อย่าไหล..ไปตามสิ่งแวดล้อม


เพิ่มเพื่อน    

 

      สุภาษิต "เข้าเมืองตาหลิ่ว ต้องหลิ่วตาตาม" ถือเป็นเรื่องที่สอนและบอกต่อๆ กันมานาน พร้อมกับยกตัวอย่างเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจกับสุภาษิตดังกล่าวให้ถ่องแท้

      แต่อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนมีคำพังเพยอีกข้อหนึ่งที่มาให้ต้องคิดและชั่งน้ำหนักว่า เราควรจะต้องหลิ่วตาตามคนอื่นในทุกสถานการณ์เสมอไป หรือว่าเราควรจะพิเคราะห์และตัดสินใจก่อน ว่าเราควรจะเลือกทางไหน

      "เห็นช้างขี้ อย่าขี้ตามช้าง" นั่นเองที่เตือนสติ ทำให้เราต้องรู้จักพินิจพิจารณาว่า ในแต่ละสภาพแวดล้อมนั้น เราควรจะปฏิบัติตนอย่างไร มิเช่นนั้น การตามแห่คนอื่นไปในทุกเรื่อง ทั้งๆ ที่เห็นชัดๆ ว่าไม่ดี ไม่งาม ไม่เหมาะ ก็จะพาให้ชีวิตปราศจากความสุข หรือไม่ก็จะทำให้เกิดความสับสนไม่เป็นตัวของตัวเองจนกลายเป็นคนมีปัญญา แต่ขาดสติก็เป็นไปได้

      วันนี้เวิ่นเว้อชวนคุยเรื่องนี้ เหมือนยกแม่น้ำทั้งห้ามาประกอบชีวิตจริงนั้น ก็เป็นเพราะว่า มนุษย์ป้าจำเป็นต้องใช้บริการรถขนส่งมวลชน หรือรถบริการสาธารณะอยู่ 2-3 วัน เพราะรถยนต์คู่ชีพได้เวลาเช็กร่างกายประจำปี จำเป็นต้องปล่อยทิ้งไว้กับหมอรถตรวจสภาพและเพิ่มความฟิตให้กับมัน

      ของอย่างนี้ประมาทไม่ได้ค่ะ เกิดมันสิ้นชีพกลางทาง มนุษย์ป้าจะยกขาอ่อนโบกเรียกใครให้ช่วยคงเหนือบ่ากว่าแรง และอาจจะเป็นลมเป็นแล้งไปเสียก่อน

      กลับเข้าเรื่องดีกว่า มนุษย์ป้าถือว่าการขึ้นรถเมล์เป็นการเพิ่มสีสันให้กับชีวิต เพราะได้มีโอกาสสัมผัสสิ่งรอบข้างที่แตกต่างออกจากชีวิตอีกกว่า 300 วันในแต่ละปีจ้า ฉะนั้น เวลาเดินออกจากบ้านไปป้ายรถเมล์จะเหมือนได้ออกผจญภัย แล้วก็พบว่าเป็นอย่างนั้นจริงๆ คือ คนส่วนใหญ่นั่งรอรถเมล์ในศาลารอรถ ราวกับว่า สามารถระบุได้ว่ารถที่ตัวเองรอนั้นจะมาเมื่อไหร่ ไม่ใส่ใจที่จะชะโงกลุ้นแบบเราเลยนะ

      เห็นรถเมล์มาแต่ไกล เรารึก็รีบโบกมือไหวๆ เพื่อส่งสัญญาณให้รถเมล์จอด แล้วสังเกตว่าไม่เห็นมีใครสนใจลุกขึ้นมาดูเลยว่า ใช่คันที่ตัวเองรอหรือเปล่า???!!!???

      แต่ขอโทษทีค่ะ พอรถเมล์จอดปั๊บ คนข้างหลังมาจากไหนไม่รู้เกือบ 10 คน แซงหน้าขึ้นรถเมล์กันโดยไม่สนใจเลยว่ามนุษย์ป้าเป็นคนเดียวที่โบกขอให้รถเมล์จอด แม้ไม่ถึงกับชนหรือเบียดเรา แต่ขอสารภาพว่า ประหลาดใจสุดๆ ..อย่างนี้ก็มีด้วย

      แตกต่างโดยสิ้นเชิงกับกระบวนการในการขึ้นรถไฟฟ้า ซึ่งทุกคนจะรู้กติกาอย่างดีว่า มาก่อนขึ้นก่อน มาหลังต้องให้สิทธิ์คนมาหน้าก้าวขึ้นรถตามลำดับ

      ถามตัวเองว่า แล้วพรุ่งนี้ต้องขึ้นรถเมล์อีก ประสบการณ์ที่เราพบประมาณว่า ..ใครดีใครได้ไม่สนใจคิว จะต้องควักออกมาใช้เพื่อให้เท่าทันกับชีวิตจริงและสิ่งแวดล้อมที่เราต้องเผชิญหรือไม่

      มีคำตอบแล้วค่ะในใจ...แล้วพี่น้องผองเพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกับมนุษย์ป้า..คิดยังไงล่ะ.

                                                              "ป้าเอง"                              


เมื่อวานคุยเล่น  เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ  วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด

อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"