ค้นอู่รถโยงแก๊งโจรกรรมพบกำลังชำแหละ


เพิ่มเพื่อน    

 กองปราบฯ เข้าค้นอู่รถย่านลาดหลุมแก้ว หลังได้ข้อมูลเกี่ยวข้องกับแก๊งโจรกรรมรถ นำไปสวมซากรถที่ประสบอุบัติเหตุ ก่อนขายให้เต็นท์รถหรือประชาชนที่เห็นแก่ของถูก ยึดรถที่กำลังถูกชำแหละ 2 คันไปตรวจสอบ

    เมื่อวันที่ 5 ธันวาคมนี้ มีรายงานจากกองปราบปรามว่า พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป. สั่งการให้ พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น ผกก.3 บก.ป., พ.ต.ท.อนุชา ธนะอุดม, พ.ต.ท.อรรถพล พานประทีป, พ.ต.ท.สิงห์ชัย ฐานไชยสิทธิ์ รอง ผกก.3 บก.ป., พ.ต.ท.สุริยศักดิ์ จิราวัสน์ สว.กก.3 บก.ป., ร.ต.อ.หญิงกัญจิรา นรสาร รอง สว.กก.3 บก.ป. สนธิกำลังศูนย์ปราบปรามการโจรกรรมรถ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ศปจร.ก.) นำหมายค้น ลงวันที่ 3 ธ.ค.61 เข้าตรวจค้นอู่รถยนต์เลขที่ 3022 ต.บางหลวง อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี หลังสืบทราบว่าเป็นสถานที่ในการตัดต่อสวมซากรถยนต์ ซึ่งอาจมีความเกี่ยวโยงกับขบวนการโจรกรรมรถยนต์รายใหญ่
    เมื่อไปถึงพบเป็นอู่รถยนต์ขนาดใหญ่ มีรั้วรอบขอบชิด พบนายรุ่ง เศร้าภาษา แสดงตนเป็นเจ้าของอู่รถยนต์ นอกจากนี้พบนายอดิพงษ์ เศร้าภาษา นายสุวิทย์ ภูธนะวีระชาติ และนายยุติธร ประสมจินดา กำลังชำแหละรถยนต์ 2 คัน จึงได้ขอตรวจสอบ พบว่ารถทั้ง 2 คัน เป็นรถยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นแจ๊ซ สีขาว ทะเบียน กล 5206 พิษณุโลก มีร่องรอยการตัดหมายเลขตัวถังรถยนต์ออกไป และรถยนต์ยี่ห้อมาสด้า 2 สีขาว ทะเบียน กจ 6690 หนองคาย พบรอยตัดหมายเลขตัวถังรถออกที่บริเวณที่นั่งคนขับ จึงได้ยึดของกลางทั้งหมด พร้อมคุมตัวเจ้าของอู่และผู้ที่เกี่ยวข้องไปทำการสอบสวน
    พ.ต.อ.บุญลือกล่าวว่า การเข้าตรวจค้นอู่รถยนต์ดังกล่าว สืบเนื่องจากเมื่อกลางดึกวันที่ 21 ก.ย.ที่ผ่านมา ได้มีกลุ่มคนร้ายร่วมกันขอติดต่อเช่ารถยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นแจ๊ซ สีส้ม ทะเบียน 8 กข 3580 กทม. กับทางผู้เสียหายรายหนึ่ง ภายในปั๊มน้ำมันบางจาก ถนนพระราม 3 แขวงและเขตบางคอแหลม กทม. แล้วติดต่อไม่ได้ ต่อมาผู้เสียหายพบว่ารถยนต์ของตนที่หายไป ได้ปรากฏที่เต็นท์รถยนต์แห่งหนึ่ง ตั้งอยู่บนถนนทางหลวงชนบทสมุทรสาคร ต.สวนหลวง อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร จึงได้แจ้งความ
    เบื้องต้นพบว่า รถคันดังกล่าวมีการสวมทะเบียนเป็น กค 5797 กทม. จึงได้ทำการตรวจสอบพบว่าการได้มาของตัวรถไม่ถูกต้อง เอกสารไม่ตรงกับทะเบียนรถที่ระบุ อีกทั้งได้ประสานไปยังเจ้าของทะเบียนตัวจริง ก็ทราบว่ารถยนต์ทะเบียน กค 5797 กทม.ได้ประสบอุบัติเหตุ ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้สืบสวนขยายผล จนทราบว่ารถคันดังกล่าวมีความเชื่อมโยงกับอู่รถยนต์ที่ จ.ปทุมธานี จึงได้ขออำนาจศาลออกหมายค้นเพื่อหาพยานหลักฐานและผู้ที่เกี่ยวข้อง 
    มีรายงานว่า จากการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่พบว่า ขบวนการนี้มีการกระทำในลักษณะเป็นขบวนการ มีการแบ่งงานกันทำ โดยกลุ่มแรกจะออกอุบายหลอกเหยื่อขอเช่ารถยนต์ จากนั้นจะนำรถไปขายให้กับกลุ่มที่สอง ซึ่งเป็นอู่ซ่อมรถยนต์ โดยกลุ่มนี้จะนำรถยนต์ที่ได้จากการโจรกรรมไปทำการสวมกับซากรถยนต์ที่ประสบอุบัติเหตุ โดยแต่ละเดือนสามารถดัดแปลงได้มากกว่า 20 คัน จากนั้นก็นำไปขายต่อให้กับกลุ่มที่ 3 ซึ่งเป็นเต็นท์รถยนต์มือสองหรือประชาชนที่สนใจ โดยการหลอกลวงให้หลงเชื่อ หรือกลุ่มลูกค้าที่สมัครใจซื้อรถยนต์ที่ผ่านการสวมซากมาแล้ว เนื่องจากมีราคาต่ำกว่าท้องตลาดมาก.


 ยินดีกับ "โอ๊ค-พานทองแท้" เขาหน่อย! เพราะเมื่อวาน (๒๘ พ.ค.๖๓) มีรายงานอ้าง "แหล่งข่าว" เผยแพร่ ว่าคดีร่วมกันฟอกเงินทุจริตปล่อยกู้แบงก์กรุงไทย ๑๐ ล้านบาท ที่ "โอ๊ค-พานทองแท้" เป็นจำเลย และศาลชั้นต้นยกฟ้องไปเมื่อ ๒๕ พ.ย.๖๒ 

ทุกด้าน "สถานการณ์" เป็นต่อ
ผู้ชายคนหนึ่งชื่อ "ประยุทธ์"
อันตรายกว่า 'สารอันตราย'
"ฝันดี-ฝันร้าย"ของไทยวันนี้
"โลกเปลี่ยนไป-ไทยเปลี่ยนรวย"
ไม่มีประยุทธ์ "พปชร.ขายอะไร?"