"หมอธี"ตั้งหน่วยพิเศษ"ทำคดีบิ๊กศธ. เอี่ยวทุจริต ขึ้นโดยเฉพาะ


   

 

14ก.ย.61-“หมอธี” ตั้งหน่วยงานคดีพิเศษใน ศธ. ภายใต้สังกัดสำนักนิติการ สป. ทำหน้าที่ตรวจสอบคดีทุจริตของผู้บริหารระดับสูง ที่มีผลกระทบในวงกว้าง และเตรียมลงนาม หนังสือตั้ง คกก.สอบวินัย กรณีอควาเรียม เสนอ นายกฯ หลังกระทรวงเกษตรฯ ตอบกลับมาว่า มีข้าราชการสังกัดกรมประมง 2 ราย มีมูลความผิดจริง 

 

สืบเนื่่องจาก ปัญหาการทุจริตในกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.)ได้มีผู้บริหารระดับ 11 ของศธ. เข้าไปพัวพันและโดนสอบวินัยร้ายแรง นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการ .ศธ. เปิดเผยว่า  ขณะนี้ ตนยังได้ตั้งหน่วยงานคดีพิเศษใน ศธ. ซึ่งหน่วยงานดังกล่าวจะอยู่ภายใต้สังกัดสำนักนิติการ สำนักงานปลัด กระทรวงศึกษาธิการ (สป.) โดยหน่วยงานนี้จะเป็นหน่วยงานพิเศษที่ใช้ตรวจสอบคดีทุจริตของผู้บริหารระดับสูง ที่มีผลกระทบในวงกว้าง เช่น โครงการก่อสร้างศูนย์ศึกษาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ หรือ อควาเรียม วิทยาลัยประมงติณสูลานนท์ จังหวัดสงขลา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) หรือ ซีซีทีวี เป็นต้น เนื่องจาก ศธ.มี 5 องค์กรหลักฯถือเป็นหน่วยงานใหญ่ และจะเพิ่มนิติกร 8 คน ซึ่งในเร็วๆ นี้คณะอนุกรรมการข้าราชการพลเรือน (อ.ก.พ.) ศธ. พิจารณา เพื่อตั้งหน่วยงานนี้ทันที

 

สำหรับความ คืบหน้าการตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยผู้เกี่ยวข้องทุจริต โครงการอควาเรียม รมว.ศธ.กล่าวว่า  ตามที่คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ที่มีนายการุณ สกุลประดิษฐ์ ปลัด ศธ.  เป็นประธาน ได้สรุปผลการตรวจสอบทั้งสองระยะเสร็จเรียบร้อยแล้ว พบว่ามีข้อมูลชัดเจนเอื้อประโยชน์ให้แก่บริษัทเอกชนและทำให้ราชการเสียหาย ซึ่งหลังจากที่คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงได้ทำหนังสือไปยังกระทรวงต่างๆ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ผู้บังคับบัญชาชี้มูลความผิดในเรื่องนี้  โดยขณะนี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (กษ.) ได้ชี้มูลความผิดมาแล้ว ซึ่ง กษ.ตอบกลับมาว่า มีข้าราชการสังกัดกรมประมง จำนวน 2 รายที่มีมูลความผิดจริง ซึ่งเหลืออีก 2-3 หน่วยงานที่กำลังตอบกลับมา แต่ตนจะไม่รอแล้ว ทั้งนี้คาดว่าภายใน 1-2 วันนี้ ตนจะเซ็นลงนามในหนังสือ เพื่อเสนอ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง 

นพ.ธีระเกียรติ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ในของส่วนประเด็นใหม่ที่พบเพิ่มเติม เช่น การจ่ายเงินล่วงหน้าในบางจุดโดยไม่มีการทำข้อตกลงความร่วมมือรองรับ และการเซ็นอนุมัติการดำเนินแก้ไขงวดงานในโครงการฯโดยรองเลขาฯ กอศ.แทน เลขาฯ กอศ. นั้น ซึ่งจุดนี้มีข้อท้วงติงว่า การเซ็นอนุมัติการแก้ไขสัญญาเป็นอำนาจเฉพาะหรืออำนาจมอบหมายแทนได้ สามารถสรุปเพิ่มเติมไปภายหลังได้ ทั้งนี้ประธานคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง ก็คงแล้วแต่นายกฯ จะพิจารณา แต่วิธีปฏิบัติส่วนใหญ่นายกฯ จะมอบหมายให้ ศธ.เป็นผู้ดำเนินการคัดเลือกได้เอง ส่วนรายชื่อกรรมการนั้น ตนก็จะต้องสรรหาคนที่เหมาะสมจากหลายภาคส่วนที่มีความเชี่ยวชาญด้านเทคนิค ดังนั้นตนถือว่าเรื่องนี้ได้ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้วและไม่มีมวยล้มอย่างที่หลายฝ่ายกล่าวหา

"สำหรับผู้ที่โดนตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงนั้น ผมยังไม่ขอเปิดเผยรายชื่อ เพราะเดี๋ยวไม่นานก็คงจะทราบพร้อมกัน แต่เป็นผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวะศึกษา (สอศ.) ทั้งที่ยังดำรงตำแหน่งอยู่ในปัจจุบัน และอดีตเลขาฯ กอศ.ด้วย ส่วนผู้บริหารระดับ 11 ที่โดนสอบสวนวินัยร้ายแรงนั้นจะพิจารณาใช้แนวทางการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและปราบปรามทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการหรือไม่นั้น ผมคิดว่าผู้ที่ดำรงตำแหน่งอยู่และมีอำนาจเข้าไปเกี่ยวข้องทรงอิทธิพลในเรื่องนี้ผมก็ต้องย้ายออกไปก่อน ซึ่งทุกอย่างให้เป็นไปตามกระบวนการ ผมไม่กลั่นแกล้งใคร และให้ความยุติธรรมกับทุกฝ่าย"รมว.ศธ.กล่าว


อุ่นหนาฝาคั่ง...แน่นซอย ไทยโพสต์ ครบรอบ ๒๓ ปี ย่างเข้าปีที่ ๒๔ ยังได้รับความรัก จากกัลยาณมิตรมากมาย เหมือนเช่นเคย ขอบคุณกันไม่หมด ทั้งจากภาคธุรกิจ ราชการ ฝ่ายการเมือง

'๒๑ ตุลา' สำนึกย้อน 'สำนึกไทย'
'ทอน' ไม่รู้! แล้วจะรอดหรือ
ธาตุแท้อนาคตใหม่
งบฯ ผ่าน ไม่ยุบ ไม่ออก
'ความเมือง' ในไทยยุคที่ ๓
อย่าให้ฝ่ายแค้นแหกตา