'สมคิด'อ้างทุกฝ่ายเชียร์เร่งตั้งรัฐบาลฟื้นเชื่อมั่น


   

22 พ.ค. 62 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ กล่าวภายหลังการประชุมร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) นัดพิเศษ และได้มีการหารือส่วนตัวกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ว่า ไม่ได้มีการหารือเรื่องการเมืองกัน แต่เป็นการนำภาคเอกชนเข้ามอบหนังสือรวบรวมผลการดำเนินงานในส่วนของเอกชน 

เมื่อถามถึงกรณีที่ปรากฏภาพ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย จับมือกับ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ จะทำให้การจัดตั้งรัฐบาลเร็วขึ้นหรือไม่ นายสมคิด กล่าวว่า “คนในวงการเมืองรู้จักกันทุกคน ยิ่งเป็นมิตรกันเท่าไหร่ก็ยิ่งดี” เมื่อถามว่ามีใครมาพูดคุยกับท่านหรือไม่ นายสมคิด กล่าวว่า จะมาพุดคุยกับตนได้อย่างไร ตนอยู่ฝ่ายรัฐบาล ไม่ใช่ฝ่ายการเมือง ส่วนที่มีชื่อตนเข้าไปเกี่ยวข้องนั้น สื่อฯก็ชอบไปเขียน แล้วตนไปเกี่ยวที่ไหน จะมาทาบทามตนได้อย่างไร ที่ผ่านมาก็มีคนยุพอสมควรแล้ว 

ส่วนที่หัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรคพปชร. ที่เคยมาขอคำปรึกษาท่านอยู่เรื่อยๆ ขณะนี้ได้เข้ามาขอคำปรึกษาอะไรหรือไม่นั้น นายสมคิด ตอบว่า ช่วงหลังมานี้ไม่ค่อยได้เจอกับหัวหน้าและเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ เพราะงานเขาเยอะ เขาคงเจรจาพูดคุยกัน ในส่วนของตนที่รับผิดชอบหลายกระทรวงก็ไม่รู้จะหมุนอย่างไร ส่วนการเจรจาของพรรคพลังประชารัฐใกล้จบหรือยังนั้น เรื่องนี้ก็คงต้องไปถามจากพรรคพลังประชารัฐ

เมื่อถามว่า มีความกังวลว่าการเมืองในปัจจุบันจะส่งผลกระทบกับเศรษฐกิจหรือไม่ รองนายกฯด้านเศรษฐกิจ กล่าวว่า เป็นที่รู้กันอยู่แล้วว่า ถ้าการเมืองดี เศรษฐกิจก็ดีขึ้น และตอนนี้เราก็กำลังเผชิญกับสงครามการค้า ซึ่งรู้กันอยู่แล้วว่าการส่งออกของเราได้รับผลกระทบ และบังเอิญเรามีเรื่องการเลือกตั้งเข้ามา และหลังจากการเลือกตั้งผ่านมาหลายเดือน ความไม่แน่นอนก็ยังมีอยู่ เพราะก่อนจะมีรัฐบาลใหม่ขึ้นมา การตัดสินใจลงทุนอะไรเขาก็ชะลอดู ซึ่งหวังว่ามันจะชัดเจนได้ในเวลาไม่นานนัก อยากให้ปรองดองกันและมองถึงอนาคตของบ้านเมืองเป็นหลัก

ผู้สื่อข่าวถามว่า จำเป็นต้องเร่งจัดตั้งรัฐบาลเพื่อเรียกความเชื่อมั่นกลับมาโดยเร็วหรือไม่ นายสมคิด ตอบว่า ทุกคนต้องการตั้งรัฐบาลให้เร็วอยู่แล้ว ขึ้นอยู่กับความร่วมมือกัน พูดจากัน ให้เข้าใจ ส่วนที่มีชื่อตนอยู่ด้วยนั้น จะมีชื่อใครขึ้นมาได้อย่างไร ในเมื่อยังไม่รู้เลยใครจะมาเป็นนายกฯ ทุกอย่างเป็นขั้นตอนของมันไป และ4-5 ปีที่ผ่านมา ถือว่าเรามาไกลมากแล้ว อย่าให้ทุกอย่างที่สร้างมาถดถอยลงไป น่าเสียดาย อยากให้มองข้างหน้าร่วมมือกัน

เมื่อถามย้ำว่า หากนายกฯเป็นพล.อ.ประยุทธ์ ยังจะช่วยสนับสนุนท่านทำงานต่อไปหรือไม่ นายสมคิด กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องที่เกิดภายหลัง เพราะถึงอย่างไรต้องให้ชัดเจนก่อนว่าคณะรัฐมนตรีจะมีใครบ้าง และใครเป็นนายกฯ ตัวบุคคลมาทีหลังทั้งนั้น อย่างไรก็ตามความสำคัญอยู่ที่ความต่อเนื่องของระบบและนโยบาย ตัวบุคคลคงไม่ใช่ แม้ว่าตัวบุคคลบางคนก็เป็นที่น่าเชื่อถือกับต่างประเทศ แต่ไม่ใช่ทุกสิ่ง อยู่ที่รัฐบาลอยู่ที่นโยบาย.