บันทึกหน้า4


   


    ไทยโพสต์ "อิสรภาพแห่งความคิด" www.thaipost.net กลายเป็นข่าวฮือฮาตั้งแต่เช้ารับเทศกาลตรุษจีน ขณะที่ครอบครัวชาวไทยเชื้อสายจีนกำลังสาละวนไหว้เจ้า ไหว้บรรพบุรุษ ก่อนจะจุดประทัดเสียงดังปังๆๆ ปรากฏว่าที่ทำเนียบรัฐบาลไม่น้อยหน้า เสียงดังโพละ อ่างบัวเซรามิก ที่ตั้งประดับบริเวณสนามหญ้าหน้าตึกบัญชาการ แตกกระจาย เลยเมาธ์กันให้แซดลั่นทำเนียบฯ "ลางร้าย!" เพราะอ่างบัวสีนอกจากมีไว้เพื่อความสวยงามแล้ว ยังช่วยเสริมสิริมงคลให้กับรัฐบาลด้วย ถ้ายังจำกันได้ ต้นปี 60 อ่างบัวล็อตแรกไม่ใช่อ่างเซรามิกสีเขียว-ฟ้า แต่เป็นอ่างดินสีดำ-เทา สนนราคาใบละ 5 พันบาท แต่มีปัญหาร้าวง่าย เลยเปลี่ยนเป็นอ่างเซรามิกแทน ทั้ง 2 ล็อต "บิ๊กตู่" ควักเงินส่วนตัวซื้อเอง เพื่อนำมาปรับภูมิทัศน์ข้างตึกไทยคู่ฟ้า ด้านหน้าตึกบัญชาการและบริเวณใกล้เคียง โดยเป็นเส้นทางที่ "บิ๊กตู่" มักเดินผ่าน ว่ากันว่าช่วยเสริมฮวงจุ้ยให้กับทั่นนายกฯ ส่วนบัวที่เลี้ยงในอ่างก็มีหลากสี อาทิ สีม่วง สีน้ำเงิน สีชมพู ครั้งนั้นพอนักข่าวถาม นายกฯ ก็ปลื้มใจประสาคนชอบบัวบอกว่าสวยดี แถมได้ทีสอนเรื่อง "บัวพ้นน้ำ" ด้วยว่า "บัวเป็นพืชตระกูลสูง เตือนใจ ทุกคนต้องพัฒนาตัวเอง ให้เป็นบัวพ้นน้ำ อย่าบอกว่ารัฐบาลเอาแต่เรื่องดีชูเป็นบัวพ้นน้ำ แล้วเอาเรื่องไม่ดีไว้ในตม แล้วที่มีการทุจริตมาไม่ใช่ตมหรือ รัฐบาลพร้อมตอบทุกคำถาม ถ้าผิดก็ไปฟ้องร้องมา”
    ๐ ไม่รู้ว่าทั่นผู้นำยังจำสิ่งที่พูดครั้งนั้นได้อยู่หรือเปล่า เพราะเรื่องที่คนใน ครม.ของทั่นฝังในตมดันโผล่ขี้นมาเข้าตำราน้ำลดตอผุด เลยไม่เห็นบัวพ้นน้ำ เห็นแต่ตอผุดเหนือน้ำ ถึงจะมีข่าว ป.เปรมชัยมากลบ ใช่ว่าคนจะลืม ขนาดคนในด้วยกันเองยังทนไม่ไหว ต้องไปบ่นที่ต่างแดน แต่เสียงสะท้อนกลับเข้าไทย เล่นเอาเก้าอี้ร้อนฉ่า กลับลำจนแทบเสียคน ท่ามกลางเสียงโห่ของกองเชียร์ ฟากนักการเมืองก็ถล่มกันยับ เรื่องราวกลับตาลปัตร ต้นเรื่องยังยิ้มร่าเที่ยวชมงานสบายใจ แต่คนพูดความจริงต้องหนีหน้าอ้างงานล้น "หมอธี" คงปั้นหน้าไม่เก่ง แค่ไปโชว์ตัวสร้างภาพ ครม.หวานชื่นแป๊บเดียวก็เต็มกลืน ลองแวบเข้าไปดูเว็บ change.org รายชื่อประชาชนหนุนแคมเปญของป้ามลทะลุ 8 หมื่นแล้ว ก็ไม่มีผลสั่นคลอนการตัดสินใจของทั่นผู้นำ 
    ๐ "แม้คนใน ครม.ไม่กล้าวิจารณ์ แต่พอถึงจุดหนึ่ง ก็หนีไม่พ้น เมื่อตัดสินใจกันแบบนี้ทุกคนก็ต้องรับผิดชอบร่วมกัน ในที่สุดก็กลายเป็นเรื่องของรัฐบาลทั้งหมด ในสมัยผมเป็นรัฐบาล กรณีคุณวิทยา แก้วภราดัย และคุณวิฑูรย์ นามบุตร ท่านเหล่านั้นถึงใช้คำว่า ไม่เป็นภาระกับรัฐบาล เพราะเขารู้ว่าในที่สุดจะกลายเป็นเรื่องของรัฐบาลไปโดยปริยาย ซึ่งวันนี้ผมว่าเกือบจะไปสู่จุดนั้นแล้ว เพราะท่านนายกฯ พูดเอง ว่าใครรักท่านก็ต้องรักทุกๆ คนด้วย หมายความว่าต้องรับผิดชอบร่วมกันไป" ในฐานะอดีตนายกฯ "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" เลยถือโอกาสสอน "บิ๊กตู่" ก็ต้องรอดูวันที่หัวหน้า ปชป.บอกว่ารัฐบาลต้องรับผิดชอบร่วมกันนั้นจะเป็นอย่างไร เพราะถ้าเป็นรัฐบาลเลือกตั้งยังพอเห็นจุดจบ แต่ยุครัฐประหารเลยยังมองไม่ออก นอกจากความเสื่อมที่ถดถอยลงอย่างต่อเนื่อง 
    ๐ แต่ที่เห็นชัดๆ เวลานี้คือสถานการณ์คอร์รัปชันไทยแย่ลง พบจ่ายเงินใต้โต๊ะให้ ขรก.กับนักการเมืองขี้ฉ้อมากขึ้นในรอบ 3 ปี ถึงแม้ไม่ชัดว่าประเด็นนาฬิกาหรูยืมเพื่อนเกี่ยวด้วยมั้ย แต่ "ธนวรรธน์ พลวิชัย" ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ชี้ว่าเป็นสัญญาณคอร์รัปชันที่แย่ลง หากนับจากช่วงเดือนมิถุนายน 2558 ที่รัฐบาลเริ่มทำงาน รวมไปถึงดัชนีปัญหาและความรุนแรงของคอร์รัปชันก็แย่ลงด้วย ก่อนจะทิ้งท้ายว่าสิ่งสำคัญขึ้นอยู่กับว่ารัฐบาลมีความจริงจังกับการแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันแค่ไหน!

 

ลี้คิมฮวง


"ตัวอะไรเอ่ย........... หางอยู่ไทย หัวไปส่ายอยู่นอกประเทศ?" ไม่ใช่หัวเดียวนะ แต่ "ทีเดียว ๒ หัว" เลย

ถอดรหัสเลือกตั้ง "ต้นปี ๖๒"
'ใครหัวหน้า' สำคัญกว่าถูกดูด    
แอมเนสตี้ที่ 'สังคมไม่ต้องการ'
อีกก้าวของ 'นายกฯ เผด็จการ'
คสช.คือกบฏแผ่นดิน?
ยุทธศาสตร์ชาติกับทิศทางโจร