อึ้ง! ของบริจาคชาวมอแกนล้นเกาะ แต่ยังไม่ได้แจกเหตุอำเภอไม่ส่งจนท.มาจัดการ


เพิ่มเพื่อน    

6 ก.พ.62 - ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่สำรวจพื้นที่ชุมชนมอแกนที่อ่าวบอนในหมู่เกาะสุรินทร์ ตำบลเกาะพระทอง อำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา ภายหลังจากถูกไฟไหม้เผาบ้านเรือนกว่า 60 หลัง ตั้งแต่คืนวันที่ 3 กุมภาพันธ์ ขณะนี้ชาวมอแกนยังคงอาศัยอยู่ในเต็นท์และอาคารเรียน ขณะที่ข้าวของบริจาคยังคงทยอยมาจนเกือบเต็มอาคาร ส่วนใหญ่ยังไม่ได้แจกให้ชาวบ้านเนื่องจากผู้ว่าราชการจังหวัดพังงามอบหมายให้ทางอำเภอเป็นผู้ดำเนินการ แต่ผ่านไปแล้ว 3 วันทางอำเภอก็ยังไม่ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปจัดการ ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในหมู่ชาวเลถึงกระบวนการที่ล่าช้า

ขณะที่ชาวมอแกนหลายรายยังคงขุดคุ้ยเถ้าถ่านบนพื้นดินซึ่งเคยเป็นบ้านเนื่องจากมีความหวังว่าจะเจอทองและทรัพย์สินมีค่าบางอย่างที่เก็บซ่อนเอาไว้และสูญหายไปในกองเพลิง

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ทางอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ได้ส่งเจ้าหน้าที่มาปักหลักและวัดพื้นที่เพื่อสร้างบ้านหลังใหม่ ซึ่งจากการสอบถามชาวบ้านหลายคนต่างบอกว่าไม่รู้ว่าแบบบ้านหลังใหม่จะออกมาอย่างไรเพราะไม่เคยมีการสอบถามพวกตน ทำให้รู้สึกกังวลเพราะกลัวว่าจะขัดกับวิถีชีวิตของชาวเล

นายเงย กล้าทะเล ผู้ประสานงานชาวมอแกนหมู่เกาะสุรินทร์ ซึ่งยังคงคุ้ยหาทรัพสินย์กล่าวว่า รู้สึกเสียดายทอง 1 บาทที่เก็บเงินสะสมซื้อมาได้ นอกจากนี้ยังมีเงินสดอีก 3 หมื่นบาทที่ถูกไฟไหม้ รวมแล้วทรัพย์สินที่ถูกไฟไหม้ไปเกือบ 2 แสนบาท

"ผมใช้เวลานานกว่าจะเก็บเงินและทองได้เท่านี้ ไม่รู้ว่าชีวิตนี้จะเก็บได้เท่านี้อีกหรือไม่ ชาวบ้านบางคนสูญเงินและทองมากกว่าผมอีก เราไม่รู้เลยเรื่องความช่วยเหลือจะเป็นอย่างไร”นายเงย กล่าว

นายเงย กล่าวว่าในเรื่องของการสร้างบ้านใหม่นั้นยังไม่รู้ว่าจะออกมาอย่างไร เพราะไม่เคยมีใครเรียกชาวมอแกนไปสอบถาม แต่โดยส่วนตัวแค่เขาสร้างใหม่ก็ดีใจแล้ว หากเป็นไปได้ก็อยากได้แบบเดิมคือ บ้านไม้มุงหลังคาจาก แต่อยากให้ขยายพื้นที่ปลูกสร้างออกไปอีกเพราะเดิมแออัดมากโดยบางหลังอยู่กันนับสิบคน

"อยากได้บ้านไม้ที่คงทนกว่าเดิม ควรปลูกห่างกันหน่อย และหน้าจั่วต้องทะแยงกัน เราเขื่อว่าถ้ากันหน้าตรงกันจะทำให้เจ็บป่วย ที่สำคัญหากเกิดไฟไหม้จะได้ไม่เหมือนเหตุการณ์ครั้งนี้ ถ้าเป็นไปได้ควรสร้างเป็นสองหย่อมบ้าน”นายเงย กล่าว

นางหมี่เซียะ กล้าทะเล ผู้นำทางจิตวิญญาณ วัย 73 ปี กล่าวว่ารู้สึกเสียดายบัตรประชาชนและทะเบียนบ้านที่ถูกเผาไปในกองไฟเพราะกลัวว่าเวลาเดินทางไปข้างนอกจะถูกจับ ทั้งนี้ภายหลังจากเกิดไฟไหม้ได้มีญาติพี่น้องจากเกาะต่างๆมาเยี่ยมให้กำลังใจและมีข้าวของมาฝาก

“ถ้าเขามาถามก็จะบอกว่าอยากได้บ้านคล้ายๆแบบเดิม ที่สำคัญคือต้องอยู่ติดทะเล แต่ผ่านมาแล้ว 3 วันยังไม่เห็นมีใครถาม เราได้แต่ยืนมอง”นางหมี่เซียะ กล่าว

แม่เฒ่าชาวมอแกนกล่าวว่า รู้สึกเป็นห่วงลูกหลานเพราะไม่รู้ว่าอนาคตจะอยู่กันอย่างไร สำหรับตนนั้นคงอยู่อีกไม่นาน ที่ผ่านมามีคนชวนไปอยู่บนฝั่งที่เกาะพระทอง แต่เคยไปอยู่แล้วร้อนเพราะไม่ติดทะเลในที่สุดจึงกลับมาอยู่บนเกาะสุรินทร์เช่นเดิม

“ฉันเกิดที่นี่ พ่อแม่ก็ตายที่นี่ ฉันถึงไม่อยากไปไหน แต่ละปีก็ทำพิธีหล่อโบงให้ลูกหลานได้ขอขมาผี แม้จะขาดเครื่องเซ่นบางอย่างไปบ้าง เช่น เต่า แต่เราก็ใช้ไก่แทน ฉันหวังว่าพวกเราจะได้อยู่เย็นเป็นสุข ไม่คิดว่าจะเกิดไฟไหม้ใหญ่ขนาดนี้”นางหมี่เซียะ กลาาว

ด้านนายพุทธพจน์ คูประสิทธิ์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์กล่าวว่า ในวันที่ 8 ก.พ. ทหาร 30 นายจะมาลงพื้นที่เพื่อเตรียมสร้างบ้าน โดยพื้นที่ชุมชนจะไม่มีการขยายคือเนื้อที่ประมาณ 6.16 ไร่ เท่าเดิมโดยแบ่งบ้านออกเป็นหย่อมๆละ 20 หลังและเว้นระยะห่างระหว่างบ้านให้มากกว่าเดิม ส่วนแบบบ้านนั้นคงคล้ายของเดิมคือเป็นไม้และหลังคามุงจาก

ผู้สื่อข่าวถามว่า ชาวบ้านบ่นว่าชุมชนค่อนข้างแออัดสามารถขยายพื้นที่ไปยังหาดอื่นที่ชาวเลเคยอยู่ได้หรือไม่ นายพุทธพจน์กล่าวว่า คงไม่ขยายไปที่หาดอื่นเพราะต้องการควบคุมดูแลในวิถีชีวิตโดยต้องคำนึงถึงสภาพสิ่งแวดล้อมด้วย

“ทุกวันนี้ชาวมอแกนมีรายได้ที่พออยู่ได้ ชาวบ้าน 50 คนทำงานรับจ้างอยู่กับอุทยานฯ ข้าวเช้า ข้าวกลางวันก็กินอยู่กับเรา อาหารเหลือก็ขนกลับบ้านได้ พวกผู้ชายก็ไปเป็นลูกจ้างบริษัททัวร์ ส่วนพวกคนเฒ่าคนแก่ที่อยู่บ้านก็ทำของที่ระลึกขายนักท่องเที่ยว”หัวหน้าอุทยานฯกล่าว

เมื่อถามถึงข้าวของบริจาคที่ยังไม่ได้แจกกองไว้จนแทบล้นอาคาร นายพุทธพจน์กล่าวว่า ทางจังหวัดได้มอบให้อำเภอเป็นผู้รับผิเชอบ แต่ขณะนี้ยังไม่ได้ส่งทีมมาแต่ทราบว่าจะมาในวันที่ 7 ก.พ.

“ตอนนี้ข้าวของบริจาคมากมายจนเชื่อว่าชาวบ้านกินใช้ไม่หมดในเวลาอันรวดเร็ว ผมอยากบอกผู้ที่ต้องการบริจาคว่าขอให้ชะลอการบริจาคไว้ก่อนได้หรือไม่ พอหมดฤดูกาลท่องเที่ยวในเดือนเมษายน ซึ่งชาวบ้านจะไม่มีรายได้ค่อยบริจาค ถึงเวลานั้นเราจัดระบบและตรวจสอบเรียบร้อยก็จะได้รู้ด้วยว่าชาวบ้านเขายังขาดแคลนอะไร”นายพุทธพจน์ กล่าว


เมื่อวานคุยเล่น  เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ  วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด

อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"