‘แพท ณปภา’ยิ้มร่า หลังสามีได้ประกันตัว


เพิ่มเพื่อน    

 

          เมื่อช่วงเช้าศาลชั้นต้นได้ตัดสินให้ เบนซ์ เรซซิ่ง หรือ อัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญ สามีของ แพท-ณปภา ตันตระกูล จำคุก 8 ปี ในความผิดฐานร่วมกันฟอกเงินเกี่ยวกับยาเสพติดของเครือข่ายบอย นาคคำ

          หลังจากนั้นทางด้านครอบครัวก็ได้มีการยื่นคำร้องขอประกันตัว และศาลก็มีคำสั่งอนุญาต โดยตีราคาประกัน 1 ล้านบาท พร้อมให้ติดกำไลข้อเท้าอิเล็กทรอนิกส์ (กำไล EM) และห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักร เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล โดยคาดว่าจะมีการปล่อยตัว ประมาณ  20.00 น. ของวันนี้

          ซึ่งเมื่อทางแพท ณปภา ที่กำลังทำงานอยู่ ได้ทราบข่าวดีนี้ถึงกับยิ้มแก้มปริ พร้อมยืนยันว่ายังรักสามี แต่ทิศทางอนาคตจะเป็นยังไงต่อไป หลังจากนี้คงต้องคุยกัน

          "แพททราบเรื่องตอนประมาณ 4 โมงกว่าๆ เห็นว่าเวลามันล่วงเลยมาสักระยะแล้วก็เลยโทรไปถามคุณแม่สามี ซึ่งท่านก็ให้ข่าวว่าประกันตัวได้แล้ว แพทก็เลยบอกท่านว่า โอเคเลยค่ะแม่ และหลังจากนี้เราควรจะทำยังไงต่อ เพราะแพทเองก็อยากจะไปรับเขา คือถ้าเสร็จจากงานนี้ แพทก็ยังเหลืออีกแค่หนึ่งงานที่รับไว้เท่านั้นเอง

          ที่ผ่านมาเรายื่นประกันบ่อยมากๆ และเราก็จะรู้อยู่แล้วว่าเวลาโดยประมาณที่จะรู้ผลก็คือ ช่วง 4 โมงครึ่ง ถึง 5 โมง ซึ่งมันก็เลยทำให้แพทแอบเอะใจเล็กๆ ว่าเอ๊ะทำไม 4 โมงกว่าแล้วยังไม่มีข่าว เพราะฝั่งนั้นยังไม่โทรมาบอก แพทก็เลยตัดสินใจโทรไปหาคุณแม่พี่เบนซ์อย่างที่เล่าไป  ถามว่าแพทรู้สึกยังไง จริงๆ ก็แอบลุ้นอยู่แล้วนะคะ เพราะด้วยรูปคดีต่างๆ แพทก็แอบคิดคนเดียวว่าน่าจะประกันได้

          แพทคิดว่าเขาน่าจะเป็นคนที่อยากได้อิสรภาพมากที่สุด แต่สำหรับตอนนี้แพทเองก็ชินแล้ว ชินกับการที่ได้อยู่กับลูกแบบนี้ มันจึงทำให้แพทรู้สึกว่าคนที่น่าจะดีใจที่คือเขาและครอบครัวเขามากกว่า เมื่อช่วงเช้าที่ไปหาก็มีโอกาสได้คุยกัน เขาก็บอกว่าเขารออย่างเดียวเลย เขามีความหวังมากว่าเย็นนี้เขาจะได้กลับบ้าน เขาต้องได้กลับบ้าน แพทก็เลยบอกเขากลับไปว่า โอเคเย็นนี้เราจะได้กลับไปบ้านพร้อมๆ กัน

          กลัวไหมว่าวันนี้จะไม่ได้ประกันตัว คือที่ผ่านมาเราเคยผ่านช่วงเวลานี้มาหลายครั้งมาก เพราะหลายๆ ครั้งเราเองก็ยื่นประกันและมันก็ไม่ได้ มีหวังทุกครั้งและก็ไม่ได้ รวมถึงครั้งนี้ด้วย คือต่อให้ทุกคนจะมั่นใจแค่ไหน แต่ใจแพทเองก็ยังแอบรู้สึกว่าอย่าหวังเยอะ เพราะมันไม่ใช่การประกันตัวครั้งแรก และเราก็ทำกันมาอย่างนี้นับครั้งไม่ถ้วนแล้ว เรียกว่าทำใจไว้บ้างมันก็ดีเหมือนกัน ดีกว่าที่จะต้องผิดหวัง ซึ่งทางพี่เบนซ์เอง แพทก็รู้สึกนะว่าต่อให้เขาพูดว่าคืนนี้เจอกัน แต่ลึกๆ เขาก็แอบทำใจไว้ครึ่งหนึ่งเหมือนกันค่ะ

          หลังจากนี้จะทำยังไงต่อ ตอนนี้ยังนึกไม่ออกเลยค่ะ ว่าจะเป็นยังไง คงต้องรอคืนนี้เลยค่ะ ว่ามันจะเป็นยังไงต่อจากนี้ ตอนนี้พอเรารู้ข่าวได้ออก เราดีใจ เราอยากไปรับ แต่เราบอกกับเขาไว้ตั้งแต่เราไปเยี่ยมที่ศาลแล้วว่า พี่เบนซ์วันนี้น้องทำงานยาวเลยนะ เลิกอีกที 2 ทุ่มเลย ถ้าไปรับทันก็จะไปรับให้ได้ที่เรือนจำ แต่ถ้าไม่ได้ก็ค่อยเจอกันที่บ้านละกัน จะพาลูกไปด้วยไหม แน่นอนอยู่แล้ว จุดประสงค์ของเขาคือเป็นลูกเรามากที่สุดแล้วค่ะ

          ส่วนเรื่องที่พี่เบนซ์ต้องติดเครื่องติดตามตัว แพททราบพร้อมๆ กันนี่แหละ มันเป็นเงื่อนไขที่คุณแม่ของเขายื่นประกันด้วย แล้วศาลก็อนุญาตด้วย  ตอนนี้แพทไม่รู้ว่า ด้วยหลักเกณฑ์ของการติดเครื่องมันต้องยังไง เดี๋ยวคืนนี้เราต้องคุยกัน แพทก็ไม่รู้ว่า ติดเครื่องแล้วไปไหนได้ไหม หรือต้องอยู่ในจุดที่เขาแจ้ง คงต้องรอกลับไปคุยกับเขาว่ายังไง เราเองก็บอกเขาตั้งแต่แรกว่าเราสะดวกอยู่บ้านเรามากกว่า หรือช่วงนี้จะแยกกันไปก่อน ต้องคุยกันอีกที

          ชีวิตคู่ของเราจะเป็นยังไงต่อไป แพทมีคุยกับเขาไปแล้ว เวลาไปเยี่ยมเขา เราสะดวกใจที่อยู่แบบไหน ตอนนั้นเขาก็บอกว่ารอเขาออกมาแล้วค่อยคุยกันเป็นกิจจะลักษณะดีกว่า รอฟังเหตุผล แล้วค่อยคุยกันจริงจัง เราผ่านอะไรมาเยอะมากในชีวิตเรา ชีวิตครอบครัวเรา ในชีวิตของเราสองคน เขาอาจจะไม่ได้รับรู้ทั้งหมด เพราะเราไม่ได้เล่าทั้งหมด ไม่รู้จะเริ่มพูดยังไง แต่ล่าสุดก็บอกว่าถึงเวลาที่เราจะต้องเริ่มคุยกันแล้วว่าจะยังไง แต่คิดว่าน่าจะเป็นแนวทางที่ดีกับ เรา 2 คน ต้องตัดสินร่วมกัน เขาน่าจะโอเคนะคะ

          กลัวลูกจะมองพ่อเป็นคนแปลกหน้าไหม มันต้องอยู่ในสายเลือดไหม เรซต้องรู้จักบ้างแหละใครที่เป็นพ่อแม่ แพทเคยให้ลูกดูรูปแล้วพยายามชี้ว่า ป๊ะป๊า แต่ยังไงลูกก็ไม่อินเท่ากับลูกได้เจอ วัดกันตรงนี้ว่าหลังจากนี้เขาจะทำหน้าที่พ่อได้ดีแค่ไหน หลายคนบอกอย่าลืมเปิดรูปพ่อให้ดูบ่อยๆ แพทรู้สึกลูกไม่เข้าใจ ลูกเข้าใจว่าเราเปิดรูปทำไม เราคิดว่าการที่เขาได้ออกมา เขาจะได้ทำหน้าที่ป๊ะป๊าเต็มที่ เขาอยากให้ลูกรักเขา เขาก็ต้องทำ มันไม่ใช่แค่บอกว่าคนนี้ป๊ะป๊าต้องรักนะ  ถ้าพี่เบนซ์อยากให้ลูกรักก็ถึงเวลาของคุณที่จะแสดงความเป็นพ่ออยากให้ลูกรักก็ใส่เขาเยอะๆ
            สำหรับแพทก็ยังรักพี่เบนซ์เหมือนเดิม กาลเวลาจะพิสูจน์เอง ว่าครอบครัวเราจะทำได้ดีแค่ไหน เพราะก่อนหน้านี้เราก็ยอมรับว่าพี่เบนซ์ยังรักความเป็นอิสระของเขา หลายๆ อย่าง ความเป็นเพลย์บอย พอวันนึงมีลูกก็งวยงง ประจวบกำลังจะปรับตัวได้ก็ต้องห่างจากลูก แล้วไม่ได้หายไปแค่ 3 เดือน แต่นี้หายไปปีกว่า เราก็ต้องกลับมาสร้างกันอีกรอบ ถ้าได้กลับมาก็เป็นเรื่องน่ายินดีมากๆ ของเรา 3 คน ถ้าสุดท้ายจะเป็นยังไงก็บอกไม่ได้ วันนี้จะเป็นวันแรกของครอบครัวเราค่ะ”


 

 

 

 

ขอบคุณภาพจากอินสตาแกรม @pat_napapa

 


ไม่ใช่เรื่องเด็กๆ นะ ใส่หรือไม่ใส่ชุดนักเรียนเนี่ย....มันเรื่องของผู้ใหญ่เฮงซวยปั่นหัวเด็กต่างหาก มีคนบอกว่าอย่าไปห้ามเลย เพราะยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ

'ท่านสส.ครับ...โปรดฟังสักนิด'
เหตุจาก 'เลือดนอง' กลางจอ
สืบสายโลหิต 'ม็อบ ๓ นิ้ว'
ก็มันยาว "ก่อนจะเป็นศพ"
'แค้นอาฆาต' ของคนคด
ประจักษ์ชัดแล้วว่า 'ล้มล้าง'