อย่ากั๊กแต่งตั้ง ตร.


   

                ไม่ใช่เรื่องเซอร์ไพรส์หรือเกินความคาดหมายอะไรมากนัก ที่การแต่งตั้งตำรวจระดับมดงาน ระดับปฏิบัติการ อย่างการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจระดับ รองสารวัตร (รอง สว.) - ผู้บังคับหมู่ (ผบ.หมู่) วาระประจำปี 2561

                จะเลื่อนออกไปอีก 1 เดือน

                จากเดิมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) มีมติเห็นชอบให้ขยายระยะเวลาการแต่งตั้ง รอง สว.ลงมา ถึง ผบ.หมู่ วาระประจำปี 2561 จากวันที่ 30 เม.ย.ออกไปจนถึง 31 พ.ค.62

                โดยเมื่อวันที่ 30 พ.ค.ที่ผ่านมา ก.ตร.ที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธาน ประชุม ก.ตร. ครั้งที่ 5/2562 เห็นชอบตามที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เสนอความเห็นให้ ก.ตร.พิจารณาขยายเวลาการแต่งตั้งออกไป

                พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แจงเหตุผลเอาไว้ว่า...

                "วันนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ชี้แจงเหตุผลการขอขยายเลื่อนเวลา เนื่องจาก ผบ.ตร.ได้เซ็นคำสั่งกระจายอำนาจการแต่งตั้ง รอง สว.-ผบ.หมู่ ไปให้กองบัญชาการเป็นผู้แต่งตั้ง จากการตรวจสอบของฝ่ายกำลังพลที่เกี่ยวข้องพบว่าการประสานงานระหว่างหน่วย การย้ายข้ามระหว่างกองบัญชาการต้องมีหนังสือตกลงระหว่างกองบัญชาการยังไม่เรียบร้อย เพื่อความถูกต้องสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงขอขยายเวลาการแต่งตั้งออกไปเป็นวันที่ 30 มิ.ย.62" 

                เหล่าสีกากีระดับมดงาน ก็ต้องร้องเพลงรอกันต่อไปอีก 1 เดือน

                แต่ที่น่ารัก น่าลุ้น และน่าติดตามในการแต่งตั้ง รอง สว.-ผบ.หมู่ครั้งนี้ คือจะเป็นครั้งแรกในรอบ 4-5 ปี ที่ "อำนาจ" การแต่งตั้งจะกลับคืนไปอยู่ที่ "ผู้บัญชาการ" เป็นผู้ทำบัญชีแต่งตั้ง

                ตามที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์เซ็นมอบอำนาจทั้งหมดให้ผู้บัญชาการ

                แม้หลายคนจะมองการถ่ายโอนอำนาจคืนครั้งนี้ เป็นผลพวงจากเหตุฟ้าผ่า! กรมปทุมวัน พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ซึ่งถูกมองมีส่วนสำคัญในการแต่งตั้งโยกย้ายตลอดหลายปีที่ผ่านมา เพราะใกล้ชิด พล.อ.ประวิตร ที่คุมงานสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

                จนทำให้ ผบ.จักรทิพย์สามารถเปลี่ยนระบบ เปลี่ยนรูปแบบการแต่งตั้ง จากรวมศูนย์ให้กระจายไปตามภาคต่างๆ ได้

                กระนั้นถึงแม้การกระจายอำนาจไปให้ ผู้บัญชาการสามารถแต่งตั้งโยกย้ายเองได้ ไม่ต้องรวมศูนย์เหมือนก่อน ถือเป็นผลดีและก็เคยปฏิบัติกันมาก่อนหน้านี้

                เพราะต้องยอมรับว่าตลอดช่วง 4-5 ปีที่มีการแต่งตั้งแบบ "รวมศูนย์" แทนที่จะทำให้ระบบต่างๆ  สะดวกขึ้น ตำรวจที่ทำงานได้รับการเติบโตอย่างยุติธรรมและโปร่งใส

                แต่ปรากฏว่าทุกอย่างกลับตรงกันข้าม การแต่งตั้งเละเทะ โยกย้ายกันมั่วไปหมด แท่งพนักงานสอบสวนที่วางระบบการเจริญเติบโตก็ถูกทลายลง เพื่อเปิดเก้าอี้ เปิดตำแหน่ง สลับโยกย้ายกันวุ่นวายไปหมด

                ถึงขั้นระบบงานสอบสวน "พัง" ตำรวจที่ไม่ชำนาญงานสอบสวน ก็ต้องถูกโยกไปอุดช่องโหว่งานสอบสวน เมื่อได้รับการแต่งตั้งไปแล้วก็ทำงานไม่ได้ กลายเป็นภาระให้พนักงานสอบสวนที่มีอยู่เดิมเข้าไปอีก

                ดังนั้นเมื่อสลายขั้ว สลายรูปแบบการทำบัญชีแต่งตั้งแบบรวมศูนย์ไปแล้ว การแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจก็น่าจะถูกฝาถูกตัวมากขึ้น ผู้บัญชาการ สามารถเลือกลูกน้องของตัวเองมาทำงานให้หน่วยได้อย่างตรงตามความต้องการ ไม่ต้องมานั่งปวดหัว รอลุ้นกับคนที่ ตร.ส่งลงมากินตำแหน่งแล้วไม่ทำงาน

                จนระบบพัง!!!!

                ที่สำคัญถ้าจะให้ดี เมื่อคืนอำนาจ "ผู้บัญชาการ" ในการจัดทำบัญชีแต่งตั้งแล้ว "ผบ.แป๊ะ" ก็น่าจะคืนทั้งหมดให้กลับเข้าสู่ระบบเดิมๆ ที่การแต่งตั้ง "นายพัน" ลงมาถึง ผู้กอง ผู้หมวด และชั้นประทวน อยู่ในอำนาจของผู้บัญชาการ ระดับ ตร.ทำบัญชีเฉพาะนายพลเท่านั้น

                เพราะหนังสือคำสั่งกระจายอำนาจแต่งตั้งของ ผบ.แป๊ะ ที่ออกมา ยังกั๊กการแต่งตั้งระดับ "ผกก."  และ "รอง ผบก." ให้ขึ้นกับ ตร.เช่นเดิม

                ไหนๆ จะคืนแล้วก็คืนให้หมดน่าจะดีกว่านะท่าน ผบ.ตร.

 


ทฤษฎี "ตาบอดไม่กลัวเสือ" ของทักษิณ ทำให้พรรคการเมืองหนึ่ง ได้ครองอีสานมาร่วม ๒ ทศวรรษ

'สารอันตรายกับสายน้ำท่วม'
'เส้นทาง ๒ มิติ' รอ.ธรรมนัส
เฉพาะกับ "พระมหากษัตริย์"
ว่าด้วย 'บุญคุณและเอื้ออาทร'
น้ำครำตรวจสอบน้ำเน่า
น้ำท่วม 'อย่าเอาแต่ดู' ต้องทำ