‘ร็อดเจอร์ส’ ตั้งเป้าพาเลสเตอร์กลับไปแชมเปียนส์ลีก


เพิ่มเพื่อน    

เบรนแดน ร็อดเจอร์ส กุนซือคนใหม่ล่าสุดของ เลสเตอร์ ซิตี แถลงข่าวก่อนบุกไปเยือน วัดฟอร์ด ในวันอาทิตย์นี้ โดย ร็อดเจอร์ส กล่าวว่า “เป้าหมายของเขาคือการพาทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกและเข้าไปเล่นในแชมเปี้ยนส์ลีก การที่เลสเตอร์ ซิตี้ คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกหลายปีก่อนนั้นเป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อและกลายเป็นเรื่องราวที่ต้องบันทึกลงในประวัติศาสตร์ของวงการฟุตบอล ซึ่งยากที่จะสามารถทำให้เป็นจริงอีกครั้ง” 

        “แต่เลสเตอร์ ซิตี้ จบฤดูกาลที่อันดับกลางตารางมาสองปีแล้วมันถึงเวลาที่จะต้องก้าวต่อไปเช่นเดียวกับช่วงเวลาที่เหลือของฤดูกาลนี้เช่นกัน แต่ผมไม่ต้องการที่จะกดดันนักเตะเพราะทุกคนต้องการเล่นสุดความสามารถอยู่แล้ว ผมไม่อยากจะสัญญาว่าเราจะสามารถจบอันดับได้ที่ 6 หรือ 7 ในฤดูกาลนี้ แต่เราจะทำให้ดีที่สุด”

        นักเตะที่ได้รับความสนใจจากสโมสรยักษ์ใหญ่อย่างเบน ชิลเวลล์, แฮรี่ แม็กไกวร์และเจมส์ แมดดิสัน ตัดสินใจอยู่กับสโมสรต่อ เนื่องจากเชื่อว่าเบรนแดน ร็อดเจอร์สมีความทะเยอทะยานและพวกเขาต้องการที่จะอยู่ต่อเพื่อร่วมทำให้ทีมประสบความสำเร็จตามที่ตั้งเป้าไว้

        ร็อดเจอร์ กล่าวว่า “สโมสรเต็มไปด้วยนักเตะดาวรุ่งระดับชั้นนำอย่าง บาร์นส์, ชิลเวลล์, เกรย์, แมดดิสัน, เอ็นดิดี้ รวมถึงนักเตะมากประสบการณ์อย่างจอนนี่ อีแวนส์ และกัปตันทีมอย่างเวส มอร์แกน ซึ่งนักเตะเหล่านี้มีศักยภาพ และนี่เป็นหน้าที่ของผมที่จะต้องดึงศักยภาพของพวกเขาออกมาให้มากที่สุด”

        เมื่อกล่าวถึงการแข่งขันกับวัตฟอร์ดที่กำลังจะมาถึงเขากล่าวว่า “มันจะเป็นเกมที่ยากสำหรับเราเพราะพวกเขามีนักเตะที่ดีมากและมีผู้เล่นที่แข็งแกร่ง ผมรู้จักสนาม วิคาเรจ โร้ด เป็นอย่างดี ในฐานะอดีตผู้จัดการทีม มันยากสำหรับทีมใด ๆ ที่จะไปเล่นที่นั่น เราคาดว่านัดนี้จะลำบากมากแต่ผมตั้งตารอการแข่งขันนี้ นักเตะให้การตอบรับเป็นอย่างดี พวกเขาคว้าชัยในนัดที่ผ่านมาและนั่นจะทำให้พวกเขามีความมั่นใจมากขึ้น การฝึกซ้อมผ่านไปดีมาก เราจะซ้อมกันในวันพรุ่งนี้อีกครั้งก่อนการแข่งขัน ผมว่ามันจะเป็นเกมที่ต้องจับตาดู ตอนนี้ไม่มีนักเตะที่บาดเจ็บเพิ่มเติม อมาร์ตีย์ต้องพักระยะยาวและมาร์ค อัลไบรท์ตันยังต้องพักอยู่”

        ร็อดเจอร์ ได้กล่าวต่อว่า “คุณอัยยวัฒน์ รองประธานสโมสร สนับสนุนสิ่งที่ผมทำอย่างเต็มที่ เขาและแฟนบอลต่างก็ต้องการจะเห็นทีมประสบความสำเร็จและได้เห็นการแข่งขันที่ดี และสิ่งสำคัญที่สุดคือการคว้าชัย และถ้าคุณคิดว่าเขาเพิ่งผ่านเหตุการณ์ที่เลวร้ายมา ผมทึ่งมากในความมั่นคงของคุณอัยยวัฒน์ และนั่นเป็นสิ่งที่สำคัญมากในการติดสินใจของผม ผมรู้สึกผมช่วยเขาไปสู่เส้นทางแห่งความสำเร็จได้ และนี่เป็นครั้งแรกในชีวิตของเขาที่ต้องตัดสินใจครั้งใหญ่โดยไม่มีคุณวิชัยเคียงข้าง ผมว่าเขากล้าหาญมากตลอดขั้นตอน และชัดเจนมากว่าเขาจะสนับสนุนผมอย่างดีที่สุด ทั้งคุณอัยยวัฒน์, จอน รัดกิ้น และผมจะทำงานเคียงข้างกันเพื่อสร้างทีมให้แฟนบอลเป็นทีมที่เขาภาคภูมิใจพร้อมกับการพัฒนาคุณภาพของนักเตะ”


"๘ กรกฎา" ไม่ใช่วัน "แดงเดือด"! แต่เป็น "วันส้มเดือด" หรือ "วันปลอกแตก" ก็ได้เหมือนกัน สุดแต่ใครพอใจเรียกแบบไหน

'การเมืองหน้ากาก' ไทย-สหรัฐฯ
'การเมือง' ที่ไม่มี 'วันพระ'
'การอยู่-การไป' ของสมคิด
หมอชาญชัย"เผยตาหมาก"
ภาพสะท้อน 'อนาคตไทย'
อาจารย์แหม่ม 'ผิดตรงไหน?'