เพื่อสุขภาพที่ดีของวัยเกษียณ ปฏิบัติตามคำเตือนการอพยพ


เพิ่มเพื่อน    

(เลี่ยงการเคลื่อนย้ายผู้สูงอายุติดเตียงโดยการแบก อุ้ม หรือหิ้ว เพราะอาจจะยิ่งทำให้ได้รับบาดเจ็บจากการเคลื่อนย้าย)

    จากคำเตือนของกรมอุตุนิยมวิทยาเกี่ยวกับภาวะน้ำท่วมในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันตกนั้น นอกจากคนทั่วไปแล้ว บ้านไหนที่มีผู้สูงอายุอาศัยอยู่ด้วยยิ่งต้องให้การระมัดระวัง เพื่อเตรียมเคลื่อนย้ายคุณตาคุณยายและข้าวของออกไปจากพื้นน้ำท่วมตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อป้องกันผลเสียด้านสุขภาพที่อาจตามมา 

(นพ.ประพันธ์ พงศ์คณิตานนท์)

    นพ.ประพันธ์ พงศ์คณิตานนท์ ผู้อำนวยการสถาบันเวชศาสตร์ สมเด็จพระสังฆราชญาณสังวรเพื่อผู้สูงอายุ กรมการแพทย์ ให้ข้อมูลในการเตรียมตัวอพยพหนีน้ำท่วม ตลอดจนการเฝ้าระวังโรคที่มาพร้อมกับน้ำท่วมขังช่วงหน้าฝนนี้
    นพ.ประพันธ์ให้ข้อมูลว่า “สำหรับการเตรียมตัวเพื่ออพยพเคลื่อนย้ายผู้สูงอายุที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมนั้น ต้องแยกออกเป็น 2 กลุ่ม คือผู้สูงอายุที่ป่วยติดเตียง และรายที่ยังสามารถเคลื่อนไหวตัวเองได้ เริ่มจาก “ผู้สูงวัยป่วยติดเตียง” ที่ลูกหลานหรือญาติที่ดูแลจะต้องเตรียมอุปกรณ์สำหรับเคลื่อนย้ายไว้ให้พร้อม อาทิ “เปลเคลื่อนที่” หรือ “รถเข็น” หลีกเลี่ยงการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยกลุ่มดังกล่าวในลักษณะของการหิ้วหรือแบก เพราะอาจทำให้ได้รับบาดเจ็บมากขึ้นไปอีก หากว่าบางรายมีแผลกดทับเรื้อรังที่บริเวณหลัง ที่สำคัญต้องอพยพตั้งแต่เนิ่นๆ ไม่จำเป็นต้องรอให้มีน้ำท่วมขังก่อนแล้วจึงค่อยพาท่านออกจากบ้าน เพราะนั่นอาจทำให้การเคลื่อนย้ายเป็นไปด้วยความยากลำบากยิ่งขึ้น ที่ลืมไม่ได้ควรเตรียมยาโรคประจำตัวที่จำเป็นสำหรับผู้สูงอายุไปด้วยทุกครั้ง
    ในส่วนของ “ผู้สูงอายุที่เคลื่อนไหวได้ปกติ” ที่อาจจะมีข้อกำจัดในเรื่องของการ “ห่วงทรัพย์สินภายในบ้าน” กระทั่งไม่ยอมออกไปนั้น หากเป็นรายที่สามารถพูดคุยเจรจากันด้วยเหตุผลได้ ลูกหลานก็สามารถบอกด้วยเหตุและผลถึงการเคลื่อนย้ายในครั้งนี้ แต่ถ้าท่านใดไม่ยอมฟัง ก็แนะนำว่าให้ลูกหรือหลานที่ท่านรักบอกว่า “จะพาท่านออกไปหาหมอเพื่อตรวจอาการของโรค ผู้สูงอายุก็จะยอมทำตาม” และเมื่ออพยพออกมาจากพื้นที่น้ำท่วมแล้ว ก็ให้ลูกหลานที่ท่านรักมากที่สุดคอยดูแลอยู่ตลอดเวลา โดยต้องไม่ปล่อยให้ท่านอยู่กับคนอื่นเพียงลำพัง เพราะนั่นจะทำให้ท่านอยากกลับเข้าไปในบ้านที่น้ำท่วมอีกครั้ง เพราะห่วงทรัพย์สินนั่นเอง


    ทั้งนี้ ผู้สูงอายุที่ต้องเผชิญอยู่ใน “แหล่งน้ำท่วมขัง” ตลอดเวลา ภายหลังจากการอพยพเคลื่อนย้ายหนีน้ำแล้วนั้น ลูกหลานเองก็ควรให้ความใส่ใจในการดูแลสุขภาพของผู้สูงวัย โดยเฉพาะ “โรคท้องร่วง” ที่มักพบได้ในช่วงหน้าฝน และบ้านเรือนตั้งอยู่ในน้ำแช่ขัง ซึ่งจะเป็นแหล่งรวมของเชื้อโรคทางเดินอาหาร ที่ผู้สูงอายุได้รับจากการเดินย่ำ หรือมือไปสัมผัสโดนน้ำเน่าเสียเป็นเวลานานๆ ถ้าเป็นไปได้ก็ไม่ควรยืนหรือเดินแช่เท้าในน้ำ และต้องรีบล้างมือ-เท้าให้สะอาดโดยเร็วที่สุด อีกทั้งต้องผึ่งลมให้แห้งโดยเร็ว
    รองลงมือคือ “โรคน้ำกัดเท้า” เนื่องจากเชื้อโรคมักจะปนอยู่ในน้ำเน่าเสีย และยิ่งผู้สูงอายุที่ป่วยโรคเบาหวาน ยิ่งต้องเลี่ยงการเดินลุยน้ำแช่ขังให้มากที่สุด หรือหาอุปกรณ์สำหรับพันเท้า เช่น การสวมถุงพลาสติก หรือรองเท้าบูต เพื่อไม่ให้เท้าสัมผัสน้ำ เพราะจะเสี่ยงต่อแผลเน่าเปื่อย คัน และติดเชื้อเรื้อรังในรายที่มีบาดแผลที่เท้าอยู่ก่อนแล้ว นอกจากนี้ยังพบผู้สูงอายุ “เกิดภาวะอ่อนเพลีย” ช่วงน้ำท่วมขังจากการที่ดื่มน้ำน้อย ซึ่งจะส่งผลให้ความดันโลหิตสูงได้ เนื่องจากเลือดมีความหนืดข้น จึงไปกระตุ้นให้ระดับความดันทำงานหนักมากขึ้น ถ้าเป็นไปได้ให้ผู้สูงอายุหมั่นจิบน้ำต้มสุก หากต้องอาศัยอยู่ในพื้นที่น้ำท่วมขังเป็นเวลานานๆ.


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.