'พปชร.'เปิดนโยบาย7-7-7ต่อยอดนโยบายรัฐบาลบิ๊กตู่!


เพิ่มเพื่อน    

24 ม.ค.62 - ที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ภายหลังมีพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป มีการเปิดแนวนโยบายของพรรค โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีการนำป้ายสโลแกนหาเสียง ที่สอดคล้องกับนโยบายพรรค อาทิ สังคมประชารัฐขจัดความขัดแย้ง ก้าวข้ามความขัดแย้งไม่แบ่งสีไม่แบ่งฝ่าย เศรษฐกิจประชารัฐขจัดความยากจน โดยมีกรรมการบริหารพรรค แกนนำพรรคภาคต่างๆ เข้าร่วมจำนวนมาก อาทิ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานยุทธศาสตร์ภาคอีสาน นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ประธานคณะกรรมการเฉพาะกิจในการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง นายอนุชา นาคาศัย ประธานยุทธศาสตร์ภาคกลาง รวมทั้งว่าที่ผู้สมัครส.ส.ร่วมฟังการแถลงข่าวพร้อมเพรียง

ทั้งนี้กรอบแนว”นโยบายสร้างชาติ เพิ่มพลังเศรษฐกิจ”ประกอบด้วย 3 พันธกิจ ได้แก่ สวัสดิการประชารัฐ 7 เรื่องสังคมประชารัฐ 7 เรื่อง และเศรษฐกิจประชารัฐ 7 เรื่อง เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ สร้างสังคมเข็มแข็ง ปรับโครงเศรษฐกิจ สร้างโอกาสที่เท่าเทียมและสร้างความสามารถให้แข่งขันกับโลก โดยก่อนเปิดกรอบแนวนโยบายของพรรคได้ฉายวิดิทัศน์ที่มีเนื้อหาเหตุการณ์การชุมนุมทางการเมืองจนนำไปสู่ความขัดแย้งก่อนเข้าสู่เนื้อหาการแถลงข่าว

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังนำประกาศของพรรค เรื่อง การเสนอชื่อบุคคลที่เห็นสมควรจะเสนอให้ได้รับการพิจารณาแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ข้อความว่า ด้วยพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งส.ส.เป็นการทั่วไปมีผลบังคับใช้แล้ว จึงขอเชิญชวนการบริหารพรรค กรรมการสาขาพรรคการเมือง ตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด และสมาชิกพรรคการเมือง เสนอชื่อบุคคลที่เห็นสมควรจะเสนอให้ได้รับการพิจารณาแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีต่อกรรมการบริหารพรรคภายในวันที่ 28 ม.ค.นี้

จากนั้น นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค พปชร. ได้ขึ้นเวทีกล่าวว่า เราอาสาพาประเทศก้าวข้ามความขัดแย้ง ไม่แบ่งสีแบ่งฝ่าย จะเป็นประชาธิปไตยเป็นของทุกฝ่าย ไม่ใช่ของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเท่านั้น เป็นของคนไทยอย่างแท้จริง จากนี้สังคมไทยต้องเป็นสังคมสงบสุขอย่างแท้จริง พปชร.ให้ความมั่นใจได้ว่าเรามีความพร้อมเต็มที่ ทั้งบุคลากรที่เป็นตัวจริงเสียงจริง มาจากหลายฝ่าย หลายเหล่า หลายภาคส่วน คนเดิมที่เพียบด้วยประสบการณ์ และคนรุ่นใหม่ไฟแรงที่เต็มไปด้วยความคิด เรายังเพียบด้วยนโยบาย โดยพรรค พปชร. เปิด 7-7-7 นโยบาย ซึ่งตั้งอยู่บน 3 พันธกิจหลัก คือ 7 สวัสดิการประชารัฐ 7 สังคมประชารัฐ และ 7 เศรษฐกิจประชารัฐ

ขณะที่นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รองหัวหน้าพรรค พปชร. กล่าวว่า นโยบายของเราไม่ใช่เอาของเก่ามาขาย แต่นโยบายต้องตอบโจทย์ประชาชน ประเทศไทย และต้องเป็นนโยบายที่ทำให้ประเทศมีศักดิ์ศรีในเวทีโลก สำหรับ 7 สวัสดิการประชารัฐ อาทิ การต่อยอดบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ขยายผลมาเป็นบัตรประชารัฐ เพื่อขยายไปสู่คนรายได้น้อย ซึ่งมี 4  กลุ่มเป้าหมายสำคัญที่มีภาระหนักอึ้งคือ คนสูงวัย ผู้พิการ สตรี และผู้ใช้แรงงาน

นอกจากนี้ ยังมี 4-5 กลุ่ม ที่จะเน้นเป็นพิเศษในการปลดหนี้คือ แรงงาน ชาวนา ข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ นักศึกษา ครู โดยจะปลดหนี้ผู้ใช้แรงงานและชาวนาภายใน 5 ปี ขณะเดียวกัน ยังมีนโยบายบ้านล้านหลัง บ้านสุขใจวัยเกษียณ สิทธิ์ที่ดินทำกิน ส่วนหลักประกันสังคมถ้วนหน้าประชารัฐ อาทิ หลักประกันการศึกษาถ้วนหน้าตั้งแต่เด็กไปยันวัยทำงานรวมถึงหลักประกันรายได้ จุดขายสำคัญของ พปชร. เพื่อตอบโจทย์ขจัดความเหลื่อมล้ำแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ในเรื่องสุขภาพ เราจะทำเรื่องหมอถึงบ้าน พยาบาลถึงเรือน ประชาชนทุกคนมีหมอประจำตัว

นายสุวิทย์ กล่าวว่า ในส่วนสังคมประชารัฐ เด็กเล็กจะมีศูนย์พัฒนา ซึ่งบัตรประชารัฐจะเริ่มที่นี่ ขณะเดียวกัน พรรค พปชร.เชื่อว่าสังคมประชาธิปไตยจะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อ  1.กระจายอำนาจ 2.กระจายโอกาส 3.กระจายความเจริญสู่ภูมิภาค เช่น โครงการอีอีซี ที่เราทดสอบในรัฐบาลชุดนี้  และจะกระจายศูนย์กลางความเจริญสู่ภูมิภาค เช่น อีอีซี, อีสาน 4.0, ล้านนา, 4.0 และด้ามขวาน 4.0 รวมไปถึงสร้างเมืองน่าอยู่, สังคมประชารัฐสีขาว ปลอดโลก ปลอดภัย ปลอดยา ปลอดฝุ่น ปลอดควัน ตลอดจน Bangkok 5.0 ด้าน

นายสุวิทย์ กล่าวว่า ส่วนเศรษฐกิจประชารัฐ โจทย์ใหญ่คือ สร้างความสามารถของคน สร้างกองทัพสตาร์ทอัพให้เพิ่มขึ้น โดยตั้งเป้า 5 ล้าน สมาร์ทเอสเอ็มอี, 1 ล้าน สมาร์ทฟาร์มเมอร์, 1 ล้านสตาร์ทอัพ, 1 ล้าน เมกเกอร์, และ 1 ล้าน ร้านค้าปลีกชุมชน ที่จะทำอย่างไรให้เป็นโชห่วย 4.0 สำหรับ นโยบาย 7-7-7 เป็นนโยบายไม่ได้คิดเอง ทำเอง แต่เราลงไปในพื้นที่ เพื่อไปเอาข้อมูลมา ซึ่งไม่เคยถูกเติมเต็ม มาประมวลแล้วออกมาเป็นนโยบาย โดยแพ็กเก็จใหญ่จะแถลงอีกครั้งก่อนสมัคร ส.ส. ประมาณสัปดาห์หน้า

ผู้สื่อข่าวถามว่า นโยบายของพรรค พปชร.ถือเป็นการต่อยอดรัฐบาลใช่หรือไม่ นายอุตตม กล่าวว่า เราทำสิ่งที่ดีที่สุดให้ประชาชน สิ่งไหนที่ดีเราต่อยอด สิ่งใหม่เรามีแน่นอน โดยเอาประโยชน์ประชาชนเป็นที่ตั้ง และบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเราต่อยอดแน่นอนถ้าเลือกเราร่วมรัฐบาล จะทำสิ่งเหล่านี้ให้ดีขึ้นต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นบัตรสวัสดิการ เกษตร ที่ทำกิน ที่จะต้องมาจัดหากัน ถือเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของคนไทย

 เมื่อถามว่า มีการคำนึงถึงเม็ดเงินที่ใช้ในนโยบายสวัสดิการต่างๆ หรือไม่ นายอุตตม กล่าวว่า กกต.พูดชัดเจนว่าทุกนโยบายต้องพิจารณาเรื่องนี้ และยืนยันว่าเราทำได้จริง ไม่ขายฝัน ด้วยมาตรการที่ยั่งยืน

ถามว่า นโยบายของพรรค พปชร.ที่จะเปลี่ยนที่ดิน ส.ป.ก. ให้เป็นโฉนด ซึ่งนายกฯมีความห่วงใยเรื่องนี้ นายอุตตม กล่าวว่า ที่ดินทำกินเป็นเรื่องใหญ่ของคนไทย พรรคต้องดูให้ชัดเจน เพราะที่ ส.ป.ก.ทำกันมานาน สภาพการใช้ที่ดินเปลี่ยนไปแล้ว ซึ่งเรื่องนี้แนวทางจะขัดแย้งหรือเป็นปัญหาหรือไม่นั้น ยืนยันว่านโยบายเรื่องนี้ของพรรคจะเป็นแนวทางเดียวกับรัฐบาล.


วันนี้ นึกว่าคงไม่ไหว.... เพราะหัวหมุนติ้วแต่เช้า กะนอนคุยกับเพดานซักวัน แต่ฟังโขมงโฉงเฉงข่าวจากโทรทัศน์ ที่ว่า.... การที่พลเอกประยุทธ์ "แยกคนละทาง" กับพลเอกประวิตร ในการลงพื้นที่ เมื่อวาน (๒๒ ก.ย.)

"ก็...ไม่ได้กู้มาโกงนี่ครับ"    
"ข่าวนิมิต" ๒ ป.แตกกัน
๑๙ กันยา."วันรำลึกโกง"
ลับแล"ยุติธรรมที่ล่าช้า"
กกต.เปิดยอดเงินบริจาคพรรคการเมืองเดือนก.ค.รวม 12 พรรค 'ภูมิใจไทย'รับสูงสุด 2 ล้าน
"หดหัวในกระดอง"?!