'สี จิ้นผิง' เตือนไต้หวัน ยังไงก็ต้องรวมชาติกับจีน


เพิ่มเพื่อน    

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง กล่าวปรามความพยายามผลักดันเอกราชของไต้หวันว่าการรวมชาติไต้หวันกับจีนเป็นสิ่งที่ "หลีกเลี่ยงไม่ได้" พร้อมขู่ว่า จีนไม่ปฏิเสธทางเลือกของการใช้กำลังทางทหารเพื่อผนวกเกาะไต้หวันเข้าเป็นของจีน

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง กล่าวสุนทรพจน์ เมื่อวันที่ 2 มกราคม 2562 / AFP

    จีนยังคงถือว่าดินแดนปกครองตนเองภายใต้ระบอบประชาธิปไตยแห่งนี้ เป็นดินแดนส่วนหนึ่งของจีนที่รอการรวมชาติ ถึงแม้ว่าไต้หวันจะแยกตัวเป็นอิสระจากแผ่นดินใหญ่มานานเกือบ 70 ปี นับแต่สิ้นสุดสงครามกลางเมืองเมื่อปี พ.ศ. 2492 ก็ตาม

    สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานเมื่อวันที่ 2 มกราคม 2562 ว่าประธานาธิบดีสี จิ้นผิง กล่าวเตือนไต้หวันไว้ในสุนทรพจน์เนื่องในโอกาสครบรอบ 40 ปี ที่รัฐบาลจีนส่งสารถึงไต้หวัน เรียกร้องให้รวมชาติกับจีนและยุติการเผชิญหน้าทางทหาร "จีนต้องและจะต้องรวมเป็นหนึ่ง ซึ่งสิ่งจำเป็นที่หลีกเลี่ยงไม่ได้สำหรับการปลุกพลังของประชาชนชาวจีนในยุคสมัยใหม่" ผู้นำจีนกล่าว

    ประธานาธิบดีสีเตือนอีกว่า จีนไม่ให้สัญญาว่าจะละทิ้งการใช้กำลังทางทหาร แต่จะสงวนทางเลือกของการใช้วิธีการที่จำเป็นทุกด้านไว้สำหรับดำเนินการกับกิจกรรมแบ่งแยกดินแดนของชาวไต้หวัน และ "พลังภายนอก" ที่เข้ามาก้าวก่ายการรวมชาติ

    ในสุนทรพจน์ครั้งนี้ สีกล่าวถึงการรวมชาติภายใต้วิถีของ "หนึ่งประเทศ สองระบบ" ที่จะปกป้องผลประโยชน์และสวัสดิภาพของเพื่อนร่วมชาติชาวไต้หวัน

    ไต้หวันถือว่าตนเองเป็นรัฐอธิปไตย มีสกุลเงินของตนเอง มีระบบการเมืองและระบบตุลาการของตนเอง แต่ไต้หวันก็ไม่เคยประกาศเอกราชจากจีนแผ่นดินใหญ่อย่างเป็นทางการ ความสัมพันธ์ข้ามช่องแคบไต้หวันอยู่ในภาวะตึงเครียดนับแต่ไช่ อิงเหวิน ผู้นำหญิงซึ่งไม่ให้การยอมรับจุดยืน "จีนเดียว" ของรัฐบาลจีน ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีเมื่อปี 2559

ประธานาธิบดีไช่ อิงเหวิน ของไต้หวัน แถลงข่าวตอบโต้สุนทรพจน์ของผู้นำจีน ที่ทำเนียบประธานาธิบดีในกรุงไทเป / AFP

    ไช่กล่าวตอบโต้สุนทรพจน์ของสีผ่านการแถลงข่าวเมื่อวันพุธ โดยกล่าวหารัฐบาลจีนว่ากระทำการยั่วยุหลายอย่างที่ฝืนการเชื่อมโยงอารมณ์ของผู้คนให้เข้ากับจีนแผ่นดินใหญ่ เช่น การใช้เงินซื้อประเทศที่มีความสัมพันธ์ทางการทูตกับไต้หวันให้เปลี่ยนไปคบหาจีนแทน และการฝึกซ้อมทางทหารใกล้กับเกาะไต้หวันบ่อยขึ้น

    "ชาวไต้หวันหวงแหนค่านิยมแบบประชาธิปไตย นี่คือวิถีชีวิตของคนไต้หวัน" ไช่ย้ำ

    กระทรวงการต่างประเทศของไต้หวันตอบโต้เช่นกันว่า ในเมื่อรัฐบาลจีนยังไม่ปรานีประชาชนของตนเอง ไม่รับประกันสิทธิมนุษชน และไม่ยอมให้ประชาชนของตนลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง ชาวไต้หวันก็จะมองเจตนาของจีนด้วยความคลางแคลงสงสัย

    นักวิเคราะห์กล่าวกันว่า แม้สุนทรพจน์ของสีจะแสดงความแข็งกร้าวต่อพวกที่มีแนวคิดแบ่งแยกดินแดนไต้หวัน และกระตุ้นให้มีการรวมชาติ แต่วัตถุประสงค์ของสุนทรพจน์นี้เป็นการกล่าวกับผู้คนในประเทศเสียโดยมาก

    ฟ่าน ซือปิง นักวิเคราะห์การเมืองจากมหาวิทยาลัยครุศาสตร์แห่งชาติไต้หวัน กล่าวว่า คำกล่าวของสีค่อนข้างว่างเปล่า และไม่มีประเด็นใหม่นอกจากที่ว่า การรวมชาติข้ามช่องแคบจะไม่กระทบต่อผลประโยชน์ของประเทศอื่นๆ ซึ่งคำกล่าวของสีอาจตั้งใจกล่าวกับสหรัฐ

    นอกจากนี้การอ้างอิงนโยบาย "หนึ่งประเทศ สองระบบ" ที่จีนใช้กับฮ่องกงภายหลังได้เกาะนี้คืนจากอังกฤษเมื่อปี 2540 ก็ถูกมองว่าเป็นดาบสองคม เนื่องจากเสรีภาพพลเรือนที่ถดถอยลงของชาวฮ่องกงกลับเป็นตัวอย่างด้านลบสำหรับชาวไต้หวัน.


นักข่าวนี่....ก็นะ น่าจะเปลี่ยน "ซิมสมอง" ซะมั่ง ทำเป็นหุ่นยนต์ "โปรแกรมสำเร็จรูป" ไปได้ อภิปรายไม่ไว้วางใจเสร็จปุ๊บ ต้องปรี่ถามนายกฯ ปั๊บ "ปรับ ครม.มั้ยคะ?"

บุญทาน "คุ้มบ้าน-คุ้มเมือง"
'เรื่องนักเรียนกับคนบ้าข่าว'
มหกรรม 'มหา'ลัย' แข่งติด #
ผ่ายุทธการอรุณรุ่งริ่ง
'สิ้นสุดทางคุก' ของ ๓ มะกอก
จบที่ 'ไม่ยอมจบ' ของทอน