติด้านที่ 4  มี 4 ประเด็นหลัก  คือ 1.การลดความเหลื่อมล้ำ  สร้างความเป็นธรรมในทุกมิติ  เช่น  การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจฐานราก  การปฏิรูประบบภาษีและการคุ้มครองผู้บริโภค  กระจายการถือครองที่ดินและการเข้าถึงทรัพยากร  ฯลฯ  2.การกระจายศูนย์กลางความเจริญทางเศรษฐกิจ  สังคม  และเทคโนโลยี  เช่น  การพัฒนาศูนย์กลางความเจริญในด้านต่างๆ ไปสู่ภูมิภาค  กำหนดแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของแต่ละกลุ่มจังหวัดในมิติต่างๆ  จัดระบบเมืองที่เอื้อต่อการสร้างชีวิตและสังคมที่มีคุณภาพและปลอดภัย  เพื่อตอบสนองต่อสังคมสูงวัยและการขยายตัวของเมืองในอนาคต  ฯลฯ

 3.การเสริมสร้างพลังทางสังคม  เช่น  สร้างสังคมที่เข้มแข็ง  แบ่งปัน  ไม่ทอดทิ้งกัน  และมีคุณธรรม  การรองรับสังคมสูงวัยอย่างมีคุณภาพ  ส่งเสริมความเสมอภาคทางเพศและบทบาทของสตรีในการสร้างสรรค์สังคม  ฯลฯ  และ 4.เพิ่มขีดความสามารถของชุมชนท้องถิ่นในการพัฒนาตนเองและการจัดการตนเอง  เช่น  ส่งเสริมการปรับพฤติกรรมในระดับครัวเรือน  ให้มีขีดความสามารถในการวางแผนชีวิต  สุขภาพ  ครอบครัว  การเงิน  และอาชีพ  สร้างการมีส่วนร่วมของภาคส่วนต่างๆ เพื่อสร้างประชาธิปไตยชุมชน

นายเอ็นนูกล่าวในตอนท้ายว่า  ข้อเสนอของผู้แทนขบวนองค์กรชุมชนที่ได้จากการสัมมนาในวันนี้จะนำไปรวมกับข้อเสนอจากหน่วยงานต่างๆ  เพื่อนำไปจัดทำร่างยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคมต่อไป  โดยคาดว่าจะจัดทำร่างฯ ดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายในเดือนกันยายนนี้  หลังจากนั้นจะนำเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาและอนุมัติ  และเข้าสู่การพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้ภายในช่วงต้นปี 2562 

                                                                         นายอัมพร  แก้วหนู  รอง ผอ.พอช.

นายอัมพร  แก้วหนู  รองผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน  กล่าวว่า  การวางแผนงานเพื่อจัดทำยุทธศาสตร์ชาติจะต้องมีข้อมูลที่ถูกต้อง  หากข้อมูลไม่ถูกต้องก็จะทำให้การวางแผนงานผิดพลาด  นอกจากนี้จะต้องคำนึงถึงสถานการณ์สำคัญที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงในช่วง 10 ปีข้างหน้าเพื่อนำมาใช้ประกอบในการวางแผน  เช่น ประชากรสูงอายุของประเทศไทยจะเพิ่มมากขึ้น  ในขณะที่คนเกิดใหม่จะน้อยลง  ส่งผลให้โรงเรียนและมหาวิทยาลัยจะปิดตัวลง  โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยเอกชน,   โครงข่ายรถไฟความเร็วสูงทั่วประเทศ  และการเชื่อมโยงทางรถไฟอาเซียนและอินเดีย  ซึ่งอาจจะส่งผลทำให้เกิดอาชญากรรมเพิ่มมากขึ้น,   การนำหุ่นยนต์มาทดแทนแรงงานในโรงงาน  ทำให้จำนวนคนตกงานเพิ่มมากขึ้น  คนงานถูกกดค่าแรง  เกิดปัญหาอื่นๆ ติดตามมา,  จำนวนนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกที่มาเมืองไทยเพิ่มขึ้นเป็นปีละ 40 ล้านคน  ซึ่งจะส่งผลกระทบในด้านต่างๆ ฯลฯ

 

ในช่วงบ่ายของการสัมมนา   ผู้แทนขบวนองค์กรชุมชนทั่วประเทศได้แบ่งกลุ่มย่อยเพื่อเสนอความเห็น  และจะนำความเห็นและข้อเสนอของแต่ละกลุ่มมาประมวลผลและสังเคราะห์  และนำเสนอต่อคณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม  เพื่อนำไปรวบรวมจัดทำเป็นร่างยุทธศาสตร์ชาติด้านที่ 4 (ด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม) ต่อไป

สำหรับข้อเสนอและความเห็นของผู้แทนขบวนองค์กรชุมชนที่เข้าร่วมสัมมนามีทั้งหมด  5  ด้าน  ดังนี้  1.การสื่อสาร  เทคโนโลยีสารสนเทศ  องค์ความรู้  ข้อมูลข่าวสาร  มีข้อเสนอ  เช่น  จัดตั้งศูนย์ข้อมูลและสารสนเทศระดับตำบล  เป้าหมาย 6,000 ตำบล  ภายใน 10 ปี  ฯลฯ

2.การถือครองที่ดินและการเข้าถึงทรัพยากร การจัดระบบเมืองที่เอื้อต่อการสร้างชีวิตและสังคมที่มีคุณภาพ  มีข้อเสนอ   เช่น  กระจายการถือครองที่ดิน  ออกกฎหมายจำกัดการถือครองที่ดิน  และผลักดันให้มีการใช้กฎหมายอย่างแท้จริง, มีการสำรวจข้อมูลที่ดินทุกประเภทก่อนที่รัฐจะประกาศใช้  ฯลฯ

3.สร้างหลักประกันทางสังคมที่ครอบคลุมและเหมาะสมกับคนทุกช่วงวัย  ทุกเพศภาะ  และทุกกลุ่ม  มีข้อเสนอ  เช่น  ผลักดันร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมระบบสวัสดิการชุมชน, แต่งตั้งคณะทำงาน พ.ร.บ.ส่งเสริมระบบสวัสดิการฯ, การขับเคลื่อนตามรัฐธรรมนูญ  เรื่องสิทธิชุมชน  ฯลฯ

4.การสร้างสังคมเข้มแข็งที่แบ่งปัน  ไม่ทอดทิ้งกัน  และมีคุณธรรม  มีข้อเสนอ  เช่น  ส่งเสริมการใช้สภาองค์กรชุมชนเป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนงานในระดับพื้นที่และการผลักดันข้อเสนอเชิงนโยบาย, พัฒนาผู้นำชุมชนในมิติต่างๆ  และพัฒนาให้เป็นผู้นำมืออาชีพ, สร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนในการพัฒนาชุมชนท้องถิ่น

5.ส่งเสริมการปรับพฤติกรรมในครัวเรือน ให้มีขีดความสามารถในการวางแผนชีวิต  สุขภาพ  ครอบครัว  งานเงิน  และอาชีพ  มีข้อเสนอ  เช่น  สร้างเศรษฐกิจชุมชนครบวงจร  คือ  เกษตร  แปรรูป  ท่องเที่ยว  และการตลาด  โดยมีฐานข้อมูลการผลิตและการตลาดให้ครอบคลุมทุกหมู่บ้านทุกตำบล,  เสนอให้มีหน่วยงานรับผิดชอบเรื่องการจัดทำฐานข้อมูลโดยตรง  โดยมีบทบาทร่วมกับกระทรวงพาณิชย์   เชื่อมโยงข้อมูลด้านการผลิต  การตลาด,  สร้างระบบเครือข่าย  การรวมกลุ่มผลิต  แปรรูป  จำหน่าย  มีศูนย์กระจายสินค้าระดับจังหวัด  ฯลฯ

 

 

 


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.