บอร์ดอิสระเตรียมสรุปผลงาน2ปี ย้ำมีโมเดลปฎิรูปแค่เริ่มต้น การขับเคลื่อนสำคัญที่สุด


เพิ่มเพื่อน    

2เม.ย.62-นพ.จรัส สุวรรณเวลา ประธานคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการอิสระฯ ว่า ขณะนี้เหลือเวลาอีกเพียง 2 เดือน คณะกรรมการชุดนี้ก็จะหมดวาระลงแล้ว ดังนั้นที่ประชุมจึงได้พิจารณาที่จะลดระดับเครื่องบินเพื่อลงจอดสนามบินได้อย่างเรียบร้อยราบรื่น โดยได้รวบรวมสิ่งที่ได้ทำมาตลอด 2 ปี จัดทำเป็นเอกสารอีกหนึ่งฉบับเป็นรายงานของ คณะกรรมการอิสระฯ เสนอรัฐบาล โดยจะระบุถึงสภาพความเป็นมา ผลสัมฤทธิ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ประเด็นปัญหาและแนวทางที่จะนำไปสู่การแก้ไขปัญหา ว่า อะไรที่ควรแก้ไขและต้องดำเนินการอย่างไรต่อไป คาดว่ากลางเดือน พฤษภาคมนี้น่าจะดำเนินการเสร็จสิ้น นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้พิจารณาบทบาทของการศึกษาเอกชน ซึ่งโรงเรียนเอกชนมีนักเรียนในสังกัดถึง 2.2 ล้านคนจาก 7.7 ล้านคน มีครูถึง 1.4 แสนคน แต่สังคมและภาครัฐก็ยังไม่เห็นความสำคัญ ที่เป็นปัญหาคือรัฐมีการออกกฏหมายที่ควบคุมมากกว่าส่งเสริม ทั้งๆที่เอกชนมีความได้เปรียบในการจัดการศึกษา เพราะมีความคล่องตัวในการปรับให้ตรงกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ดังนั้นต้องมองเอกชนว่าช่วยแบ่งเบาภาระและใช้จุดนี้ให้เกิดประโยชน์แทนที่จะไปควบคุม รวมทั้งต้องแก้ปัญหาการแข่งขันระหว่างรัฐและเอกชนโดยที่รัฐได้เปรียบ ทำให้เกิดความยากลำบากต่อเอกชน

“การปฏิรูปการศึกษาในครั้งนี้ความคาดหวังสูงมาก 2 ปีที่ผ่านมา คณะกรรมการอิสระฯ ลงแรงกันไปเยอะ การพิจารณาของเรามีผลเป็นที่น่าพึงพอใจและเป็นการแก้ปัญหาจริงๆ ไม่ใช่เฉพาะหน้า ส่วนผลที่เกิดขึ้นจะเป็นไปตามที่สังคมคาดหวังได้แค่ไหนต้องรอ เพราะการจัดการรูปแบบการปฏิรูปเป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น แต่จะต้องมีการขับเคลื่อนต่อถึงจะเกิดผลในการปฏิรูปอย่างแท้จริง ซึ่งมีความหวังว่าจะขับเคลื่อนได้ดี” ประธานคณะกรรมการอิสระฯ กล่าว

ด้านนายสมศักดิ์ ดลประสิทธิ์ รองเลขาธิการสภาการศึกษา (รองเลขาฯ สกศ.) กล่าวว่า ตนได้เสนอข้อมูลต่อที่ประชุม ว่า ภาคเอกชนเข้ามาช่วยแบ่งเบาภาระในการจัดการศึกษาของประเทศ ตั้งแต่ระดับอนุบาลถึงปริญญาตรี โดยพบว่าเอกชนรับผิดชอบจัดการศึกษาเกือบ 1 ใน 3 หรือคิดเป็นสัดส่วนรัฐต่อเอกชนประมาณ 70:30 แต่สภาพปัญหาที่ผ่านมารัฐยังไม่ค่อยให้ความสำคัญเท่าที่ควร ทั้งๆที่เอกชนจัดการศึกษามีคุณภาพเห็นได้จากคะแนนแบบทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน หรือ โอเน็ตที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศ และต้นทุนในการจัดการศึกษาต่ำกว่าภาครัฐ กอปศ.จึงมีข้อเสนอในการส่งเสริมให้การจัดการศึกษาเอกชนมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยรัฐควรจะมองว่าเอกชนเป็นพาร์ทเนอร์ไม่ใช่มาจัดการศึกษาเพราะมุ่งธุรกิจ และสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐาน ระบบดิจิทัล สื่อการเรียนการสอน และการพัฒนาครู รวมทั้งการแก้กฏหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น พ.ร.บ.การศึกษาเอกชน คำสั่งมาตรา 44 ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาเอกชน รวมถึงกฎหมายที่เกี่ยวข้องอื่นๆ ได้แก่ สิทธิประโยชน์ทางภาษีที่จะจูงใจเอกชน ซึ่งจะปรากฏในรายงานของคณะกรรมการอิสระฯ ด้วย


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.