พปชร. ปิดดีลรัฐบาล ‘ปชป.-ภท.’ขอ6กระทรวงหลัก/พท.ดิ้นชิงปธ.สภา


   

 "วิษณุ" ระบุวันโหวตนายกฯ รอชัดหลังได้ประธานสภาฯ แล้ว "กอบศักดิ์-ธรรมนัส" เผยจัดตั้งรัฐบาลใกล้จบ "อุตตม-สนธิรัตน์" ไปต่อรองรอบสุดท้ายก่อนปิดดีล มั่นใจได้เป็นรัฐบาลแน่นอน "ปชป.- ภท." แท็กทีมขอ 6 กระทรวงหลัก ขู่หากไม่ยอมพร้อมเดินหน้าตั้งรัฐบาลขั้ว 3 ส.ส.นครฯ พปชร.สุดทนยุโหวตนายกฯ-ตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อยหากไปไม่ได้ก็ยุบสภาเลือกตั้งใหม่ "เพื่อแม้ว" ยังเพ้อเสนอคนแข่งเป็นประธานสภาฯ "อนค." ก็ไม่หยุดฝันดัน "ธนาธร" เป็นนายกฯ

     นายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร กล่าวเมื่อวันพุธ ถึงการเตรียมความพร้อมการประชุมนัดแรกของสมาชิกรัฐสภา ที่ต้องเข้าร่วมงานพิธีเปิดประชุมรัฐสภานัดแรกวันที่ 24 พ.ค. ที่ห้องประชุมวิเทศสโมสร กระทรวงการต่างประเทศ ว่าทางเจ้าหน้าที่ของสำนักงานได้จัดเตรียมสถานที่เพื่อใช้ในการเปิดประชุมรัฐสภานัดแรกแล้ว ขณะที่การเตรียมพร้อมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ทางสำนักงานได้แจ้งไปยัง ส.ส.ทุกคนให้เตรียมความพร้อมที่อาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ย่านเกียกกาย ตั้งแต่เวลา 11.00 น.ของวันที่ 24 พ.ค.นี้ ซึ่งสำนักงานได้จัดอาหารไว้รับรอง พร้อมรถบัสเพื่อรับ-ส่งสมาชิกไปยังกระทรวงการต่างประเทศ               
    เลขาธิการสภาฯ กล่าวถึงขั้นตอนของการเลือกประธานสภาฯ และรองประธานสภาฯ จำนวน 2 คน ว่าตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2551 กำหนดให้การลงคะแนนเลือกดังกล่าวเป็นการลับ ดังนั้นสำนักงานจึงได้เตรียมบัตรใส่ในซองเอกสารเพื่อให้สมาชิกได้เลือกบุคคลที่ถูกเสนอชื่อ โดยกระบวนการ หากมีการเสนอชื่อบุคคลให้ดำรงตำแหน่งใด ต้องได้เสียง ส.ส.รับรองเกิน 20 คน หากตำแหน่งใดมีการเสนอชื่อเพียงบุคคลเดียว ให้ถือว่าได้รับเลือกในตำแหน่งดังกล่าว แต่หากมีชื่อที่เสนอเกินกว่า 1 คนให้ใช้การลงคะแนนลับ
     “จะมีการตั้งกรรมการตรวจนับคะแนนจำนวน 5คน มาจากพรรคการเมืองหลัก อาทิ พรรคประชาธิปัตย์, พรรคเพื่อไทย, พรรคภูมิใจไทย, พรรคอนาคตใหม่, พรรคพลังประชารัฐ พรรคละ 1 คน เพื่อตรวจนับคะแนนและประกาศผล โดยผู้ที่ถูกเสนอชื่อซึ่งได้คะแนนสูงสุดจะได้รับตำแหน่งที่ถูกเสนอ ทั้งนี้ การเลือกบุคคลให้ดำรงตำแหน่งดังกล่าวจะต้องเลือกประธานสภาฯ ให้แล้วเสร็จก่อนถึงจะเข้าสู่การเลือกรองประธานสภาฯ คนที่หนึ่ง และคนที่สอง ตามลำดับ ส่วนตัวเชื่อว่าการเลือกดังกล่าวจะใช้เวลานานพอสมควร” 
    นายสรศักดิ์กล่าวว่า สำหรับบัตรลงคะแนนเลือกประธานสภาฯ และรองประธานสภาฯ 2 คนนั้น สำนักงานได้ทำบัตรออกเสียงที่มีตราประทับของสำนักงานดังนั้นจึงไม่สามารถที่จะทำการปลอมบัตรออกเสียงได้ อีกทั้งขั้นตอนการตรวจสอบนั้นยังสามารถทำได้ตั้งแต่ชั้นการหย่อนบัตรลงหีบ และการนับจำนวนสมาชิกที่เข้าร่วมประชุม โดยได้เชิญนายชัย ชิดชอบ ส.ส.พรรคภูมิใจไทย ที่อาวุโสสูงสุดในสภาทำหน้าที่ประธานชั่วคราว 
    ด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงขั้นตอนการโหวตเลือกนายกฯ ว่า โดยขั้นต้นจะต้องมีการโหวตเลือกประธานและรองประธานสภาฯ ให้เรียบร้อยก่อน ซึ่งได้กำหนดไว้ในวันที่ 25 พ.ค. หลังจากนั้นจะนำรายชื่อประธานและรองประธานสภาฯ ขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย และพอโปรดเกล้าฯ ลงมาแล้ว ประธานสภาฯ จึงจะมีการกำหนดให้โหวตเลือกนายกฯ ทั้งนี้ การโหวตเลือกนายกฯ โดยหลักแล้วไม่ควรเป็นวันเสาร์-อาทิตย์ เพราะ ส.ส.ส่วนใหญ่อยู่ต่างจังหวัด
    สำหรับความคืบหน้าการจัดตั้งรัฐบาล มีรายงานข่าวว่า ภายหลังที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ได้โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า ทำงานกันอยู่นะครับ ไม่ได้มากินกันเฉยๆ ตามที่ได้พูดไว้ทุกอย่าง พร้อมปรากฏภาพนายอนุทินกับนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และนายมนตรี ปาน้อยนนท์ ส.ส.ประจวบคีรีขันธ์ พรรค ปชป. รับประทานอาหารกลางวันที่ร้านทีเฮ้าส์ เมื่อวันที่ 21 พ.ค.   
ไม่ได้ตามขอดันขั้วที่ 3
    โดยมีประเด็นสำคัญที่ทั้ง 2 ฝ่ายหารือคือ พรรคปชป.ได้เสนอขั้วที่ 3 หากพรรค ปชป. 52 เสียง และ พรรค ภท. 51 เสียง รวมกันจะได้ ส.ส.103 เสียง ที่สามารถไปเชื้อเชิญพรรคการเมืองต่างๆ มาร่วมรัฐบาล เพื่อเป็นทางออกของประเทศในเวลานี้ เนื่องจากเห็นว่าสถานการณ์ขั้วที่ 1 และขั้วที่ 2 ยังจัดตั้งรัฐบาลไม่สำเร็จ โดยเฉพาะคนใน ปชป.มีความเห็นไปหลายทิศทาง อาทิ ไม่สามารถไปร่วมงานกับพรรคเพื่อไทย (พท.) ได้ บางกลุ่มก็ไม่สามารถสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ รวมทั้งบางคนยังสนับสนุนให้เป็นฝ่ายค้านอิสระ   
    ขณะที่ทางฝั่งพรรค ภท.ก็พบปัญหาหลากหลายไม่ต่างกัน หลังจากการรับฟังความคิดเห็นของ ส.ส. ระหว่างการประชุมที่จังหวัดบุรีรัมย์เมื่อวันที่ 20 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยพบว่า ส.ส.บางคนเกรงว่าไปร่วมกับพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ก็จะมีปัญหาในพื้นที่ เพราะมีกระแสต่อต้านทหาร หรือบางคนก็บอกว่าไปร่วมรัฐบาลกับฝ่ายไหนก็ได้ แต่ขอให้สามารถผลักดันนโยบายแก้ปัญหาปากท้อง และทำให้บ้านเมืองเกิดความสงบได้ก็พอ  
    รายงานข่าวแจ้งว่า การหาเรื่องขั้วที่ 3 ดังกล่าวนี้นายอนุทินและนายเฉลิมชัยจะนำไปหารือกับพรรคของตัวเองว่าเห็นด้วยกันแนวทางนี้หรือไม่ พร้อมทั้งรับฟังกระแสสังคมควบคู่กันไปในช่วงนี้ว่าจะขานรับแนวทางขั้วที่ 3 ด้วยหรือไม่ หากประชาชนเห็นด้วยและสนับสนุนไปให้ตลอดรอดฝั่ง ก็เชื่อว่าโอกาสของขั้วที่ 3 ด้วยจำนวนตั้งต้น 103 เสียง จะมีโอกาสเดินหน้าไปได้ที่จะชักชวนพรรคการเมืองต่างๆ มาจัดตั้งรัฐบาล แต่หากสังคมไม่เห็นด้วย พรรค ปชป.และพรรค ภท.ก็แยกย้ายไปตามแนวทางของตัวเอง หรือเงื่อนไขที่เปิดรับในการร่วมรัฐบาล หรือสุดท้ายต้องเป็นฝ่ายค้าน
    ด้านนายมนตรี ปาน้อยนนท์ เปิดเผยถึงการนัดหารือระหว่างนายอนุทินและนายเฉลิมชัยว่า เป็นการไปพูดคุยว่าเราต้องการทำงานอะไร ด้านไหน ซึ่งแกนนำทั้งสองพรรคต่างยืนยันที่จะจับมือเดินไปด้วยกัน ไม่มีแตกแยกหรือปล่อยมือทิ้งกัน ถ้าข้อเสนอที่บอกไปได้รับการตอบรับ โดยพรรค ภท.สื่อก็ทราบมาแล้วว่า ต้องการบริหารงานต่อยอดจากนโยบายที่หาเสียงไว้คือ กระทรวงคมนาคม สาธารณสุข เพื่อปลดล็อกกัญชาเป็นยารักษาโรค และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อต่อยอดทั้งงานด้านกีฬาและบูมจังหวัดที่มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยว ในส่วนพรรค ปชป.ขอมหาดไทย พาณิชย์ เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาพืชผลการเกษตรตกต่ำและพลังงาน แต่ถ้าไม่ได้ตามนี้ เราก็ยืนยันว่าจะจับมือกัน ส่วนจะพิจารณาเป็นขั้วที่สามหรือไม่นั้น ตนไม่ทราบ
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการหารือดังกล่าว ตัวแทนพรรค พปชร.เสนอโควตาตำแหน่งมาให้ทั้ง 2 พรรค พรรคละ 7 ตำแหน่ง แบ่งเป็น 3 กระทรวงหลักเกรดเอ  4 รมช. หรืออาจเป็น 3 กระทรวงหลัก บวก 1 รองนายกฯ และ 3 รมช. นอกจากกระทรวงหลักที่ทั้งสองพรรคระบุไปแล้ว ไม่มีการระบุขอตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการ แต่หากข้อเสนอร่วมดังกล่าวของทั้งสองพรรคไม่ได้รับการตอบสนองทั้ง 2 พรรค อาจพิจารณาเป็นขั้วที่ 3 โดยมีการประสานกับพรรคขนาดเล็กอีก 2 พรรค คือ ชาติไทยพัฒนาที่มี 10 ส.ส. และพรรคชาติพัฒนาอีก 3 ส.ส. รวมเป็น 116 ส.ส. เพราะเห็นว่าพรรคหลักทั้ง 2 ขั้วมีจุดยืนที่ต่างกันมาก ไม่ว่าขั้วใดตั้งรัฐบาลได้ก็จะเป็นเสียงปริ่มน้ำ หรืออาจเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย ที่จะมีปัญหาในการบริหารราชการที่สุดกระทบต่อเสถียรภาพรัฐบาลและอาจเป็นรัฐบาลที่อายุสั้น
ดึงเวลาต่อรองเก้าอี้
    มีรายงานสำหรับการจัดตั้งรัฐบาลฝั่งพรรค พปชร.เปิดเผยว่า ล่าสุดยังไม่มีความคืบหน้า เพราะต้องรอมติอย่างเป็นทางการจาก 2 พรรคใหญ่ คือ ปชป. และ ภท. โดยมีรายงานว่าทั้ง 2 พรรคยังคงดึงเวลาในการตัดสินใจ ท่ามกลางกระแสการต่อรองเก้าอี้รัฐมนตรีที่มีมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่ง ปชป.ต้องการต่อยอดนโยบายแก้ปัญหาผลผลิตทางการเกษตร และนโยบายสร้างคน พัฒนาบุคลากรของประเทศ ทั้งหมดเพื่อเรียกความเชื่อมั่นของฐานเสียงพรรคให้กลับคืนมา ทำให้ ปชป.แสดงความต้องการไปที่ 3 กระทรวงสำคัญ คือ เกษตรและสหกรณ์ พาณิชย์ และศึกษาธิการ ส่วน ภท. มองไปที่คมนาคม มหาดไทย และสาธารณสุข
    ขณะที่ตำแหน่งประธานสภาฯ ที่ก่อนหน้านี้มีข่าวว่า พปชร.อาจยอมปล่อยให้ ปชป.โดยมีชื่อนายบัญญัติ บรรทัดฐาน ส.ส.บัญชีรายชื่อ เป็นแคนดิเดต ล่าสุด พปชร.อาจจะเก็บเก้าอี้ประธานสภาฯ ไว้เอง เพื่อให้เกิดความมั่นใจในการควบคุมเสียงในการโหวตเลือกนายกฯ โดยยังคงมีชื่อนายสุชาติ ตันเจริญ ส.ส.ฉะเชิงเทรา เป็นแคนดิเดตของพรรค ขณะเดียวกันมีรายงานว่า ภท.ได้ต่อรองไปที่เก้าอี้ประธานสภาฯ เช่นเดียวกับ ปชป. แต่แกนนำ พปชร. เชื่อว่าเป็นการต่อรองเพื่อแลกเปลี่ยนกับโควตารัฐมนตรีกระทรวงเกรดเอเท่านั้น ซึ่ง พปชร.ประเมินสถานการณ์แล้วพบว่ามีเพียงแค่ 2 ทางเลือกคือ 1.ยกเก้าอี้ประธานสภาฯ ให้ปชป. เพราะเชื่อว่านายบัญญัติจะสามารถคุมเกมในสภาได้ และ 2.พปชร.เก็บตำแหน่งนี้ไว้เองเพื่อให้ทุกพรรคการเมืองไปสู้กันในสภา
    นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรค ปชป.ปฏิเสธแสดงความเห็นเรื่องนายเฉลิมชัยและนายมนตรีไปหารือพูดคุยกับนายอนุทิน โดยนายมนตรี ระบุได้ข้อยุติในการเข้าร่วมรัฐบาลแล้ว โดยแพ็ก ส.ส. 103 คน ร่วมกับพรรค พปชร.ว่า ไม่ทราบรายละเอียด เรื่องนี้ต้องไปถามนายมนตรีเอง เพราะไม่ได้ร่วมพูดคุยด้วย และปฏิเสธให้ความเห็นกระแสข่าวนายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรรค จะได้รับตำแหน่งประธานสภาฯ 
    นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีปรากฏภาพนายอนุทินจับมือกับนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน จะทำให้การจัดตั้งรัฐบาลเร็วขึ้นหรือไม่ว่า คนในวงการเมืองรู้จักกันทุกคน ยิ่งเป็นมิตรกันเท่าไหร่ก็ยิ่งดี เมื่อถามว่ามีใครมาพูดคุยกับท่านหรือไม่ นายสมคิดกล่าวว่า จะมาพูดคุยกับตนได้อย่างไร ตนอยู่ฝ่ายรัฐบาล ไม่ใช่ฝ่ายการเมือง ส่วนที่มีชื่อตนเข้าไปเกี่ยวข้องนั้น สื่อก็ชอบไปเขียน แล้วตนไปเกี่ยวที่ไหน
    เมื่อถามว่า มีใครมาทาบทามท่านล่วงหน้าหรือไม่ นายสมคิดกล่าวว่า จะมาทาบทามตนได้อย่างไร ที่ผ่านมาก็มีคนยุพอสมควรแล้ว” ถามอีกว่าหัวหน้าพรรคและเลขาฯ พรรค พปชร.ได้เข้ามาขอคำปรึกษาหรือไม่ นายสมคิดตอบว่า ช่วงหลังมานี้ตนไม่ค่อยได้เจอกัน เพราะงานเขาเยอะ เขาคงเจรจาพูดคุยกัน 
    พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กล่าวถึงการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ว่า ต้องถาม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. แต่ให้ พล.อ.ประยุทธ์ได้เป็นก่อนจะดีกว่า ส่วนตัวคิดว่าจะต้องรีบจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่โดยเร็ว เพื่อจะได้สร้างความเชื่อมั่นแก่ชาวต่างชาติ แต่ยืนยันว่าตนไม่ทราบว่าการจัดสรรตำแหน่งต่างๆ นั้นใกล้จะลงตัวแล้วหรือยัง
อย่าจิตตกตั้งรัฐบาลได้แน่
    เมื่อถามว่า มีกระแสข่าวว่า พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ น้องชายของท่านจะมาเป็น รมว.มหาดไทย พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า “ไม่มีหรอก ไม่มี ไม่มี ไม่มี พัชรวาทเลิกแล้ว ไม่เล่น” เมื่อถามว่าช่วงนี้มีกระแสโจมตีมาที่ท่านค่อนข้างมากรู้สึกกังวลหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวด้วยสีหน้าเคร่งเครียดว่า สื่อก็คิดไปเองล่ะสิ กระแสที่พุ่งก็คือจากสื่อ ส่วนกรณีที่พรรค ภท.และพรรค ปชป.ประชุมกันเพื่อเตรียมร่วมจัดตั้งรัฐบาลตนไม่รู้
         นายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษกพรรค พปชร. เปิดเผยว่า ในวันที่ 23 พ.ค. พรรค พปชร.จะจัดปฐมนิเทศและเสริมสร้างศักยภาพสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่ทำการพรรค โดยมีนายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค และนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค เข้าร่วมงาน เป็นการเตรียมความพร้อมของ ส.ส.ในการทำหน้าที่ในสภาฯ สำหรับการเปิดประชุมสภาฯ นัดแรก สำหรับการจัดตั้งรัฐบาลนั้น ตนเป็นห่วงข้อมูลข่าวสารที่ประชาชนได้รับว่าอาจจะทำให้พี่น้องประชาชนเครียด วิตกกังวลบ้าง เพราะพรรคการเมืองบางพรรคพยายามทำให้ประชาชนจิตตก ทั้งๆ ที่ประชาชนส่วนใหญ่อยากให้พรรค พปชร.จัดตั้งรัฐบาลได้ และอยากให้ พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ ต่อ เพื่อจะได้สานงานต่อก่อนจะเริ่มงานใหม่ จึงอยากจะฝากถึงประชาชนทั่วประเทศว่าอย่ากังวล มั่นใจว่าพรรคจะจัดตั้งรัฐบาลได้อย่างแน่นอน เพราะพรรคการเมืองที่จะมาร่วมงานกับพรรค พปชร.นั้นต่างอยากเห็นบ้านเมืองสงบ และอยากเห็นประชาชนมีความสุข
    ขณะที่ นายสายันต์ ยุติธรรม ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรค พปชร. กล่าวถึงการต่อรองตำแหน่งรัฐมนตรีของพรรคการเมืองในการร่วมตั้งรัฐบาลกับพรรค พปชร.ว่า การต่อรองทางการเมืองในการตั้งรัฐบาลผสมเป็นเรื่องปกติ แต่ว่าจุดหลักอยู่ที่พรรคแกนนำในการตั้งรัฐบาลต้องยืนหลักให้แน่น วันนี้ถึงไม่มีพรรคประชาธิปัตย์และพรรคภูมิใจไทยก็สามารถโหวตเลือกนายกฯ ได้อยู่แล้ว การต่อรองรัฐมนตรีเป็นเรื่องอดีต เป็นเรื่องเชยมากทางการเมือง หากเราจะทำให้ประเทศก้าวให้ทันโลก นายกฯ ที่จะเข้ามาทำงานหลังจากนี้ย่อมมีโอกาสจะตัดสินได้ดีกว่าว่ากระทรวงไหนควรให้ใครเป็นรัฐมนตรี ต้องมาคิดว่าจะทำอย่างไรให้ประเทศก้าวไปด้วยดี จะมาร่วมก็มา ไม่มาก็ไม่มา ไม่ใช่คิดว่ากระทรวงไหนมีงบประมาณรายจ่ายเท่าไหร่กี่แสนล้านบาท ประชาชนเขามองอยู่ นักการเมืองต้องปรับตัว ไม่ใช่มาคิดแต่ว่ากระทวงไหนเป็นกระทรวงหลัก เพราะทุกกระทวงมีความสำคัญเท่ากันหมด พวกต่อรองเป็นคนเก่าๆ เดิมๆ ที่ไม่ควรอยู่ในยุคดิจิตอลแบบนี้อีกแล้ว
    "ประชาธิปัตย์จะมาเอา รมว.มหาดไทย หรือ มท.1 ได้ยังไง ต้องคิดว่าเรามารับผิดชอบประเทศกันแล้วใครต่อรองมากก็เสียศูนย์เอง หากมีการต่อรองกันมากๆ ก็ตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อยไปเลย ไม่ต้องเอาประชาธิปัตย์กับภูมิใจไทยมาแล้ว เลือกตั้งใหมไม่เป็นไร หาก พ.ร.บ.งบประมาณไม่ผ่านก็ยุบสภาฯ ก็เลือกตั้งใหม่ ไม่เห็นเป็นอะไร เราก็พร้อมเลือกตั้งใหม่ในฐานะแกนนำหากมีปัญหาเราต้องพร้อม ดีกว่าไปง้อพรรคการเมืองอื่นจะเสียศูนย์" นายสายันต์กล่าวถึงกรณีพรรคประชาธิปัตย์ต้องการขอคุมกระทรวงหลักอย่างมหาดไทย ส่วนภูมิใจไทยขอคมนาคม 
เจรจาใกล้ปิดดีล
    ช่วงค่ำเวลา 19.00 น. ที่โรงเรียนทุ่งเสี้ยว ต.บ้านกลาง อ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานยุทธศาสตร์ภาคเหนือพรรคพลังประชารัฐ นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล โฆษกพรรค และคณะ ปราศรัยช่วยนายนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ ผู้สมัคร ส.ส.เขต 8 หมายเลข 4 จ.เชียงใหม่ หาเสียง ในการเลือกตั้งซ่อม วันที่ 26 พ.ค.นี้ ท่ามกลางฝนที่ตกลงมาตลอดการปราศรัย 
    ด้านนายกอบศักดิ์ปราศรัยตอนหนึ่งว่า นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค และนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค ไม่สามารถเดินทางมาได้ เพราะไปต่อรองรอบสุดท้าย ไปปิดงาน เพราะมันจะจบงานแล้ว ท่านจึงมอบหมายให้ผมมาเป็นตัวแทน ซึ่งมั่นใจว่าเราจะเป็นรัฐบาลแน่นอน และเมื่อเป็นรัฐบาลเราก็เดินหน้าทำตามนโยบาย ทำสิ่งดีๆ ให้คนเชียงใหม่ 
    ร.อ.ธรรมนัสปราศรัยว่า ฝนที่ตกลงมาในวันนี้ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีว่า ขณะนี้ประเทศกำลังได้รัฐบาลใหม่ อย่างที่นายกอบศักดิ์พูดไว้เบื้องต้น วันนี้ทุกอย่างมันจบแล้ว จึงถือว่า ชาวเชียงใหม่โชคดีที่ยังมีโอกาสเลือก ส.ส.ของพรรคพลังประชารัฐ เพราะนายนเรศมีความสามารถครบทุกด้าน 
    ที่พรรคเพื่อไทย คณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) นัดประชุมเพื่อหารือถึงสถานการณ์ทางการเมืองและการขับเคลื่อนงานทางการเมือง โดยเฉพาะการจับขั้วจัดตั้งรัฐบาล โดยมี พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ หัวหน้าพรรค, นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรค, นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง, นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรค, นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมาย, นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ โฆษกพรรค ร่วมประชุม
           นายภูมิธรรมกล่าวก่อนการประชุมว่า พรรคเพื่อไทย ในฐานะพรรคการเมืองที่ได้รับเลือกตั้ง ส.ส.เป็นอันดับ 1 มีสิทธิ์ที่จะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล โดย 7 พรรคการเมืองที่ร่วมลงสัตยาบัน ยังจับมือร่วมกันอย่างเข้มแข็ง ส่วนกรณีพรรคภูมิใจไทยและพรรคประชาธิปัตย์นัดเจรจาเพื่อรวมเสียงต่อรองการเข้าร่วมเป็นรัฐบาล เป็นหน้าที่ของพรรคการเมืองและ ส.ส.ที่ต้องทำหน้าที่ของตนเองที่สอดคล้องและเหมาะสม ส่วนผลจะเป็นอย่างไร เชื่อว่าประชาชนจะทราบถึงความชัดเจนในผลการกระทำดังกล่าวว่าเป็นบวกหรือเป็นลบกับประชาชน
     "สำหรับพรรคเพื่อไทยยืนยันในเจตนารมณ์ที่เคยทำสัตยาบันว่าต้องทำให้ประเทศหลุดพ้นจากวิกฤติ พรรคไม่ยึดกับตำแหน่ง และมีสิ่งที่อยากเห็นคือ เป็นทางออกให้กับประเทศ และหลุดพ้นจากกติกาที่เป็นปัญหาผ่านการร่วมมือของ ส.ส. ทั้งนี้ พรรคเพื่อไทยพร้อมคุยกับทุกพรรคการเมืองที่เป็นทางออกให้กับประเทศ และพร้อมรับฟังทุกฝ่าย โดยเชื่อว่าก่อนวันที่ 25 พ.ค.นี้ ทุกอย่างจะมีความชัดเจน" นายภูมิธรรมกล่าว 
พท.-อนค.ไม่หยุดเพ้อ
         ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ท.วิโรจน์ได้ลงนามในประกาศพรรคเพื่อไทยขอรับฟังความคิดเห็นและเสนอรายชื่อ ส.ส.ของพรรคเพื่อเสนอต่อสภาฯ ให้ได้รับแต่งตั้งเป็นประธานสภาฯ และรองประธานสภาฯ ส่งไปยัง ส.ส., หัวหน้าสาขาพรรค, ตัวแทนประจำจังหวัดและสมาชิกพรรคให้เสนอความเห็นมายังพรรคเพื่อไทย ตั้งแต่วันนี้ จนถึง 24 พ.ค. เวลา 18.00 น. เพื่อนำไปประกอบการพิจารณาของ กก.บห.ที่จะนัดประชุมพร้อมกับ ส.ส. ช่วงเย็นวันที่ 24 พ.ค.นี้ ก่อนจะเสนอชื่อบุคคลเข้าแข่งขันเป็นประธานสภาฯ และรองประธานสภาฯ ในวันที่ 25 พ.ค.
    นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) กล่าวถึงความคืบหน้าการรวมเสียงตั้งรัฐบาลว่า พรรคอนาคตใหม่ยังเดินหน้าจัดตั้งรัฐบาลเพื่อยุติการสืบทอดอำนาจ คสช.ต่อไป ขณะนี้เป็นไปในทางที่ดี นายธนาธรยังเป็นแคนดิเดตนายกฯ เป็นภารกิจเฉพาะหน้าในการร่วมมือกันส่งทหาร คสช.กลับบ้าน แก้ปัญหาเศรษฐกิจ เปิดทางแก้ไขรัฐธรรมนูญ
    เมื่อถามถึงกรณีที่มีการโจมตีว่าการร่วมมือกับพรรคประชาธิปัตย์ตั้งรัฐบาลเป็นการทรยศคนเสื้อแดงที่ถูกสลายการชุมนุมปี 2553 นายปิยบุตรกล่าวว่า พรรคยึดหลักสิทธิมนุษยชนมาโดยตลอด บุคลากรของพรรคก็ร่วมชุมนุมหลายคน หลักการไม่มีผู้ต้องรับผิด พรรคไม่ยอมเด็ดขาด
    ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายสันธนะ ประยูรรัตน์ สมาชิกพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยอดีตผู้สมัคร ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย นำหนังสือด่วนที่สุดมายื่นต่อ กกต.เพื่อทวงถามความคืบหน้าหลังจากที่ได้เคยมายื่นคำร้องให้ กกต.ตรวจสอบพรรคพลังประชารัฐ และขอให้ยื่นศาลรัฐธรรมนูญให้พิจารณายุบพรรค จากกรณีที่พรรคพลังประชารัฐให้นายชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม ขึ้นเวทีปราศรัยที่ จ.สมุทรปราการ เข้าข่ายคนนอกครอบงำพรรค โดยระบุว่า ถ้ายังไม่มีการนำเรื่องนี้เข้ามาพิจารณา หรือยังไม่มีความคืบหน้า จะฟ้องคดีกับเลขาธิการ กกต. จากนั้นช่วงบ่าย นายสันธนะเดินทางไปยังที่ทำการพรรค พปชร.ยื่นสำเนาหลักฐานกรณีดังกล่าวมอบให้กรรมการบริหารพรรค พปชร.เพื่อร่วมตรวจสอบคู่ขนานไปกับการทำงานของ กกต.ด้วย 
    นายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. กล่าวถึงการเลือกตั้งใหม่ จ.เชียงใหม่ เขต 8 ว่า เรามีการเตรียมความพร้อมเหมือนทุกครั้ง รวมทั้งมีการนำข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นในการเลือกตั้งวันที่ 24 มี.ค.มาแก้ไข และกำชับกับผู้ปฏิบัติงานเพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่เกิดปัญหาดังกล่าวขึ้นอีก เมื่อเลือกตั้งแล้วเสร็จก็จะมีการรวมคะแนน ซึ่งตัวแทนพรรคการเมืองสามารถติดตามได้อยู่แล้ว จากนั้นจะมีการประกาศผล แต่ไม่สามารถกำหนดระยะเวลาที่ตายตัวได้ แต่คิดว่าคงไม่ช้า ส่วนกรณีที่พรรคการเมืองระบุว่ามีการแข่งขันดุเดือดนั้น ตนยังไม่ได้รับรายงาน แต่ทางสำนักงาน กกต.อาจจะมี แต่คิดว่าคำว่าดุเดือดคงไม่ใช่ในทางที่ไม่ดีน่าจะเป็นทางดีมากกว่า คือมีการแข่งขันสูง 
    "เมื่อเลือกตั้งและประกาศผลแล้วเสร็จ คิดว่า กกต.คงจะคำนวณจำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อใหม่ทันที ส่วนเรื่องร้องคัดค้านการเลือกตั้ง ขณะนี้ กกต.กำลังเร่งพิจารณา หลายเรื่องอยู่ในขั้นตอนพิจารณาของคณะอนุกรรมการวินิจฉัยและคดีก่อนที่จะเสนอมาที่ กกต. ขณะหลายเรื่องมีคำวินิจฉัยไปแล้ว และมีการเผยแพร่ในเว็บของสำนักงานแล้ว ซึ่งขณะนี้เหลือเรื่องร้องคัดค้านประมาณไม่เกิน 100 เรื่อง" นายอิทธิพรกล่าว 
    ส่วน นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ตามที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ในฐานะประธานคณะกรรมการสรรหาสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ได้คัดสรรบุคคล ตาม ม.269 (1) เสนอให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. ได้ใช้อำนาจตาม ม.269 (3) เสนอรายชื่อ ส.ว. จำนวน 250 คน ขึ้นกราบบังคมทูลฯ เพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง และ พล.อ.ประยุทธ์ได้เป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการเมื่อวันที่ 14 พ.ค.2562 ที่ผ่านมา พบว่าเบื้องต้นมี ส.ว. 2  คนมีข้อสงสัยว่าอาจจะขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ 2560 และ พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว.2561 สมาคมจึงจะนำความพร้อมพยานหลักฐานไปยื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช. เพื่อดำเนินการสอบสวนเอาผิด พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.ประวิตร ตามกฎหมายต่อไป โดยจะเดินทางไปยื่นคำร้องในวันพฤหัสบดีที่ 23 พ.ค.2562 เวลา 10.00 น.  ณ สำนักงาน ป.ป.ช. ถ.สนามบินน้ำ ปากเกร็ด นนทบุรี.
 


เรื่อง "นักเรียน" กับ "พานไหว้ครู"กลายเป็น......เรื่อง "เผด็จการทหารหาญ" กับ "ประชาธิปไตยกางเกงในเก่า" ได้เนียนและพิลึกกึกกือ!

โลกจะสวยด้วย "จิตให้"
'แม่มด' หรือคน 'คดแผ่นดิน'
'ด้วยยินดีและสิ่งที่ห่วงใย'
'๑ หญิง ๒ ชาย' ที่ไปด้วยกัน
'แก้รัฐธรรมนูญ' แก้เพื่ออะไร?
Where are you...ทักษิณ?